
ปิดฉากศก.61อ่อนแอ ปัญหาแรงขับหมดแรง
ส่งท้ายเศรษฐกิจปี 2561 ต้องถือว่าไม่สดใสอย่างที่คิดไว้
โดย เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
ส่งท้ายเศรษฐกิจปี 2561 ต้องถือว่าไม่สดใสอย่างที่คิดไว้ แม้ว่าเศรษฐกิจยังขยายตัวได้ แต่ไม่ดีอย่างที่คาด เพราะการขยายตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประกาศตัวเลขการขยายตัวเศรษฐกิจไตรมาสแรกปี 2561 ขยายตัว 4.8% สูงสุดในรอบ 5 ปี ไตรมาส 2 ขยายตัวได้ 4.6% ซึ่งลดลงแต่ยังขยายตัวได้สูง ทำให้เศรษฐกิจไทยครึ่งปีแรกขยายตัวได้สูงถึง 4.7% ทำให้รัฐบาลหัวใจพองโตจนประเมินว่าเศรษฐกิจทั้งปีมีโอกาสขยายตัวได้ถึง 5%
แต่เมื่อ สศช.ประกาศการขยายตัวเศรษฐกิจไตรมาส 3 ขยายตัวหัวทิ่มลงอย่างรุนแรงขยายตัว 3.3% ทำให้เศรษฐกิจที่กำลังเป็นขาขึ้นกลายเป็นขาลงในทันที โดย สศช.คาดว่าทั้งปี 2561 เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 4.2% เท่านั้น และมองว่าปีหน้า 2562 เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 3.5-4.5% หรือมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4% ซึ่งจะขยายตัวได้น้อยกว่าปีก่อนหน้า
อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ออกมายอมรับว่าเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังขยายตัวผิดคาด โดยเฉพาะเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ที่ขยายตัวลดน้อยอย่างรุนแรง ส่งผลให้มีผลต่อเนื่องไปถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยไตรมาสสุดท้ายของปีด้วย อย่างไรก็ตาม รมว.คลัง ยังเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจขยายตัวได้มากกว่า 4% แต่จะขยายตัวได้น้อยกว่าเศรษฐกิจปีนี้
เช่นเดียวกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้เหลือ 4.2% เท่ากับจากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 4.2% และปี 2562 ขยายตัวได้ 4% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ 4.2% ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับ สศช.
ด้านกระทรวงการคลัง จะมีการปรับประมาณการเศรษฐกิจปี 2561 ใหม่สิ้นเดือน ม.ค. 2562 จากเดิมที่ก่อนหน้านี้คาดว่าจะขยายตัวได้ 4.5% ซึ่งประเมินได้ไม่ยากว่าคลังต้องปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไปอยู่ระดับเดียวกับ สศช.และ ธปท. การยืนให้เศรษฐกิจขยายตัวเท่าเดิมเป็นเรื่องที่เป็นไปแทบไม่ได้ เพราะนั่นหมายความว่าเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายของปี 2561 เศรษฐกิจไทยต้องขยายตัวสูงไม่น้อยกว่า 5.2%
ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มองว่า การขยายตัวเศรษฐกิจปี 2561 มีความผันผวนอย่างมากระหว่างครึ่งปีแรกและครึ่งหลัง สะท้อนให้เห็นว่า เศรษฐกิจภายในประเทศยังมีปัญหาสะสมที่ยังแก้ไม่ตก การที่เศรษฐกิจไทยครึ่งปีแรกขยายตัวได้ดี มาจากการส่งออกขยายตัวได้มาก ตามการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก และการท่องเที่ยวของไทยก็ยังขยายตัวดีเป็นแรงเสริมให้เศรษฐกิจครึ่งปีแรกขยายตัวได้ร้อนแรง
ทว่าในส่วนของเศรษฐกิจภายในประเทศครึ่งปีแรกยังไม่ดี เห็นได้จากราคาพืชผลทางการเกษตร ปศุสัตว์ และประมง ราคาตกต่ำหมด แต่ด้วยความที่การส่งออกและการท่องเที่ยวขยายตัวได้มากกว่า ทำให้การขยายตัวเศรษฐกิจครึ่งปีแรกขยายตัวได้ดี ซึ่งภาพหนึ่งก็สะท้อนว่าเศรษฐกิจขยายตัวได้กระจุกเฉพาะบางอุตสาหกรรม แต่เศรษฐกิจฐานรากเศรษฐกิจยังไม่ดี เงินหมุนในเศรษฐกิจน้อย
ธนวรรธน์ ยังวิเคราะห์ว่า เศรษฐกิจไทยในครึ่งปีขยายตัวเป็นหนังคนละม้วนกับครึ่งปีแรก เพราะในเดือน ก.ย. 2561 สหรัฐทำสงครามการค้ากับจีนอย่างเต็มตัว ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจโลกขยายตัวชะลอลงอย่างรวดเร็วตลาดหุ้นมีความผันผวนมาก ส่งผลกระทบกับการส่งออกของไทยอย่างรุนแรง ทำให้การขยายตัวเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ขยายตัวลดลงค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับ 2 ไตรมาสแรกของปี
จะเห็นว่าเศรษฐกิจไทยยังต้องพึ่งเศรษฐกิจโลกเป็นสำคัญไม่ต่างจากอดีต เมื่อเศรษฐกิจโลกดีเศรษฐกิจก็ขยายตัวได้สูง แต่เมื่อเศรษฐกิจมีปัญหาเศรษฐกิจก็ขยายตัวลดลงต่ำอย่างรวดเร็วทันทีเช่นกัน เพราะเศรษฐกิจภายในประเทศยังไม่มีแรงขับเคลื่อนที่ดีพอ ทั้งเศรษฐกิจฐานรากที่รายได้จากราคาผลผลิตไม่ดี แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามออกมาตรการแจกสวัสดิการเพิ่มให้ผู้มีรายได้น้อย และมาตรการช็อปช่วยชาติหักลดหย่อนภาษีได้ส่งท้ายปีเก่าตอนรับปีใหม่ ก็จะช่วยดึงเศรษฐกิจไทยในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ได้ระดับหนึ่ง โดยเป้าหมายสำคัญคือให้ขยายตัวได้มากกว่าไตรมาส 3 เป็นสำคัญ
เพราะการพึ่งการลงทุนภาครัฐก็หวังไม่ได้ เพราะมีปัญหาเบิกจ่ายล่าช้า จากการทำงานของหน่วยงานราชการที่มีขั้นตอนมาก และความกังวลของ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างใหม่ ทำให้หน่วยงานกลัวความผิดที่โทษหนักถึงจำคุก ทำให้การจัดซื้อจัดจ้างประมูลโครงการต่างๆ ล่าช้าไปหมด
ส่วนการลงทุนภาคเอกชนที่รัฐบาลหวังเป็นพระเอกเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หลังจากที่เศรษฐกิจไทยครึ่งปีแรกขยายตัวได้ดี รัฐบาลก็มีความหวังว่าเอกชนจะมั่นใจขนเงินลงทุนเพิ่ม แต่เมื่อเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังทรุด ทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนสั่นคลอน ประกอบการกับจะมีการเลือกตั้งต้นปีหน้า ทำให้นักลงทุนชะลอการลงทุนเพื่อรอความชัดเจนหลังเลือกตั้ง
ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลกังวลมากที่สุด ไม่ใช่การขยายตัวในภาพรวมเศรษฐกิจทั้งปี ที่เชื่อว่าจะขยายตัวได้มากกว่า 4% แต่เป็นห่วงการขยายตัวเศรษฐกิจไทยไตรมาสสุดท้ายที่ต้องให้ได้มากกว่าไตรมาส 3 เพราะหากเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายขยายตัวได้ต่ำกว่าไตรมาสก่อนหน้า ก็จะเป็นข้อมูลฟ้องชัดว่าเศรษฐกิจไถลลดลงอย่างต่อเนื่อง การอัดฉีดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากทั้งภาคเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย ไม่ได้ผลเพียงพอทำให้ฉุดเศรษฐกิจขึ้นมาจากทางชันได้
ที่สำคัญกว่านั้น การที่โมเมนตัมของเศรษฐกิจไทยปี 2561 ขยายตัวลดลงต่อเนื่องทุกไตรมาส ทำให้แรงส่งไปยังเศรษฐกิจไทยปี 2562 มีปัญหา ไม่มีพลัง ทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นมากขึ้น ทำให้เศรษฐกิจไทยปีหน้าที่คาดว่าจะยืนขยายตัวได้เหนือ 4% จึงเป็นเรื่องยากไปในทันที
สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐกิจการเมือง มองว่า เศรษฐกิจไทยปีหน้าจะขยายตัวน้อยกว่าปีนี้ แต่ยังไม่มีปัญหาถึงขนาดเศรษฐกิจถดถอย คาดว่าจะขยายตัวได้ 3.8-3.9% กรณีสงครามการค้าของสหรัฐและจีนไม่ขยายตัวเพิ่ม แต่หากสงครามการค้าทั้งสองประเทศรุนแรงเพิ่มมากขึ้น จะกระทบกับเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยมากขึ้น ทำให้คาดว่าเศรษฐกิจไทยปีหน้าจะขยายตัวได้ 3.6-3.7% เท่านั้น และปัญหาเศรษฐกิจไทยในประเทศเรื่องความเหลื่อมล้ำของคนรวยและจนจะเพิ่มมากขึ้นไปด้วย
สอดคล้องกับธนวรรธน์ ที่มองว่าเศรษฐกิจไทยปีหน้าจะขยายตัวได้ต่ำกว่า 4% หากสงครามการค้าสหรัฐกับจีนขยายตัวเพิ่ม ซึ่งตรงกับที่สำนักวิจัยของธนาคารพาณิชย์หลายแห่งออกมาประเมินว่าเศรษฐกิจปีหน้าจะขยายตัวได้ไม่ถึง 4%
ทั้งหมดเลยทำให้การปิดฉากเศรษฐกิจไทยปี 2561 ไม่สวย เพราะอ่อนแรงจากผลกระทบต่างประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยยังอ่อนแอมีปัญหาช่วยเศรษฐกิจไทยปีนี้ไม่ได้ และยังฉุดให้ปีหน้ามีปัญหาเพิ่มขึ้นอีกด้วย







