
GPSCลุยซื้อโรงไฟฟ้า
GPSC ทุ่ม 3,000 ล้าน เข้าซื้อโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จากกลุ่มบรู๊คฟีลด์
GPSC ทุ่ม 3,000 ล้าน เข้าซื้อโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จากกลุ่มบรู๊คฟีลด์ รีนิวเอเบิล พาร์ทเนอร์ส 9 โครงการ กำลังผลิตรวม 39.5 เมกะวัตต์
นายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้า กลุ่ม ปตท. เปิดเผยว่า GPSC ได้ลงนามสัญญาซื้อขายหุ้นกับกลุ่มบรู๊คฟีลด์ รีนิวเอเบิล พาร์ทเนอร์ส ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจด้านการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนระดับโลก ด้วยวงเงินลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อจะเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 100% ในบริษัท เอ็น.พี.เอส. สตาร์กรุ๊ป (NPS) บริษัท เวิลด์ เอ็กซ์เชนจ์ เอเชีย (WXA) และบริษัท พี.พี. โซลาร์ (PPS) ซึ่งถือครองโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนพื้นดิน (โซลาร์ฟาร์ม) ในประเทศไทย จำนวน 9 โครงการ รวมกำลังการผลิต 39.5 เมกะวัตต์ พร้อมทั้งเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 100% ในบริษัท เทอร์ร่าฟอร์ม โกลบอล โอเปอเรทติ้ง (ประเทศไทย) ซึ่งให้บริการบริหารจัดการ และดำเนินการบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าดังกล่าวข้างต้น
สำหรับรายละเอียดโรงไฟฟ้าทั้ง 9 โครงการ โดยบริษัททั้ง 3 แห่งข้างต้น ได้แก่ บริษัท เอ็น.พี.เอส.สตาร์กรุ๊ป (NPS) มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 18 เมกะวัตต์ (ขนาด 6 เมกะวัตต์ จำนวน 3 โรง) ตั้งอยู่บนพื้นที่ จ.พิจิตร สุพรรณบุรี ลพบุรี จำหน่ายไฟให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) แล้วตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2558 ยังเหลือระยะเวลาจำหน่ายอีก 22 ปี บริษัท เวิลด์ เอ็กซ์เชนจ์
เอเชีย (WXA) กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 17.9 เมกะวัตต์ (5.96 เมกะวัตต์ จำนวน 3 โรง) ตั้งบนพื้นที่ จ.พิจิตร จำหน่ายไฟให้กับ PEA แล้วตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2558 เหลือระยะเวลาอีก 22 ปี และ บริษัท พี.พี.
โซลาร์ (PPS) กำลังการผลิต 3.6 เมกะวัตต์ (1.2 เมกะวัตต์ จำนวน 3 โรง) ตั้งอยู่ใน จ.ขอนแก่น เริ่มจำหน่ายไฟให้กับ PEA ตั้งแต่เดือน มี.ค. 2557 และ มี.ค. 2558
“โครงการโรงไฟฟ้าทั้งหมด 9 โครงการ ปัจจุบันสามารถผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) การซื้อหุ้นครั้งนี้ทำให้บริษัทสามารถรับรู้รายได้ทันทีหลังการทำรายการซื้อขายหุ้นเสร็จ” นายชวลิต กล่าว
การลงทุนในครั้งนี้เป็นไปตามแผนกลยุทธ์การเติบโตของบริษัท ในการเพิ่มสัดส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน และต่อยอดความเชี่ยวชาญการประกอบกิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย ซึ่งจะทำให้บริษัทมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 1,979.5 เมกะวัตต์ อีกทั้งเป็นกิจการที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว ที่สามารถสร้างความมั่นคงทางด้านรายได้ให้กับบริษัทอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ GPSC ได้ระบุไว้ชัดเจนว่ามีแผนจะซื้อโรงไฟฟ้าเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต โดยฐานะการเงินของบริษัท ณ วันที่ 30 ก.ย. 2561 บริษัทและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นจำนวน 4,310 ล้านบาท หรือ 7% เมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2560 โดยเพิ่มขึ้นจากการเบิกเงินกู้ (สุทธิจากการจ่ายชำระ) จำนวน 2,165 ล้านบาท เพื่อใช้ชำระค่าก่อสร้างและชำระเงินเพิ่มทุนของบริษัทในเครือ และจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าจำนวน 1,205 ล้านบาท และงวด 9 เดือนแรกของปี 2561 บริษัทและบริษัทย่อยมีกระแสเงินสดรับสุทธิจำนวน 1,786 ล้านบาท







