
เอสเอ็มอีดิ้นใช้บัญชีเดียวกู้
คลังเดินหน้าให้ผู้ประกอบการใช้บัญชีเดียวกู้เงินสถาบันการเงินปีหน้า
คลังเดินหน้าให้ผู้ประกอบการใช้บัญชีเดียวกู้เงินสถาบันการเงินปีหน้า หนุนให้เสียภาษีให้ถูกต้อง
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า การใช้บัญชีเดียวที่ยื่นเสียภาษีกับกรมสรรพากรเพื่อขอกู้เงินจากสถาบันการเงิน จะเริ่มใช้วันที่ 1 ม.ค. 2562 ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากมาตรการนี้ได้ให้เวลาผู้ประกอบการเตรียมตัวมา 2 ปี และถือว่าเป็นมาตรการที่เป็นธรรมกับผู้เสียภาษีถูกต้องควรได้รับการสนับสนุนมากกว่าผู้ที่ยังเสียภาษีไม่ถูกต้อง
นางวจีทิพย์ พงษ์เพ็ชร ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า มาตรการบัญชีเล่มเดียวที่ให้ธุรกิจใช้งบการเงินที่ส่งกรมสรรพากรยื่นขอสินเชื่อตั้งแต่เดือน ม.ค. 2562 เป็นต้นไป ในทางปฏิบัติของธนาคารก็ยังสามารถใช้ข้อมูลอื่นๆ ประกอบการพิจารณาสินเชื่อร่วมได้ เช่น ข้อมูลพฤติกรรมเป็นตัวให้คะแนนได้ เพียงแต่หากจะใช้เอกสารการเงินต้องใช้งบเดียว
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า บัญชีเดียวเป็นข้อจำกัดของเอสเอ็มอีบ้าง แต่ธุรกิจก็ต้องปรับตัว ซึ่งขณะนี้สถาบันการเงินต่างๆ พยายามสร้างความร่วมมือเพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจทำบัญชีเป็น หรือนำโปรแกรมการทำบัญชีอย่างง่ายมาให้ใช้ เพื่อผลักดันให้เอสเอ็มอีเข้าสู่มาตรฐานตามกฎหมายบัญชีเดียวที่ออกมา
“ขณะนี้สถาบันการเงินยังไม่มีรายใดเข้ามาปรึกษาตรงๆ หรือขอความช่วยเหลือจาก ธปท. ในเรื่องปัญหาการใช้บัญชีเดียว โดยแต่ละธนาคารก็กำลังหาวิธีช่วยเหลือลูกค้ากันเองอยู่” นางวจีทิพย์ กล่าว
นายพิชิต มิทราวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) เปิดเผยว่า ในปี 2562 ที่จะมีการให้ใช้บัญชีเดียว เอสเอ็มอีขนาดเล็กที่ลงบัญชีไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องจะได้รับผลกระทบอย่างมาก ปัจจุบันมีเอสเอ็มอีขนาดเล็กประมาณ 5.5 ล้านราย มีเพียง 3 แสนรายเท่านั้นที่ทำหรือลงบัญชีถูกต้อง
สำหรับเอสเอ็มอีเล็กอีกกว่า 5 ล้านราย ทางธนาคารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามให้ความรู้เรื่องการทำบัญชีให้ถูกต้อง เช่น การหาแอพพลิเคชั่นการลงบัญชีเข้ามาช่วย เนื่องจากตามกฎของ ธปท.ห้ามไปปรับปรุงงบการเงินของลูกค้า จากสมัยก่อนธนาคารมีการช่วยด้วยการปรับปรุงงบให้สะท้อนข้อเท็จจริงและนำมาประมาณการธุรกิจในอนาคต
นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ กล่าวว่า ธุรกิจเอสเอ็มอีต้องสร้างแสดงให้เห็นว่ามีพฤติกรรมการทำธุรกิจที่ดี เก่ง และลงบัญชีที่ถูกต้อง คือบัญชีที่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย ทางธนาคารจึงจะสามารถประเมินรายได้ของธุรกิจได้
นายอรรถพงศ์ พรธิติ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายวาณิชธนกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุว่า การมีงบบัญชีเดียวที่ถูกต้องจะทำให้ธนาคารเห็นศักยภาพที่แท้จริงของธุรกิจ เห็นความสามารถในการกู้ ก็จะทำให้เอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อจากธนาคารได้ แต่ที่ผ่านมาสิ่งที่หลายธนาคารเจอเหมือนกันคือ เอสเอ็มอียังใช้บัญชีหลายชุด ทำให้ความน่าเชื่อถือถูกลดทอนลง เพราะธนาคารไม่เห็นศักยภาพที่แท้จริง แม้ว่าธนาคารจะมีการประเมินศักยภาพของธุรกิจเอสเอ็มอีที่ทำอยู่ในปัจจุบันและอนาคต ประวัติการชำระเงิน แต่สุดท้ายที่เป็นหลักคือทุกธนาคารก็ดูงบการเงิน
ทั้งนี้ ธนาคารต่างๆ อยากปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอี เพราะมีศักยภาพในการเติบโตสูง จากตัวเลขของ ธปท. ปี 2560 ระบุว่า เอสเอ็มอีสร้างรายได้ 40% ของจีดีพี 15 ล้านล้านบาท เกือบครึ่งของจีดีพี แต่สินเชื่อเอสเอ็มอีทั้งระบบเพียง 6 ล้านล้านบาท แค่ 1 ใน 3 เท่านั้น เหตุผลหลักมาจากการเปิดเผยข้อมูลทางบัญชียังไม่เพียงพอ







