posttoday
เราจะอยู่อย่างไรกับโลกที่หมุนไว

เราจะอยู่อย่างไรกับโลกที่หมุนไว

17 พฤศจิกายน 2561

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาผู้เขียนมีโอกาสติดตามคณะรองนายกรัฐมนตรี “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์”

โดย อนัญญา มูลเพ็ญ 

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาผู้เขียนมีโอกาสติดตามคณะรองนายกรัฐมนตรี “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” ไปทำข่าวการเยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการในนามของรัฐบาลไทย เนื่องจากรองนายกรัฐมนตรีท่านนี้ดูแลงานด้านเศรษฐกิจทำให้กิจกรรมการเดินทางเยือน 2 เมืองสำคัญทั้งนครเซี่ยงไฮ้และกรุงปักกิ่งครั้งนี้เป็นกิจกรรมทางด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก

หนึ่งในเรื่องที่ผู้เขียนได้ตามคณะรองนายกรัฐมนตรีไปเห็นและอยากจะนำมาเล่าสู่กันฟังในสัปดาห์นี้ คือ การได้ไปฟังบรรยายที่ศูนย์จัดแสดงเทคโนโลยีโมบายบรอดแบนด์ของหัวเว่ย และศูนย์วิจัยและพัฒนาของบริษัท แซดทีอี 2 ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีการสื่อสารและดิจิทัลของจีน ซึ่งทั้งสองบริษัทนี้จัดได้ว่าเป็นคู่แข่งกัน เพียงแต่ทางหัวเว่ยเป็นของเอกชน ส่วนแซดทีอีเป็นรัฐวิสาหกิจ พอได้ฟังความก้าวหน้าของการศึกษาวิจัยและพัฒนาของ 2 บริษัทนี้แล้ว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การพัฒนาด้านดิจิทัลของจีนไปไวมาก และไวจนน่ากลัวด้วยซ้ำไป

ความไวของจีนมีแค่ไหน จริงๆ แล้วสังเกตได้ง่ายๆ จากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่คนไทยเราใช้ ทุกวันนี้แบรนด์ของจีนกำลังเข้ามาเบียดกินส่วนแบ่งทางการตลาดสินค้าแบรนด์สัญชาติอื่นมากขึ้นเรื่อยๆ ดูเอาจากมือถือที่แทบจะกลายเป็นอวัยวะที่ 33 ของเราไปแล้ว หัวเว่ยก็ตีตลาดในบ้านเราได้กว้างขึ้นเรื่อยๆ ด้วยกลยุทธ์ราคาหลักพันคุณภาพหลักหมื่น

คนไทยเราอาจจะรู้จักหัวเว่ย กับแซดทีอีในฐานะผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารโดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือลูกเล่นแพรวพราว กล้องคมหน้าชัดหลังละลาย (ผู้เขียนไม่ได้ใช้หรอกค่ะ ฟังคนอื่นเขามา ฮาๆ) แต่อีกหนึ่งธุรกิจที่ทำรายได้ให้กับทั้งสองบริษัทได้มากมายมหาศาลใหญ่ยิ่งกว่าเงินภาษีที่ประเทศไทยเก็บได้ต่อปีเสียอีก นั่นคือการเป็นผู้ให้บริการเครือข่าย อุปกรณ์โครงสร้างพื้นฐานทางการสื่อสารโทรคมนาคมและคลาวด์ ที่ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือทั้งเอกชนและรัฐวิสาหกิจในบ้านเราเป็นลูกค้าของเขาทั้งสิ้น กล่าวคือ เรามีคลื่นเป็นของตัวเองแต่อุปกรณ์รับส่งสัญญาณเราใช้ของจีนเกือบทั้งนั้น ด้วยศักยภาพและราคาที่แข่งขันได้

จากฟังการบรรยายความก้าวหน้าของหัวเว่ยและแซดทีอี ทั้งสองแห่งไปในทิศทางเดียวกันหมดคือการทุ่มทุนทั้งเงินและทรัพยากรบุคคลไปกับเทคโนโลยี 5จี หรือระบบการสื่อสารแบบไร้สายในยุคที่ 5 ซึ่งหลายคนอาจจะคิดว่าการเปลี่ยนแปลงไปสู่ 5จี คงไม่ต่างไปจากตอนที่ 4จี เข้ามาทดแทน 3จี แต่แท้จริงแล้วมันต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะเทคโนโลยี 5จี นั้นมีศักยภาพในการส่งผ่านของข้อมูลได้สูงกว่าเทคโนโลยี 4จี มาก เคยมีการประเมินอาจจะมากกว่าถึง 1,000 เท่า

ศักยภาพการส่งผ่านข้อมูลระดับสูงนี้จะทำให้อุปกรณ์ที่รองรับระบบนี้ไม่อยู่ที่แค่โทรศัพท์มือถือ แต่จะรวมถึงอุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ ระบบสาธารณูปโภคในชีวิตประจำวัน และไม่ใช่เพียงการสื่อสารระหว่างมนุษย์กับเครื่องมือต่างๆ แต่รวมถึงการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ หรือเครื่องจักรด้วยกัน และเป็นพื้นฐานของสิ่งที่เรียกว่า “อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง” หรือ Internet of Things (IoT) ที่อุปกรณ์ วัตถุ รถยนต์ ยานพาหนะ หรือแม้แต่สิ่งปลูกสร้างต่างๆ สามารถคุยสื่อสารกันได้ด้วยเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

อย่างกรณีของบริษัท แซดทีอี เอง ระบุว่า เฉพาะวิศวกรที่เป็นนักวิจัยในศูนย์วิจัยและพัฒนาของเขานี้มีอยู่ทั้งหมด 3 หมื่นคน วันๆ มีหน้าที่วิจัยและพัฒนาเพื่อตอบโจทย์เทคโนโลยี 5จี อย่างเดียว ซึ่งไม่ว่าจะเป็นที่นี่หรือที่หัวเว่ยก็ทำงานภายใต้โจทย์เดียวกันคือ พัฒนาได้เร็ว สำเร็จก่อน ผลิตได้ก่อนก็ได้พื้นที่ในตลาดก่อน เพราะขนาดของตลาดนั้นหมายถึงความคุ้มค่าในการลงทุน หรือ Economy of Scale แม้ปัจจุบัน สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ซึ่งเป็นผู้กำหนดมาตรฐานย่านความถี่ที่จะนำมาใช้สำหรับเทคโนโลยี 5จี จะยังไม่ได้กำหนดคลื่นที่จะใช้ที่เป็นทางการออกมา แต่ในหลายประเทศรวมถึงจีนก็เริ่มมีการทดสอบใช้เทคโนโลยี 5จี ในบางเมืองแล้ว และจีนเองก็ประกาศว่า ในปี 2020 จะเปลี่ยนผ่านไปสู่ 5จี อย่างสมบูรณ์

ผู้เขียนเองยังนึกภาพไม่ออกเลยว่า ในวันที่เทคโนโลยีเปลี่ยนไปสู่ 5จี ซึ่งจะเปลี่ยนโลกไปสู่จุดที่ “สิ่งไม่มีชีวิต” สื่อสารกันได้ด้วยเครือข่ายอินเทอร์เน็ต วิถีชีวิตของมนุษย์เราจะเปลี่ยนไปแค่ไหนและอย่างไร และโลกก็คงเปลี่ยนอีกระลอกใหญ่ไม่ต่างๆ อะไรกับการเปลี่ยนแปลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

อย่าคิดว่า 5จี อยู่ห่างไกลชีวิตเราทุกคน เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่มีขนาดเล็กและที่ผ่านมาและกำลังจะเกิดในอนาคตไม่นานนี้ เราก็จะยังคงเป็น “ผู้ใช้”เทคโนโลยี ไม่ใช่ผู้กำหนดว่าเทคโนโลยีจะไปในทิศทางไหน ยักษ์ใหญ่อย่างหัวเว่ยและแซดทีอี ของจีนชี้ทิศของเทคโนโลยีไปทางนี้แล้วเราเองคงหนีไม่พ้น ต้องเตรียมตัวให้พร้อมเรียนรู้ ปรับตัวให้ทัน อยู่ให้ได้กับโลกที่เทคโนโลยีหมุนไวใบนี้ให้ได้ หาไม่แล้วเราเองจะถูกพายุของการเปลี่ยนแปลงนี้ซัดจนตั้งตัวไม่ติด

ทุกการเปลี่ยนแปลงมีทั้งการทำลาย และมอบโอกาสใหม่ๆ อยู่ที่ตัวเราเอง จะเลือกให้เกิดสิ่งไหนกับตัวเอง

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม