posttoday
อุตขีดเส้น11กิจการรุนแรงทำอีไอเอ-เอชไอเอเสร็จใน180วัน

อุตขีดเส้น11กิจการรุนแรงทำอีไอเอ-เอชไอเอเสร็จใน180วัน

27 ตุลาคม 2553

กระทรวงอุตฯ ส่งจดหมายให้ 11 โครงการที่เข้ากิจการรุนแรงนอกมาบตาพุด ชี้ต้องทำอีเอไอ เอชไอเอให้เสร็จภายใน 180 วัน และมีสิทธิ์ขอยื่นโต้แย้งภายใน 30 วัน

กระทรวงอุตฯ ส่งจดหมายให้ 11 โครงการที่เข้ากิจการรุนแรงนอกมาบตาพุด ชี้ต้องทำอีเอไอ เอชไอเอให้เสร็จภายใน 180 วัน และมีสิทธิ์ขอยื่นโต้แย้งภายใน 30 วัน

นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม โดยหน่วยงานอนุมัติ อนุญาต ได้แก่ กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ส่งหนังสือแจ้งไปยังผู้ประกอบการที่เข้าข่ายกิจการรุนแรง ที่อยู่นอกมาบตาพุดแล้ว จำนวน 11 โครงการ โดยจะต้องดำเนินการทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และด้านสุขภาพ (เอชไอเอ) ให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน หากไม่เสร็จ หรือรายงานถูกปฏิเสธจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ทางกระทรวงอุตสาหกรรมมีสิทธิจะเพิกถอนใบอนุญาตทันที

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการมีสิทธิยื่นขอโต้แย้งกับกระทรวงอุตสาหกรรมได้ ภายใน 30 วัน หากมีความความเห็นว่าโครงการไม่เข้าข่ายกิจการรุนแรง โดยกระทรวงอุตสาหกรรมจะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการแสดงเหตุผลได้ รวมทั้งสั่งการให้หน่วยงานอนุมัติ อนุญาตสามารถขอความเห็นและปรึกษากับกระทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อความชัดเจน ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็สามารถยื่นร้องต่อศาลได้ด้วยเช่นเดียวกัน

สำหรับกิจการที่เข้าข่ายรุนแรงนอกเหนือ 76 กิจการเดิมยอมรับว่ามีบางกิจการคาบเกี่ยวกัน เช่น กิจการของบริษัทอัคราไมนิ่ง ซึ่งเป็นโรงถลุงแร่ทองแดง ทองคำและสังกะสี หากพิจารณาสถานะเป็นเพียงคำขอขยายโรงงานจึงต้องขออนุญาตจากกรมโรงงานฯ ส่วนของโรงไฟฟ้าบางปะกง ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติระบบผลิตความร้อนร่วม (โคเจนเนอเรชั่น) กำลังการผลิตเกิน 3,000 เมกะวัตต์ ก็จัดเป็นกิจการรุนแรง แต่บางฝ่ายยังมีความเห็นที่แตกต่างโครงการจึงสามารถโต้แย้งได้

แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า 11 กิจการที่เข้าข่ายกิจการรุนแรงนอกเหนือ 76 กิจการประกอบด้วย 1. บมจ.ผาแดงอินดัสตรี (เหมืองแร่สังกะสี) 2.บริษัท.เอ็น.ที.เอส. สตีล กรุ๊ป กิจการถลุงแร่เหล็กที่มีการผลิตถ่านโค้ก 3.บริษัทอัคราไมนิ่ง (คำขอขยาย) โรงงานถลุงแร่ทองแดง ทองคำ 4. บริษัทเซิ่งไท่อินดัสเตรียล โรงหลอมโลหะ 5. บริษัทไทยนันเฟอรัสเมทัล กิจการโรงหลอมตะกั่ว

6. บริษัทโซ้วกิมฮวด โรงงานฝังกลบหรือเผาของเสียอันตราย 7. บริษัทไดกิ้น อินดัสตรี้ (ประเทศไทย) โรงงานฝังกลบหรือเผาของเสียอันตราย 8. บริษัทเก็คโค่-วัน กิจการโรงไฟฟ้าถ่านหิน 9. บริษัทเนชั่นแนลเพาเวอร์ ซัพพลาย โรงไฟฟ้าถ่านหิน  10. บริษัทพีทีทีแอลเอ็นจี กิจการท่าเทียบเรือของบมจ.ปตท.ในการนำเข้าแอลเอ็นจี 11. โรงไฟฟ้าบางปะกง โรงไฟฟ้าระบบผลิตไฟฟ้าความร้อนร่วม 

ทั้งนี้ 9 กิจการแรกอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงอุตสาหกรรม ยกเว้นกิจการที่ 10. ที่เป็นอำนาจของกรมเจ้าท่าและ 11 .เป็นของคณะกรรมการกำกับกิจการไฟฟ้า หรือเรกูเลเตอร์

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์  ผู้ช่วยรมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ กนอ.และกรมโรงงานฯ ไปหารือกับผู้ประกอบการ 50 แห่ง ซึ่งประกอบด้วย 42 โรงงาน 3 เขตประกอบการ และ 5 นิคมอุตสาหกรรมที่จะต้องเสนอแผนจัดแนวทางการปลูกต้นไม้ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายมลพิษ (Protection Strip)ในพื้นที่จ.ระยอง กลับมาใน 2 สัปดาห์หลังจากนั้นจะกำหนดให้ดำเนินการปลูกต้นไม้ภายใน 6 เดือน ซึ่แนวทางการจัดทำดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามข้อเสนอของคณะกรรมการ 4 ฝ่าย แก้ปัญหามาบตาพุด ภายใต้พื้นที่เขตควบคุมมลพิษ

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน