
รื้อเพื่อสร้าง
ว่ากันว่า การท่องเที่ยวเป็น 1 ใน 3 ราย
โดย อภิวัจ สุปรีชาวุฒิพงศ์
ว่ากันว่า การท่องเที่ยวเป็น 1 ใน 3 รายได้หลักของประเทศ ดังนั้นกรณีที่นักท่องเที่ยวจีนลดหายลงไปกว่าครึ่ง จึงเป็นภาวะที่ชวนให้ฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต้องกังวลใจ
แต่ถ้าเชื่อว่าในวิกฤตมีโอกาส สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้อาจเป็นจุดหักเลี้ยวที่สำคัญ
นโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบเปิดรับนักท่องเที่ยว โดยที่มาตรฐานการกลั่นกรองควบคุมไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้ในอดีตเรามีปัญหาอาชญากรข้ามชาติมากมาย มาเฟียเยอรมัน รัสเซีย สร้างอิทธิพลในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ ใช้นอมินีคนไทยบังหน้าทำธุรกิจ แก๊งลูกหมูที่ก่อคดีฆ่าหั่นศพเป็นที่สะเทือนขวัญ มาเฟียอินเดียยิงถล่มกันกลางกรุง ยากูซ่าหนีคดีเข้ามากบดาน
ที่สำคัญคือกลุ่มก่อการร้าย อย่างที่เคยเป็นข่าวก็เช่น การเตรียมระเบิดแสวงเครื่องโดยใช้ปุ๋ยยูเรียบรรจุในถังน้ำขนาดใหญ่เตรียมก่อเหตุถล่มสถานทูตสหรัฐอเมริกา หรือการจับกุม “ฮัมบาลี” แกนนำกลุ่มก่อการร้ายชาวอินโดนีเซีย ซึ่งก่อเหตุวางระเบิดถล่มโรงแรมและสถานบันเทิงบนเกาะบาหลี แล้วหนีเข้ามากบดานในประเทศไทย โดยถูกจับกุมได้ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา
สิ่งเหล่านี้เคยเป็นฝันร้ายในอดีต แม้ปัจจุบันจะแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น แต่ก็ยังต้องเข้มงวดในการดูแลต่อไป ที่สำคัญเรากลับต้องเผชิญกับปัญหาในรูปแบบใหม่ เช่น นายทุนจีนใช้คนไทยเป็นนอมินีบังหน้าทำธุรกิจ หรือกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในลักษณะทัวร์ศูนย์เหรียญ
ในขณะเดียวกันก็มีปัจจัยภายในที่ส่งผลกระทบอยู่ไม่น้อย ล่าสุดเช่นกรณี นักท่องเที่ยวจีนที่ทวงถามค่าดำเนินการขอวีซ่า ณ จุดตรวจคนเข้าเมือง หรือ Visa on Arrival จนถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานดอนเมืองทำร้ายร่างกาย การโยกย้ายตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่เกี่ยวพันกับขบวนการปลอมเอกสารให้ต่างด้าวอยู่ต่อในประเทศ กรณีผู้ประกอบการสถานบันเทิงเรียกเก็บค่าอาหารและเครื่องดื่มแพงเกินจริง จนมีเรื่องร้องเรียนอยู่บ่อยครั้ง
ถ้าเราเห็นว่าการท่องเที่ยวเปรียบเป็นเหมืองทองคำ ก็ต้องแย่งกันขุดกอบโกยให้มากที่สุดก่อนที่ทองคำจะถูกขุดจนหมดเหมือง แต่หากเรามองว่าโอกาสจากการท่องเที่ยวเสมือนผืนดินกว้างใหญ่อันอุดม หากเพาะปลูกอย่างเหมาะสม พร้อมรักษาดูแล ไถพรวน กำจัดวัชพืช ใส่ปุ๋ยที่ไม่ทำลายสภาพแวดล้อมผืนดินนี้ก็จะก่อประโยชน์มหาศาล เลี้ยงดูเราไปได้ตราบนานเท่านาน
เรากอบโกยไปพร้อมๆ กับทำลาย ไม่เพียงใช้ทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวอย่างฟุ่มเฟือย ยิ่งกว่านั้น เราไม่เคยรักษาเพื่อให้ทรัพยากรการท่องเที่ยวเหล่านี้คงอยู่อย่างยั่งยืน
ทุ่งกะหล่ำปลีกว้างใหญ่บนยอดดอยสูงภูทับเบิกหายไป สิ่งที่เข้ามาแทนคืออาคารบ้านพักรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น ความสงบ ทิวทัศน์ที่โปร่งโล่งชวนมองหมดสิ้นไปคงมีแต่ภาพหลังคาบ้านพักกระจายเต็มยอดดอย
เกาะภูเก็ตในช่วงหลายปีมานี้ต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมขังรอระบายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพียงเพราะการขยายตัวเพิ่มขึ้นของโรงแรมที่พักเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบการระบายน้ำ
แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ หมู่เกาะพีพี สิมิลัน ที่เปิดรับผู้มาเยือนอย่างไม่มีการจำกัดจำนวนและควบคุมมิให้ส่งผลกระทบ วันนี้ปะการังเสียหายจนต้องปิดและจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวเพื่อให้ธรรมชาติได้ฟื้นฟู
แน่นอนว่าผลกระทบจากทัวร์จีนที่เข้ามาน้อยลงสร้างความเสียหาย แต่นั่นมิใช่การพังทลาย เหมือนบ้านที่ประสบภัยธรรมชาติ ข้าวของทรัพย์สิน ส่วนประกอบของบ้านบางส่วนเช่นผนังอาจเสียหาย แต่โครงสร้าง เสา คานนั้นยังแข็งแรง หรือต่อให้บ้านพังถล่มไปทั้งหลัง ก็ยังเหลือที่ดินให้สามารถได้เริ่มต้นใหม่
ความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นโอกาสให้รื้อของเก่าที่เสื่อมโทรมหมดสภาพทิ้งออกไป และสร้างใหม่ให้ดีขึ้นกว่าเดิม
ทำบ้านของเราให้น่าอยู่ ใครมาเที่ยวมาเห็นก็จะได้ประทับใจ และอยากกลับมาเยือนอีก มิใช่มาเห็นเพียงครั้งเดียวแล้วเข็ดขยาด ไม่คิดที่จะกลับมาอีกเลย







