posttoday

เดชา เดชนที บริหารธุรกิจอย่าหวังแต่กอบโกย

28 ตุลาคม 2561

ชีวิตเกิดมาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เกิดมามีต้นทุนไม่เท่าคนอื่น

โดย สุทธิวิทย์ ชยุตม์วรกานต์ 

ชีวิตเกิดมาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เกิดมามีต้นทุนไม่เท่าคนอื่น แต่มนุษย์สามารถเลือกเดินทางมุ่งสู่ความสำเร็จในชีวิตได้ เช่นเดียวกับเส้นทางชีวิตของ เดชา เดชนที เจ้าของตลาดค้าส่ง 4 แห่ง ใน จ.สมุทรปราการ กว่าจะประสบความสำเร็จในเส้นทางธุรกิจได้ชีวิตต้องฝ่าฟันอุปสรรคและปัญหามากมายทำให้ชีวิตล้มลุกมาแล้วนับไม่ถ้วน

แต่ด้วยความมุ่งมั่น ขยันขันแข็ง ตั้งธงชีวิตชัดเจน จึงทำให้ประสบความสำเร็จในชีวิตดังจิตใจมุ่งหวัง หลังจากทำธุรกิจยืนอยู่ด้วยขาด้วยเองแล้ว ต่อจากไปนี้ เดชา ตั้งปณิธานจะทำคุณเพื่อแผ่นดิน ร่วมกับกลุ่มพันธมิตรนักธุรกิจผันตัวเป็นจิตอาสาทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือสังคมจนกว่าชีวิตจะหาไม่

เดชา วัย 70 ปี ย้อนรอยชีวิตถึงความลำบากให้ฟังว่า ชีวิตนั้นเริ่มต้นคลุกคลีอยู่กับเสื้อผ้าที่ตลาดโบ๊เบ๊ พ่อแม่เป็นชาวจีนโพ้นทะเล อพยพมาอยู่เมืองไทยและทำธุรกิจเกี่ยวกับเสื้อผ้ามาโดยตลอด เมื่อเติบโตเป็นหนุ่มได้แต่งงานกับสาวชาว ต.สำโรง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ จากนั้นก็เลยเริ่มต้นทำธุรกิจอพาร์ตเมนต์เล็กๆ ด้วยการผ่อนที่ดิน แล้วนำที่ดินไปกู้กับธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง ทำให้มีโอกาสได้สร้างอพาร์ตเมนต์ให้เช่ามีรายได้พอแค่จุนเจือครอบครัว เพราะเป็นธุรกิจครอบครัวเล็กๆ แต่ถือว่าประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง

จากการเริ่มต้นธุรกิจขนาดเล็กกำลังไปได้ กลายเป็นการจุดประกายในใจของเดชาอยากต่อยอดทำธุรกิจขนาดมากใหญ่ขึ้น จึงทาบทามเพื่อนลงขันทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สร้างจัดสรรขาย เพื่อนไม่ขัดข้อง จึงร่วมกันลงหุ้นลงแรง ปรากฏว่ายอดขายบ้านหมดเกลี้ยงภายในไม่กี่เดือน ซึ่งการบุกรุกธุรกิจอสังหาฯ ประสบความสำเร็จครั้งนั้นไม่ใช่เรื่องฟลุก แต่เดชาเคยเข้าอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับการทำธุรกิจอสังหาฯ ระยะสั้นๆ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงนำมาประยุกต์ใช้ทั้งการทำธุรกิจอสังหาฯ และการทำตลาด ที่สำคัญการทำธุรกิจนี้ต้องคำนึงถึงสภาพสิ่งแวดล้อมและไม่เอาเปรียบสังคม

เดชา เดชนที บริหารธุรกิจอย่าหวังแต่กอบโกย

อย่างไรก็ตาม เดชา บอกว่า การดำเนินธุรกิจกำลังไปได้สวย แต่ปี 2540 อสังหาฯ เข้ายุคฟองสบู่แตก การทำธุรกิจขายบ้านจัดสรรเริ่มขายไม่ดี ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ไม่ปล่อยเงินกู้ จะทำธุรกิจ ทำธุรกรรมอะไรยากลำบาก จึงเลิกทำธุรกิจอสังหาฯ หันเหธุรกิจเช่าที่ดินทำตลาด โดยเริ่มจากตลาดลาซาล ที่ซอยสุขุมวิท 105 พอทำได้สักพักธุรกิจเริ่มไปได้ดี แต่ต้องมาเจออุปสรรคเมื่อเจ้าของที่อยากทำเองก็เลยต้องคืนที่ดินให้เจ้าของเดิมไป

“แต่ปรากฏว่าพ่อค้าแม่ค้าทุกคนได้รวมตัวมาที่บ้านผม คุยกันตั้งแต่ 3 ทุ่มยาวไปถึง 5 ทุ่มกว่า สุดท้ายเลยจำเป็นต้องไปหาที่ดินทำเลใหม่ ให้ใกล้เคียงกับที่เดิม ระยะทาง 1 กิโลเมตร พอดีจังหวะได้ที่ดินอยู่ใกล้กัน จึงได้ทำตลาดขึ้นมาใหม่ พ่อค้าแม่ค้าชุดเก่าทั้งหมดยกทีมมาอยู่ที่ตลาดแห่งใหม่ ส่วนสาเหตุที่พ่อค้าแม่ค้าติดใจ เนื่องจากเราไม่ได้คิดเงินเขามากมาย เราเอาแค่เขาอยู่ได้ เราอยู่ได้ แค่นี้เราก็พอใจแล้ว แต่ถ้าแม่ค้าอยู่กันไม่ได้ แล้วเราจะอยู่ได้อย่างไร” เดชา กล่าว

จากนั้นก็ได้เริ่มสร้างตลาดอีกแห่งที่ถนนปู่เจ้าสมิงพราย บริเวณปากซอยโรงเหล็ก แต่พอทำได้สักพัก ก็ต้องพบกับอุปสรรคอีก เมื่อเจ้าของที่ดินจะเอาที่ดินคืนเพื่อสร้างตึกขาย เมื่อหมดสัญญาเช่าก็ต้องเลิกกิจการตรงนั้นไป และได้กลับมาสร้างที่ตลาดลาซาลอีก 1 แห่ง และมาขยายตลาดต่อที่ตลาดสำโรง ตรงนี้ถือว่าเป็นโชคดี เพราะจังหวะช่วงนั้นทุกสิ่งทุกอย่างถือว่าแย่หมด และไม่มีใครกล้าที่จะคิดทำอะไร จึงคิดอยากจะทำตลาด เมื่อทำแล้วก็ประสบความสำเร็จ ลูกค้าเริ่มติด และทำให้เดชาเริ่มมีชื่อเสียง ใครๆ ก็รู้จักมากขึ้น

หลังจากนั้นก็เริ่มทำตลาดต่อที่ ต.บางปลา อ.บางพลี ธุรกิจเริ่มดีขึ้นตามลำดับ จึงเริ่มขยายพื้นที่ให้มากขึ้น จนปัจจุบันมีพื้นที่ 20 กว่าไร่ และเป็นตลาด 24 ชั่วโมง ช่วงกลางคืนขายส่ง ตั้งแต่ 3 ทุ่มเป็นต้นไปขายยันสว่าง พอสว่างมีตลาดโต้รุ่งขายสินค้าถึงเที่ยง ส่วนช่วงเที่ยง ทำเป็นตลาดนัดเปิดไปจนถึง
3 ทุ่ม ตลาดขายส่งก็มาขายเหมือนเดิม

เดชา เดชนที บริหารธุรกิจอย่าหวังแต่กอบโกย

“การบริหารตลาดเป็นไปด้วยดีและประสบความเร็จ ผลพวงจากเรียนอบรมหลักสูตรอสังหาฯ ระยะสั้นที่จุฬาฯ ซึ่งสอนเกี่ยวกับที่ดิน การทำเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม สุขาภิบาล ทำให้เรารู้ว่าเมื่อทำตลาดตรงนี้แล้ว เราทำอย่างไรไม่ให้ชาวบ้านต้องเดือดร้อน ทำเสร็จแล้วไม่ต้องไปแก้ไขอีก เช่น ทางเดิน ระบบสาธารณูปโภค ทางระบายน้ำ ทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎหมาย ตรงนี้เองจึงทำให้เราอยู่ได้นาน เมื่อมีเจ้าหน้าที่มาตรวจตลาดของเราก็ผ่าน”

ปัจจุบันมีตลาดหลักๆ อยู่ 4 แห่ง คือ ตลาดกลางค้าส่งสำโรง ตลาดค้าส่งสมาพร ตลาดลาซาล และตลาดกลางค้าส่งไทยสุวรรณภูมิ อยู่บางนาตราด กม.12 ส่วนใหญ่จะเป็นตลาดขายส่ง มีตลาดลาซาลจะเป็นตลาดขายปลีกตั้งแต่เช้าถึงเย็น

เดชาไม่เพียงแต่เป็นนักธุรกิจที่บริหารตลาด 4 แห่ง ประสบความสำเร็จเท่านั้น การบริหารดูแลครอบครัวก็ไม่เคยบกพร่อง เป็นต้นแบบพ่อที่ดี ทำให้เขตบางนา เสนอชื่อและได้รับเชิดชูยกย่องเป็นพ่อดีเด่นแห่งชาติ เมื่อปี 2548 ถือเป็นเกียรติสูงสุดในชีวิตที่ไม่เคยได้รับมาก่อน สร้างความภาคภูมิใจกับครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง ตั้งแต่นั้นมาทุกลมหายใจ เดชา จะทำทุกอย่างช่วยเหลือสังคมไทยเพื่อตอบแทนแผ่นดิน จึงร่วมกลุ่มพันธมิตรธุรกิจเดินหน้าทำแต่สิ่งดีๆ ให้กับสังคมไทย

ปัจจุบันมีกลุ่มเพื่อนจิตอาสาอยู่ประมาณ 30 คน ไปไหนก็ไปด้วยกัน ทุกคนมีจิตใจที่ตรงกัน จะไปทำบุญ จะไปแจกทุนการศึกษาที่ไหนก็ตอบรับและไปด้วยกันทุกครั้ง นอกจากจะติดงานกันจริงๆ ก็จะฝากเงินไปทำบุญ เพราะงานแบบนี้ไม่สามารถทำคนเดียวได้ โชคดีที่พรรคพวกอยู่ในกลุ่มเดียวกันมีจิตอาสาเหมือนกันทำทุกอย่างจึงเป็นไปด้วยความเรียบง่าย

ข่าวล่าสุด

สรรพสามิต ลุยตรวจปั๊ม-คลังน้ำมันทั่วประเทศ สกัดกักตุนสงกรานต์