
ผลไม้ด้อยมาตรฐาน ฉุดฝันส่งออกเวียดนาม
แม้ว่าอุตสาหกรรมการส่งออกผักและผลไม้ของเวียดนามกำลังเติบโตไปได้ดี
โดย ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
แม้ว่าอุตสาหกรรมการส่งออกผักและผลไม้ของเวียดนามกำลังเติบโตไปได้ดี ด้วยมูลค่าการส่งออกในปี 2017 ที่ผ่านมา ซึ่งเพิ่มขึ้นมากถึง 42.5% เมื่อเทียบปีก่อน หรือสูงทุบสถิติทะลุ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9.78 หมื่นล้านบาท) ได้เป็นครั้งแรก แต่ล่าสุดดูเหมือนว่าปัญหาผักและผลไม้ที่ไม่ได้มาตรฐานเพียงพอในระดับสากล กลับกลายเป็นอุปสรรคฉุดฝันครั้งสำคัญของเวียดนามไปเสียแล้ว
วีเอ็นเอ็กซ์เพรส สื่อท้องถิ่นเวียดนาม รายงานว่า หลายประเทศเริ่มระงับการนำเข้าผักและผลไม้จากเวียดนาม หลังตรวจพบสารเคมีตกค้างและพบผลไม้ตัดแต่งพันธุกรรม (จีเอ็มโอ) ส่งผลให้ประเทศเหล่านี้เกิดความกังวลในเรื่องมาตรฐานคุณภาพ
รายงานระบุว่า จีนซึ่งถือเป็นตลาดส่งออกผักและผลไม้รายใหญ่ที่สุดของเวียดนาม เริ่มเข้มงวดในการตรวจสอบคุณภาพและแหล่งที่มาของผักและผลไม้นำเข้ามากขึ้น รวมถึง “แก้วมังกร” ซึ่งมีสัดส่วนการส่งออกมากถึง 40% ของผลไม้ส่งออกทั้งหมดในเวียดนาม
ซ้ำร้ายไปกว่านั้น เกษตรกรที่ปลูกแก้วมังกรในเวียดนามยังต้องเผชิญกับปัญหาที่ว่า จีนกำลังลดการนำเข้าแก้วมังกรจากเวียดนาม เนื่องจากเกษตรกรในประเทศจีนที่หันไปปลูกแก้วมังกรเองมากขึ้น โดยมีรายงานว่า จีนใช้พื้นที่ปลูกมากถึง 2 หมื่นเฮกตาร์ (ราว 1.25 แสนไร่) ในมณฑลกว่างสีและไห่หนาน และมีแผนจะเพิ่มเป็น 3 หมื่นเฮกตาร์ (ราว 1.875 แสนไร่) ในปีหน้า
จากปัญหาเช่นนี้ส่งผลให้ราคาของแก้วมังกรในเวียดนามร่วงลงถึง 90% หรืออยู่ที่ 0.06-0.08 ดอลลาร์ (ราว 1.97-2.62 บาท) ต่อ กก. ในช่วงที่ผ่านมา
ขณะที่พริก ซึ่งถือเป็นผักที่มีสัดส่วนการส่งออกมากถึง 1 ใน 3 ของผักส่งออกในเวียดนาม ก็กำลังเจอปัญหาในตลาดมาเลเซีย โดยเมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา ทางมาเลเซียได้ประกาศยกเลิกใบอนุญาตการนำเข้าพริกจากเวียดนาม หลังตรวจพบสารเคมีตกค้างเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ กระทรวงความปลอดภัยอาหารและยาของเกาหลีใต้ได้แจ้งไปยังทางการเวียดนามว่า ได้ตรวจพบมะละกอจีเอ็มโอ ซึ่งเกาหลีใต้ถือเป็นประเทศที่ไม่อนุญาตให้มีการนำเข้าผลิตภัณฑ์จีเอ็มโอ โดยในกรณีนี้รายงานระบุว่า เกษตรกรในเวียดนามรับรู้ถึงนโยบายดังกล่าว แต่ก็ยังคงเพิกเฉยและส่งออกผลไม้จีเอ็มโอออกไป
ทั้งนี้ เหงวียนกว๊อกหว่อง นักวิจัยด้านผลไม้จีเอ็มโอ เตือนว่า เวียดนามอาจถูกปิดกั้นจากตลาดระดับไฮเอนด์ หากยังคงส่งออกผลิตภัณฑ์จีเอ็มโออยู่ เนื่องจากมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารในทั่วโลกกำลังเข้มงวดมากขึ้น
“คู่แข่งของเวียดนาม เช่น ไทย ไม่มีการปลูกพืชจีเอ็มโอ ดังนั้นไทยจึงมีความได้เปรียบในการเข้าถึงตลาดระดับไฮเอนด์ ซึ่งเป็นตลาดที่เราไม่สามารถแข่งขันได้”หว่อง กล่าว







