
‘ทัพนักท่องเที่ยว’ อาวุธลับมังกรงัดข้อโลก
ประชากรจีนราว 1,400 ล้านคน และจำนวนชนชั้นกลางที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ ส่งผลให้ “กองทัพนักท่องเที่ยวจีน”
โดย ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
ประชากรจีนราว 1,400 ล้านคน และจำนวนชนชั้นกลางที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ ส่งผลให้ “กองทัพนักท่องเที่ยวจีน” กลายเป็นที่พึ่งพาสำคัญของหลายชาติที่หวังใช้การท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และยังเป็นอาวุธทางเศรษฐกิจของรัฐบาลจีนสำหรับการงัดข้อกับต่างชาติ
ล่าสุด องค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ เปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวจีนเป็นกลุ่มที่ใช้จ่ายเงินระหว่างการเที่ยวต่างประเทศสูงที่สุดในโลกที่ 2.57 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.44 ล้านล้านบาท) ในปี 2017 เพิ่มขึ้น 4.7% จากปีก่อนหน้า
ทั้งนี้ ยอดนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงจากปัญหาขัดแย้งระหว่างประเทศเห็นได้ชัดจากกรณีของ “มาเลเซีย” โดย มินต์ เลือง รองประธานสมาคมท่องเที่ยวมาเลเซีย เปิดเผยว่า ยอดนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเลเซียระหว่างโกลเด้น วีก หรือวันชาติจีน วันที่ 1-7 ต.ค.ที่ผ่านมา ลดลงประมาณ 30-35% ซึ่งถือว่าเป็นการลดครั้งแรกหลังขยายตัวต่อเนื่องหลายปี
ด้านสเตรทส์ไทม์ส รายงานอ้างนาจิบ ราซัค อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ที่ระบุว่า สาเหตุที่ฉุดยอดนักท่องเที่ยวจีนในมาเลเซียคือความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาล 2 ชาติ หลังนายกรัฐมนตรีมหาเธร์ โมฮัมหมัด เดินหน้าทบทวนข้อตกลงโครงการระบบโครงสร้างพื้นฐานทุนจีน ทั้งยังวิจารณ์ปักกิ่งเรื่องการล่าอาณานิคมยุคใหม่ด้วย
“ก่อนหน้านี้นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเลเซียเพิ่มขึ้นทุกปี และจีนเป็นหนึ่งในรายได้หลักของการท่องเที่ยวมาเลเซีย ความสัมพันธ์ทางการทูตที่ดีจึงถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด”นาจิบ กล่าว พร้อมระบุว่า นับตั้งแต่การเลือกตั้งเมื่อเดือน พ.ค. ยอดขายทุเรียนไปจีน และการส่งออกน้ำมันปาล์มก็ลดลงเช่นกัน
ขณะที่ “เกาหลีใต้” เคยประสบปัญหานักท่องเที่ยวจีนลดลงในปี 2017 หลังความสัมพันธ์ร้าวฉานจากการติดตั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธของสหรัฐ ซึ่งธนาคารกลางเกาหลีใต้ คาดการณ์ว่า กระแสต่อต้านจากจีนฉุดการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศ 0.4% เมื่อปีที่แล้ว ก่อนที่ความสัมพันธ์เริ่มกลับมาฟื้นตัว และยอดนักท่องเที่ยวจีนไปเที่ยวเกาหลีใต้ก็กลับมาเพิ่มขึ้นด้วย
ด้าน “ไต้หวัน” ก็มีปัญหานักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่ลดลง นับตั้งแต่พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า ซึ่งสนับสนุนการแยกตัวเป็นเอกราชของไต้หวัน ชนะการเลือกตั้งในปี 2016
สายการบินของสหรัฐ ทั้งอเมริกัน แอร์ไลน์ส เดลตา แอร์ไลน์ส และยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส ยังยอมปรับการเรียกไต้หวันให้เป็นไทเป หรือเป็นส่วนหนึ่งของจีน ตามแรงกดดันจากปักกิ่ง เนื่องจากสายการบินต้องการรักษาตลาดการบินจีน ซึ่งสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ คาดการณ์ว่า ตลาดบินจีนจะแซงสหรัฐ ขึ้นแท่นตลาดบินขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ภายใน 2 ปีข้างหน้า
“สวีเดน” กลายเป็นชาติล่าสุดที่มีปัญหาขัดแย้งกับจีน หลังมีคลิปวิดีโอตำรวจสวีเดนลากตัวนักท่องเที่ยวจีนออกจากโรงแรม ตามมาด้วยรายการหนึ่งทางช่องเอสวีที สถานีโทรทัศน์แห่งชาติสวีเดน ซึ่งทำรายการเสียดสีพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีน สร้างความโกรธให้ทางการจีน ซึ่งเรียกร้องให้สวีเดนออกมาขอโทษ และชาวเน็ตจีนก็จุดกระแสต่อต้านสวีเดน ทั้งการเลิกไปเที่ยวสวีเดน และบอยคอตแบรนด์ดังของสวีเดน เช่น อิเกีย เอชแอนด์เอ็ม และวอลโว่
ทั้งนี้ สมาคมการท่องเที่ยวจีน ระบุว่า สวีเดนเป็น 1 ใน 10 แหล่งท่องเที่ยวที่มีการขยายตัวของนักท่องเที่ยวจีนสูงที่สุดช่วงครึ่งแรกของปีนี้ สอดคล้องกับสตอกโฮล์ม บิซิเนส เรเจียน บริษัทส่งเสริมการลงทุนและการท่องเที่ยวของกรุงสตอกโฮล์ม เปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวจีนเข้าพักในโรงแรมในสตอกโฮล์มราว 1.17 แสนคน ในปี 2016 เพิ่มขึ้นมา 74% เมื่อเทียบกับปี 2011
อย่างไรก็ดี ผลกระทบจากการขาดนักท่องเที่ยวจีนอาจไม่มีผลต่อเศรษฐกิจสวีเดนมากนัก โดยสภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก เปิดเผยว่า รายได้จากการท่องเที่ยวมีสัดส่วนไม่ถึง 1 ใน 10 ของจีดีพีสวีเดน ในปี 2017
ท่องเที่ยวในประเทศบูม
กระทรวงวัฒนธรรมและท่องเที่ยวจีน เปิดเผยว่า ยอดนักท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้น 9.43% อยู่ที่ราว 726 ล้านคน ช่วยสร้างรายได้การท่องเที่ยวในประเทศ 5.99 แสนล้านหยวน (ราว 2.83 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 9.04% และกระทรวงพาณิชย์จีน เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมค้าปลีกและอาหาร ทำรายได้รวมกันมากกว่า 1.4 ล้านล้านหยวน (ราว 6.62 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 9%
ทั้งนี้ ซีทริป เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวในจีนที่เพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการท่องเที่ยวเมืองรอง โดยเฉพาะเมืองฉางโจว ซึ่งมียอดจองที่พักเพิ่มขึ้น 288% เมืองฉงชิ่ง 255% เมืองฝอซาน 244% และจูไห่ 237%
ซินเฉิน นักวิเคราะห์ด้านการท่องเที่ยวจีนของบริษัทที่ปรึกษา ยูบีเอสซีเคียวริตีส์ คาดการณ์ว่า ช่วง 5 ปีข้างหน้า การขยายตัวของการบริโภคของเมืองรองอันดับ 3 และ 4 จะแซงเมืองอันดับ 2 และเมืองอันดับ 1
นอกจากนี้ ซีทริป ระบุว่า ไทยยังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับ 1 ของนักท่องเที่ยวจีน เหนือกว่าญี่ปุ่น ในช่วงโกลเด้นวีกของปีนี้







