
หวั่นโลกเข้าสู่สงครามเย็นศก.
เจพี มอร์แกน เตือนการเผชิญหน้าจีน-สหรัฐ ลามเป็นสงครามเย็นเศรษฐกิจ เชื่อสองฝ่ายไม่ยอมถอยง่ายๆ
เจพี มอร์แกน เตือนการเผชิญหน้าจีน-สหรัฐ ลามเป็นสงครามเย็นเศรษฐกิจ เชื่อสองฝ่ายไม่ยอมถอยง่ายๆ
จิง อูลริช กรรมการผู้จัดการและรองประธานฝ่ายเอเชียแปซิฟิกของธนาคารเจพีมอร์แกน เปิดเผยว่า การเผชิญหน้าตอบโต้กันมาเป็นเวลาหลายเดือนระหว่างสหรัฐและจีนอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสงครามเย็นทางเศรษฐกิจ เนื่องจากทั้งสองประเทศต่างไม่มีแนวโน้มว่าจะยอมถอยในหลักการของตนเอง
อูลริชและบรรดาผู้เชี่ยวชาญการค้ากล่าวระหว่างร่วมการประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม ที่เมืองเทียนจิน ว่า แม้จะยังมีโอกาสที่จีนและสหรัฐจะหันหน้ามาเจรจาเพื่อหาทางออกกันอยู่ และทั้งสองฝ่ายต่างก็รู้กันดีว่าไม่มีใครเป็นผู้ชนะในสงครามการค้า แต่ในความเป็นจริงนั้นทั้งสองชาติต่างมาจากพื้นฐานทางวัฒนธรรมและความคิดที่แตกต่างกันมากและต่างก็มีเส้นทางการพัฒนาที่แตกต่างกัน
“จีนจะไม่เปลี่ยนนโยบายภายในของตนเองเพราะแรงกดดันภายนอก” อูลริช กล่าว
แอรอน ฟรีดเบิร์ก ศาสตราจารย์ด้านการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านจีนของอดีตรองประธานาธิบดี ริชาร์ด เชนีย์ กล่าวว่า สงครามการค้าครั้งนี้อาจทำให้โลกแบ่งเป็นสองขั้วเศรษฐกิจระหว่างจีนกับสหรัฐ คล้ายกับสงครามเย็นระหว่างสหรัฐและสหภาพโซเวียตหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2
ทั้งนี้ สหรัฐเดินหน้าขึ้นภาษีสินค้าจีนรอบใหม่ 10% มูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (6.5 ล้านล้านบาท) ในสัปดาห์นี้ และจีนตอบโต้กลับด้วยภาษี 5-10% มูลค่า 6 หมื่นล้าน (ราว 1.9 ล้านล้านบาท) ซึ่งภาษีทั้งสองรายการจะมีผลบังคับใช้วันที่ 24 ก.ย.
ทว่าความตึงเครียดระหว่างทั้งสองฝ่ายไม่ได้จบลงที่การขึ้นภาษีเท่านั้น เมื่อวานนี้กระทรวงต่างประเทศสหรัฐได้ประกาศคว่ำบาตรหน่วยงานพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ของจีน (อีดีดี) ซึ่งสังกัดอยู่ในกองทัพจีน เนื่องจากได้ซื้ออาวุธจากรัสเซีย โดยประกอบด้วยเครื่องบินขับไล่ SU-35 จำนวน 10 ลำ เมื่อปี 2017 และระบบต่อต้านขีปนาวุธ S-400 ในปีนี้ จึงถือเป็นการฝ่าฝืนกฎห้ามซื้ออาวุธรัสเซียที่สหรัฐใช้ลงโทษรัสเซีย อันเนื่องมาจากกรณีพิพาทยูเครนและจากกรณีที่รัสเซียถูกกล่าวหาว่าแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐเมื่อปี 2016 และทำให้สหรัฐสั่งอายัดทรัพย์และบัญชีของอีดีดีและรวมถึงหัวหน้าอีดีดีที่อยู่ในสหรัฐ
ด้านรัฐบาลจีนร้องเรียนให้สหรัฐยกเลิกการคว่ำบาตรดังกล่าว เนื่องจากจีนไม่ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการคว่ำบาตรของสหรัฐและชาติพันธมิตรที่มีมาตั้งแต่ปี 2014
ในวันเดียวกัน จอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ เปิดเผยว่า สหรัฐได้ประกาศยุทธศาสตร์ไซเบอร์แห่งชาติฉบับใหม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการแทรกแซงของต่างชาติที่มาในรูปแบบของการโจมตีไซเบอร์ไปจนถึงการแทรกแซงในรูปแบบอื่นๆ ทว่ายังไม่มีการระบุรายละเอียดที่ชัดเจนออกมา
ขณะที่รัฐบาลจีนนั้นมีรายงานว่า กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการลดอิทธิพลของต่างชาติในด้านต่างๆ โดยกระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการตรวจสอบหนังสือแบบเรียนเพื่อนำเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมเกี่ยวกับบริบทของต่างชาติออกไป และมีรายงานว่าทางการจีนกำลังพิจารณาลดอิทธิพลของต่างชาติในสื่อโทรทัศน์และข่าวออนไลน์ในจีนเช่นเดียวกัน







