posttoday
ส่งออกข้าวไทยยังไม่ขยับ 7เดือนรั้งอันดับ2รองจากอินเดีย

ส่งออกข้าวไทยยังไม่ขยับ 7เดือนรั้งอันดับ2รองจากอินเดีย

04 กันยายน 2561

สมาคมผู้ส่งออกข้าว แจงยอดส่งออกข้าว ม.ค.-ก.ค.อยู่ที่ 6.16 ล้านตัน ลด 4% ขณะที่ นบข.คุมเข้มสินเชื่อจำนำยุ้งฉาง

สมาคมผู้ส่งออกข้าว แจงยอดส่งออกข้าว ม.ค.-ก.ค.อยู่ที่ 6.16 ล้านตัน ลด 4% ขณะที่ นบข.คุมเข้มสินเชื่อจำนำยุ้งฉาง

นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า การส่งออกข้าวในช่วง 7 เดือน (ม.ค.-ก.ค.) 2561 มีปริมาณ 6.16 ล้านตัน ลดลง 4% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา มีมูลค่าส่งออก 9.96 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยปริมาณการส่งออกข้าวของไทยในช่วง 7 เดือน เป็นอันดับ 2 ของโลก น้อยกว่าอินเดียที่เป็นผู้ส่งออกอันดับ 1 ซึ่งช่วง 7 เดือน อินเดียมีการส่งออกข้าวปริมาณ 7.34 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 1.5% ขณะที่อันดับ 3 เป็นเวียดนามช่วง 7 เดือนส่งออกแล้ว 4.42 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 16.8% ตามมาด้วยปากีสถาน 1.86 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 13.5%

ทั้งนี้ หากนับเฉพาะการส่งออกข้าวไทยเดือน ก.ค. 2561 พบว่ามีปริมาณส่งออก 8.36 แสนตัน ลดลง 7.3% เทียบกับเดือน มิ.ย. 2561 มูลค่า 1.38 หมื่นล้านบาท ลดลง 6.4% ซึ่งสาเหตุที่ปริมาณการส่งออกข้าวไทยลดลงเป็นผลจากการส่งออกข้าวนึ่งและข้าวหอมมะลิลดลงจากเดือนก่อนค่อนข้างมาก โดยเฉพาะข้าวนึ่งมีปริมาณส่งออกเพียง 1.40 แสนตัน ลดลง 40% เพราะการส่งออกไปยังประเทศในแถบแอฟริกาชะลอลง ขณะที่การส่งออกข้าวหอมมะลิมีปริมาณ 8.25 หมื่นตัน ลดลง 7.3% ซึ่งส่งออกไปสหรัฐ และฮ่องกง เป็นหลัก

สำหรับการส่งออกข้าวเดือน ส.ค. สมาคมคาดว่าจะมีการส่งออกข้าวประมาณ 8-9 แสนตัน คาดว่าส่วนใหญ่ยังคงเป็นการส่งมอบข้าวขาวและข้าวนึ่งให้แก่ผู้ซื้อในเอเชียและแอฟริกา เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ แองโกลา มาเลเซีย เคนยา เบนิน แอฟริกาใต้ เป็นต้น ขณะที่การส่งออกข้าวหอมมะลิมีแนวโน้มลดลงตามภาวะอุปทานข้าวในตลาดที่มีจํากัด และราคาที่ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยตลาดหลักยังคงเป็นสหรัฐที่นําเข้าอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี การส่งออกข้าวช่วงนี้ยังคงมีอุปสรรคทั้งด้านโลจิสติกส์และสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออํานวย เนื่องจากมีฝนตกลงมามากกว่าปกติ ทําให้การส่งมอบข้าวประสบปัญหาล่าช้ากว่ากําหนด ทางด้านภาวะราคาข้าวขาว 5% ที่สมาคมประกาศเมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2561 พบว่าราคาอยู่ที่ 411 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ขณะที่เว็บไซต์ Oryza.com รายงานว่าข้าวขาว 5% ของเวียดนามและอินเดียราคาอยู่ที่ประมาณ 393-397 ดอลลาร์/ตัน ส่วนปากีสถานราคาอยู่ที่ประมาณ 409-413 ดอลลาร์/ตัน

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัด การข้าว (นบข.) ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2561 ได้เห็นชอบการทบทวนมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวปี 2561/2562 ในส่วนของโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี หรือโครงการจำนำยุ้งฉาง โดย นบข.ได้กำหนดกฎเกณฑ์ให้ชัดเจนว่าให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรที่จะเข้าร่วมโครงการได้ต้องเก็บรักษาข้าวเปลือกหลักประกันในยุ้งฉางหรือสถานที่เก็บของตนเองเท่านั้น เพราะการไปเช่าพื้นที่อื่นจะทำให้กำกับได้ลำบาก และจากการสำรวจพบว่าสถาบันเกษตรกรมีสถานที่เก็บข้าวได้รวมกว่า 5 แสนตันข้าวเปลือก แต่ที่ผ่านมาใช้เก็บข้าวเข้าร่วมโครงการจริงๆ ประมาณ 2 แสนตันเท่านั้น ยังเหลือที่เก็บข้าวอีกกว่า 3 แสนตัน

รายงานจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ราคาข้าว ณ วันที่ 31 ส.ค. 2561 เปรียบเทียบกับราคา ณ วันที่ 11 ก.ค. 2561 ซึ่งเป็นวันประชุม นบข.ครั้งที่ผ่านมา พบว่าราคาข้าวส่วนใหญ่ทรงตัว ยกเว้นข้าวเปลือกหอมมะลิที่ปรับตัวลดลง โดยราคาข้าวเปลือกหอมมะลิวันที่ 31 ส.ค. 2561 อยู่ที่ตันละ 14,750-17,800 บาท ลดลง 4.26% จากวันที่ 11 ก.ค. 2561 ซึ่งราคาอยู่ที่ 15,500-18,500 บาท

นายลักษณ์ วจนานวัช รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้สอบถามถึงสถานการณ์การปลูกข้าวในปีนี้ ซึ่งได้รายงานว่าการสำรวจถึง ณ วันที่ 28 ส.ค. 2561 เกษตรกรเพาะปลูกข้าวรอบที่ 1 ไปแล้วจำนวน 48.22 ล้านไร่ คิดเป็น 82.84% ของเป้าหมาย 58.21 ล้านไร่ มีพื้นที่เก็บเกี่ยวแล้วจำนวน 3.51 ล้านไร่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้สอบถามถึงปริมาณผลผลิตข้าวที่จะออกมาด้วยว่าจะมีจำนวนเท่าไร และต้องการให้ตัวเลขมีความแม่นยำดังนั้นที่ประชุมจึงตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อประเมินผลผลิตข้าวที่จะออกมาในปีนี้ เพื่อใช้ในการวางแผนบริหารจัดการข้าวได้อย่างถูกต้อง

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน