posttoday
A.I.กับการพัฒนา การบริการของภาครัฐ เพื่อนหุ่นยนต์ PoliceNoi แชตบอตเพื่อผู้หญิง

A.I.กับการพัฒนา การบริการของภาครัฐ เพื่อนหุ่นยนต์ PoliceNoi แชตบอตเพื่อผู้หญิง

02 กันยายน 2561

ทุกวันนี้ หน่วยราชการไทยทุกหน่วยมีความพยายามที่จะเข้าถึงประชาชนให้มากที่สุด

โดย ณัฐภาณุ นพคุณ ประธานอนุกรรมการด้านต่างประเทศของสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยบอสตันแห่งประเทศไทย (Boston University Alumni Association Thailand) 

ทุกวันนี้ หน่วยราชการไทยทุกหน่วยมีความพยายามที่จะเข้าถึงประชาชนให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นในด้านการพัฒนาการบริการหรือให้คนส่วนใหญ่ได้รับทราบถึงการดำเนินการและผลงานของหน่วยราชการนั้นๆ ซึ่งความพยายามนี้ ถือว่าแหวกแนวจากในอดีต หน่วยงานภาครัฐตระหนักดีถึงความสำคัญของการปรับเปลี่ยนวิธีการสื่อสารกับประชาชน โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลและสื่อโซเชียล

อย่างไรก็ดี ในการสื่อสารการบริการประชาชน ต้องคำนึงถึงรูปแบบ ระดับความซับซ้อนของสื่อหรือเทคโนโลยี และที่สำคัญที่สุด คือ ความพร้อมของประชาชน และให้สอดคล้องกับระดับการพัฒนาของประเทศด้วย ที่ผ่านมาในประเทศไทย หน่วยงานต่างๆ เริ่มจากการออก Infographics และการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อโซเชียล วิดีโอคลิป

ในต่างประเทศ การใช้เทคโนโลยีเพื่อการบริการประชาชนก้าวไปไกล มีการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence (A.I.) เพื่อบริการผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขต (Constituent Services) และเพื่อสอดส่องพฤติกรรมการฉ้อโกง การกระทำที่สิ้นเปลืองงบประมาณรัฐ และการละเมิดสิทธิ โดยประชาชนสามารถร่วมชี้เบาะแสและให้ข้อคิดเห็นผ่าน Platform ต่างๆ รวมทั้ง Chatbot ซึ่งสามารถตอบสนองประชาชนที่มาร้องทุกข์ และขณะเดียวกันภาครัฐดำเนินการอย่างโปร่งใส

ที่นครบอสตัน สหรัฐ มีมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านเทคโนโลยีจำนวนหนึ่ง จึงเป็นแหล่งการศึกษาวิจัยการใช้นวัตกรรมในการพัฒนาการบริการของภาครัฐ (Technology for Public Service) ในตัว และที่ Boston University เป็นที่ตั้งของ Hariri Institute for Computing and Computational Science and Engineering มีการวิจัยเรื่องการปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์ (Human-Computer Interaction) อย่างลึกซึ้ง

รวมทั้งการวิจัยเรื่องการให้บริการทางสาธารณสุขในยุคดิจิทัล และทิศทางของเทคโนโลยี Virtual Reality (V.R.) และ Augmented Reality (A.R.) หรือเทคโนโลยีการรวมสภาพแวดล้อมจริงกับวัตถุเสมือนเข้าด้วยกันในเวลาเดียวกัน ซึ่งมีศักยภาพสำหรับการพัฒนาการบริการของภาครัฐ และสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อให้ข้อมูล ณ เวลาจริงเกี่ยวกับจราจรหรือในกรณีฉุกเฉิน เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 25-27 ก.ย. 2561 จะมีการจัดการประชุม Global Artificial Intelligence Conference ที่นครบอสตัน รวมผู้แทนจากหลากหลายวงการ เช่น ภาคธุรกิจ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีชีวภาพ มาร่วมแสดงผลงาน

A.I.กับการพัฒนา การบริการของภาครัฐ เพื่อนหุ่นยนต์ PoliceNoi แชตบอตเพื่อผู้หญิง

สำหรับประเทศไทย การใช้เทคโนโลยีในการสื่อสารเป็นโอกาสที่หน่วยราชการพัฒนาการบริการประชาชนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะหน่วยงานที่ต้องดูแลประชาชนจำนวนมาก เช่น กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ หรือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในด้านการให้สวัสดิการทางสังคมและการให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มเปราะบาง เป็นต้น

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นหน่วยงานที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี A.I., V.I. และ A.R. ได้ในหลากหลายรูปแบบ เพื่อการบริการประชาชน แต่คงต้องแนะนำบริการในลักษณะที่เข้าใจง่าย ตอบโจทย์ และเน้นการบริการที่สะดวกและไม่ขัดต่อความต้องการของผู้ร้องทุกข์

เป็นที่น่าเป็นห่วงว่า ในปีหนึ่งจะมีคดีการกระทำรุนแรงในครอบครัวในประเทศไทยกว่า 400 คดี และ 1 ใน 3 ของผู้หญิงและ 1 ใน 4 ของผู้ชายไทยยังตกเป็นเหยื่อความรุนแรงทางเพศและร่างกาย รวมถึงในครอบครัวตนเอง แต่ไม่กล้าไปแจ้งความ กลัวการไปแจ้งความที่ตำรวจ ซึ่งอาจเป็นเพราะกลัวความอับอายในสังคม หรืออาจมีกรณีว่าตำรวจเป็นคนกระทำผิดเองในครอบครัวก็เป็นไปได้

ผู้เขียนจึงมีความยินดีที่ได้ทราบถึงข้อริเริ่มโครงการใหม่ คือ “โครงการโปลิศน้อย PoliceNoi เพื่อนหุ่นยนต์เพื่อผู้หญิง” ที่จะเป็น Chatbot Application ใช้คุยโต้ตอบเป็นเพื่อนผู้หญิงที่เป็นเหยื่อความรุนแรง พร้อมให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจ ได้มาปรึกษากับหุ่นยนต์ตำรวจ ขอคำแนะนำข้อกฎหมายที่อยากทราบ หน่วยงานที่ควรติดต่อให้ความช่วยเหลือ และถามเกี่ยวกับการดำรงชีวิตภายหลังจากเหตุการณ์รุนแรง

ทั้งนี้ โครงการนี้นำโดย พ.ต.ท.หญิง เพียบพร้อม เมฆิยานนท์ สารวัตรกลุ่มงานส่งเสริมงานสอบสวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน เช่น บริษัท Telenor DTAC, LINE, Syndacast เป็นต้น

ในขณะที่มหาวิทยาลัยในบอสตัน และนักวิชาการในสหรัฐ วิจัยเรื่องการปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์ และพัฒนาการประยุกต์ใช้กับชีวิตจริง จะเห็นได้ว่าในสังคมไทย ผู้คนจะไม่ค่อยกล้าแสดงออกในบางเรื่อง กล้าแสดงออกมากในบางเรื่อง แต่สำหรับคนไทยที่เป็นผู้ถูกกระทำความรุนแรง ส่วนใหญ่น่าจะสะดวกใจหากมีโอกาสเปิดใจให้ A.I. มากกว่าการต้องมาพูดกับคน หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ

“โครงการโปลิศน้อย” จึงเป็นเสมือนคำแถลง หรือ Statement ที่สำคัญต่อสังคมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าพร้อมพัฒนาการบริการประชาชน จะอยู่เคียงข้างเหยื่อ พร้อมพูดคุย และร่วมช่วยลดปัญหาความรุนแรงในครอบครัว โดยการอนุมัติข้อริเริ่มที่เป็นทั้งนวัตกรรมและเวทีที่ประชาชนจะเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ซึ่งน่าชื่นชมสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ โครงการเปิดดำเนินการแล้ว แต่อยู่ระหว่างการพัฒนาและระดมทุนเพิ่มเติม เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวมต่อไป

อย่างไรก็ดี แม้ว่า “โครงการโปลิศน้อย” มิได้มีความซับซ้อนหรือใช้เทคโนโลยีสูงประการใด แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ซึ่งอาจนำไปสู่การริเริ่มโครงการอื่นๆ ต่อไปที่ใช้เทคโนโลยี Augmented Reality มากขึ้น เพื่อบริการประชาชน

แนวทางของความพยายามข้างต้น มีศักยภาพที่จะขยาย และนำมาใช้ประโยชน์ได้สำหรับทุกหน่วยราชการ โดยเฉพาะหากมีการบูรณาการกันระหว่างผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องใน 3 วงการ ได้แก่ วงการมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัยเชิงนวัตกรรม วงการเทคโนโลยีีเพื่อสังคม และเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายและภาคประชาสังคมที่ทำงานเพื่อปกป้องสังคมจากความรุนแรง

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่