
แลนด์โรเวอร์ขายราคาเดิมถึง’54
โพสต์ทูเดย์
— แลนด์โรเวอร์ประกาศตรึงราคารถยาวถึงสิ้นปี 2554 ดูดลูกค้าซื้อรถ พร้อมแก้ปัญหาค่าเงินผันผวนนายทาร์กรรณ์ เอ. ยีลเดียร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริททิช มอเตอร์ ประเทศไทย ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์แลนด์โรเวอร์ เปิดเผยว่า บริษัทตัดสินใจประกาศตรึงราคาจำหน่ายรถยนต์แลนด์โรเวอร์ในประเทศไทยทุกรุ่นไปจนถึงสิ้นปี 2544 เพื่อดูดลูกค้าเข้ามาซื้อรถยนต์ในช่วงนี้ และป้องกันความสับสนจากความผันผวนของค่าเงิน
ทั้งนี้ หากมีการแข็งตัวของค่าเงินหรือการปรับภาษีใดๆ ก็ตามเกิดขึ้น บริษัทจะตรึงราคาจำหน่ายรถยนต์ทุกรุ่นต่อไป เพื่อให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์แลนด์โรเวอร์ได้อย่างสบายใจว่าค่าเงินไม่มีผลกระทบต่อราคารถของบริษัทแน่นอน
“
แม้ว่าปัญหาเรื่องค่าเงินจะยังไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของเรามาก แต่เพื่อความชัดเจนและการสร้างความชัดเจนให้กับลูกค้า เราจึงตัดสินใจในเรื่องนี้ และหากมีการเปลี่ยนแปลงด้านราคาในอนาคต บริษัทจะเป็นผู้ดูแลทั้งหมด” นายทาร์กรรณ์ กล่าวสำหรับแผนงานในปี 2554 จะเน้นการขยายโชว์รูมและศูนย์บริการในรูปแบบของแฟรนไชส์อีก 67 สาขา ประกอบด้วย กทม. 12 แห่ง เชียงใหม่ ภูเก็ต อุดรธานี หัวหินและพัทยา โดยบริษัทจะช่วยออกค่าใช้จ่าย 50% ในการเริ่มธุรกิจ ที่คาดว่าจะใช้งบประมาณในการลงทุน 815 ล้านบาท
รวมไปถึงการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ โดยเริ่มจากดีเฟนเดอร์ ลิมิเต็ด เอดิชัน ราคาประมาณ 2.5 ล้านบาทในปลายปีนี้ และเรนจ์โรเวอร์ อีโวค ที่จะเปิดตัวในช่วงไตรมาส 4 ปีหน้าด้วยราคาประมาณ 4 ล้านบาท จะทำให้บริษัทมียอดจำหน่ายมากกว่า 100 คัน
นายทาร์กรรณ์ กล่าวว่า ยอดจำหน่ายรถยนต์แลนด์โรเวอร์ในปี 2553 นั้นสามารถทำได้ถึง 60 คัน ซึ่งถือว่าน่าพึงพอใจ แม้จะผิดจากแผนการจำหน่ายที่วางไว้ 80 คัน เป็นผลมาจากสถานการณ์ทางการเมืองในช่วงต้นปี ที่ทำให้โชว์รูมบนถนนวิทยุเสียโอกาสในการทำธุรกิจไปราว 3 เดือน และทำให้เป้าหมายการจำหน่ายไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้
ล่าสุด ได้ลงทุนกว่า 20 ล้านบาทในการเปิดสำนักงานใหญ่ โชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ที่อาคารโป้ยกี่ ถนนวิทยุ โดยเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในประเทศไทย และเป็นการยกระดับภาพลักษณ์ของแลนด์โรเวอร์ในฐานะพรีเมียม เอสยูวี ที่สามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ซึ่งแตกต่างจากเอสยูวีของคู่แข่งทุกแบรนด์







