posttoday
จีนขึ้นดอกเบี้ยฉุดหุ้นไทย

จีนขึ้นดอกเบี้ยฉุดหุ้นไทย

20 ตุลาคม 2553

บล.ไทยพาณิชย์ คาดจีนปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นเอเซียในระยะสั้นโดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค

บล.ไทยพาณิชย์ คาดจีนปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นเอเซียในระยะสั้นโดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค

สุกิจ อุดมศิริกุล ผอ.อาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนลูกค้าบุคคล บริษัทหลักทรัพย์(บล.)ไทยพาณิชย์ให้ความเห็นว่า  การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของจีนที่เหนือความคาดหมายของตลาดคาดว่า จะส่งผลให้ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงในระยะสั้น

โดยจากการศึกษาผลกระทบต่อตลาดหุ้นของจีนเองในช่วงเวลาที่ทางการจีนปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงปี 2004-2007 พบว่ามีการปรับตัวลดลงเพียงระยะสั้นกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบในเชิงลบระยะสั้น ได้แก่ กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ (น้ำมัน เดินเรือ ถ่านหิน)

แนวโน้มตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวลดลงระยะสั้นตามตลาดหุ้นในภูมิภาค แต่ในครั้งนี้คาดว่าจะไม่รุนแรงเหมือนในช่วงเดือน ม.ค.ที่ทางการจีนมีการประกาศปรับขึ้นสัดส่วนเงินทุนสำรองครั้งแรกเดือน ม.ค.โดยในครั้งนั้นดัชนีฯลดลง 7.6% ส่วนในครั้งนี้คาดว่าดัชนีฯมีโอกาสปรับตัวลดลง 3-5% หรือบริเวณ 960-940จุด อย่างไรก็ตาม ระยะสั้นดัชนีฯยังคงมีแนวรับสำคัญทางเทคนิคบริเวณ 975 จุด

ดังนั้น จึงแนะนำ ซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว เน้นหุ้นกลุ่มการบริโภคและการลงทุนในประเทศ หุ้นแนะนำธนาคารกสิกรไทย( KBANK)ธนาคารกรุงไทย( KTB)บริษัทปูนซิเมนต์ไทย( SCC)บริษัทการบินไทย( THAI) บริษัทไทคอน อินดัสเตรียล คอนเน็กชัน(TICON)บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์( LH)และบริษัทเมเจอร์ซีนีเพล็กกรุ้ป( MAJOR)

ธนาคารกลางจีนประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเหนือความคาดหมายของตลาดฯ โดยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก1 ปี ขึ้น 0.25% เป็น เป็น 2.5% ส่วนเงินกู้ 1 ปี ปรับขึ้น 0.25% เป็น 5.56% มีผลบังคับใช้วันที่ 20 ต.ค. ทั้งนี้ ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยเงินฝากระยะยาวที่มากกว่า 1 ปีได้มีการปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า คือ 0.46-0.60%
เหตุผลของการปรับขึ้นมาจาก 1) เพื่อป้องกันเงินเฟ้อ 2) เพิ่มผลตอบแทนเงินฝาก อย่างไรก็ตาม เป็นการแสดงว่า ทางการจีนมีความมั่นใจว่าเศรษฐกิจโลกจะไม่เกิดภาวะถดถอยรอบ 2 (Double dip recession)

การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของจีนคาดว่าจะมีผลกระทบระยะสั้นให้เกิดความกังวลว่าเศรษฐกิจจีนอาจชะลอตัว แต่ทั้งนี้ขึ้นกับระดับอัตราดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นในรอบนี้ว่าจะมากแค่ไหน ส่วนผลกระทบในระยะยาวยังคงประเมินในเชิงบวกเนื่องจากเป็นการรักษาความสมดุลของการเติบโตของเศรษฐกิจ ควบคุมอัตราเงินเฟ้อ และเป็นการดูแลผู้ฝากเงินให้มีผลตอบแทนที่สูงขึ้น ทั้งนี้ ประเมินว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางจีนในครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลให้จุดยืนของนโยบายการเงินของจีนเปลี่ยนไปเป็น “เข้มงวด” โดยคาดว่าธนาคารกลางจีนไม่น่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกภายในปีนี้ ยกเว้นอัตราเงินเฟ้อในช่วงที่เหลือของปีจะเพิ่มขึ้นสูงเกินคาด อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นความเสี่ยงที่อาจส่งผลให้เงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศเพื่อเก็งกำไรผลตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ยมีโอกาส
เพิ่มขึ้นเช่นกัน

“เราประเมินว่าทางการจีนยังคงจะดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจโดยใช้นโยบายการเงินในการควบคุมความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้อและความร้อนแรงในตลาดอสังหาริมทรัพย์ และใช้นโยบายการคลังในการกระตุ้นการลงทุนเพื่อรักษาอัตราการเติบโตตามเป้าหมายที่ไม่ให้ต่ำกว่า 8%”

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน