
เอชพี ส่งสินค้าใหม่ลงตลาด
เอชพี โหนกระแสโน๊ตบุ๊คเพื่อธุรกิจโต 20 - 25% ส่งสินค้าใหม่ลงตลาดรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดทุกไตรมาส คาดสิ้นปีมาร์เก็ตแชร์แตะ 40%
เอชพี โหนกระแสโน๊ตบุ๊คเพื่อธุรกิจโต 20 - 25% ส่งสินค้าใหม่ลงตลาดรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดทุกไตรมาส คาดสิ้นปีมาร์เก็ตแชร์แตะ 40%
นายพงศ์ธวัช พิเชษฐเลอมานวงศ์ ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์และการตลาด กลุ่มธุรกิจเพอร์ซันแนล ซิสเต็มส์ บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ในครึ่งปีแรกที่ผ่านมาตลาดโน้ตบุ๊คเพื่อองค์กรธุรกิจ หรือคอมเมอร์เชียลโน้ตบุ๊ค มีอัตราการเติบโตสูงมากกว่าปกติที่ 20% จากปกติเติบโตเพียง 10% หรือคาดว่าจะมีมูลค่าทั้งปีที่ 2.5 แสนยูนิต
อันเนื่องมาจากพฤติกรรมขององค์กรธุรกิจที่ต้องการความสะดวกและรวดเร็วในการทำงาน และมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น โดยบริษัทคาดว่าในครึ่งปีหลังนี้ตลาดนี้ก็จะมีอัตราการเติบโตมากกว่า 25%
ทั้งนี้ ตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุด คือ ธุรกิจเอสเอ็มอี ที่ปัจจุบันมีสัดส่วนมากถึง 60% จากตลาดคอมเมอร์เชียลโน้ตบุ๊ค ทั้งยังมีอัตราการเติบโตสูงที่สุดอีกด้วย ส่วนตลาดโน้ตบุ๊คเพื่อองค์กรขนาดใหญ่มีสัดส่วนอยู่ที่ 20% เท่ากับ โน้ตบุ๊คเพื่อการศึกษาที่มีสัดส่วนที่ 20% เช่นกัน ซึ่งมีอัตราการเติบโตใกล้เคียงกัน
ทางด้าน บริษัทเพื่อสนองความต้องการของตลาดโน้ตบุ๊คเพื่อองค์กรธุรกิจ จึงเปิดตัวสินค้าใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ โดยมีเป้าหมายที่จะรักษาส่วนแบ่งตลาดอันดับที่ 1 ในปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาดที่ 30 – 37% ซึ่งถือเป็นไตรมาสที่ 3 ของปีนี้แล้วที่บริษัทมีส่วนแบ่งตลาดสูงที่สุด และบริษัทมั่นใจว่าในไตรมาสที่ 4 นี้
บริษัทก็จะมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเพื่อรักษาผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งตลาดในระดับ 40%
สำหรับแผนการทำตลาดของบริษัทในปีนี้ที่ส่งผลให้ยอดขายมีอัตราการเติบโตมากกว่าตลาด หรือมากกว่า 25% คือการให้ความรู้ และสนับสนุนการทำงานของพันธมิตรที่เป็นตัวแทนจำหน่าย รวมถึงการจัดโรดโชว์ไปยังภูมิภาคต่างๆ เช่น ภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และใต้ โดยสัดส่วนยอดขายของบริษัทส่วนใหญ่ยังเป็นขายผ่านโปรเจ๊กต์ต่างๆ ที่ 60 – 70%ส่วนการขายผ่านพันธมิตรอยู่ที่ 30 – 40%
นอกจากนี้ ในสัดส่วนยอดขายของเอชพี พบว่าบริษัทมีส่วนแบ่งในตลาดโน้ตุบุ๊คสำหรับองค์กรธุรกิจขนาดเล็กและกลางมากกว่า 50% อีกด้วย ส่วนที่เป็นองค์กรขนาดใหญ่ราว 30% สอดคล้องกับราคาของโน้ตบุ๊คในระดับ 20,000 – 30,000 บาท มีสัดส่วนยอดขายที่ 70% และราคา 40,000 – 50,000 บาท อยู่ที่ 30%







