
ขับรถเที่ยว ฮอกไกโด (4)
หน้าร้อนญี่ปุ่นนี่สว่างเร็วมาก ตี 4 ก็มีแสงแล้ว ผมเป็นคนชอบนอนเปิดหน้าต่าง พอแสงแยงตาก็นอนไม่เป็นสุข
หน้าร้อนญี่ปุ่นนี่สว่างเร็วมาก ตี 4 ก็มีแสงแล้ว ผมเป็นคนชอบนอนเปิดหน้าต่าง พอแสงแยงตาก็นอนไม่เป็นสุข สุดท้ายก็ลุกขึ้นมาเปลี่ยนชุดยูกาตะลงไปแช่น้ำแร่ตอนตี 5 กว่าๆ เป็นเวลาที่ยังไม่ค่อยมีคนขึ้นมาแช่ซักเท่าไหร่ ใครชอบแช่น้ำแร่แบบส่วนตัวคนน้อยๆ ต้องไปแช่ตอนดึกๆ หรือเช้ามืดครับ
แช่เสร็จก็ลงไปกินข้าวเช้าทั้งชุดยูกาตะนั่นแหละสบายดี การมานอนโรงแรมแบบนี้ควรมีเวลาและไม่เร่งรีบ ประเภทมาถึงมืดออกเจ็ดโมงครึ่ง บอกตรงๆ ว่าเสียดายแทนครับ ยิ่งถ้าเป็นเรียวกังชั้นดียิ่งควรมีเวลา ถึงที่พักซักสี่ซ้าห้าโมง เช็กอินแล้วออกไปเดินเล่น กลับมาแช่น้ำร้อนก่อนกินข้าวเย็น ดึกๆ แช่อีกรอบก่อนนอน ตื่นเช้ามาแช่อีกรอบ กินข้าวเช้าสบายๆ ออกจากที่พักซัก 9 โมง จะมีความสุขและคุ้มค่ามากครับ
ผมลงมาที่ล็อบบี้ตามเวลานัด เจ้าหน้าที่ของ FMJ มารออยู่แล้ว แต่ยังไม่มีลูกค้าท่านอื่นลงมา นี่คือข้อดีของทัวร์ขับรถเที่ยว ลืมสูตร 6-7-8 หรือ 7-8-9 ไปได้เลย อยากตื่นกี่โมงอยากออกกี่โมง อยากเข้าที่พักกี่โมง กำหนดเองได้หมด เช้านี้มีข้อมูลเบื้องต้นและข้อมูลใหม่เขียนไว้บนกระดานพร้อมแผนที่รายวัน วันนี้เป็นเรื่องอากาศที่อาจเจอฝนตกหนักช่วงบ่าย ในกรณีที่ไปเที่ยวไม่ได้ก็มีร้านขนมและศูนย์การค้าที่ไม่ได้ระบุในรายการแนะนำ เป็นการปรับแผนตามสถานการณ์ในแต่ละวัน
ตอนเย็นแถวโรงแรมที่จะพักมีร้านค้าให้เดินก็มีบอกไว้ประกอบการตัดสินใจ มืออาชีพมากๆ สำหรับผมเช้านี้มีแผนไปเดินในเขตอุทยาน เลยต้องรีบฉวยโอกาสที่ฝนยังไม่ตก ขับรถเพียง 10 นาทีก็มาถึงทางเข้า ดูป้ายบอกเส้นทางแล้วก็เลือกไปเส้นน้ำตก Furepe ระยะทาง 2 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินราว 40 นาที พอเดินเข้าไปได้หน่อยนึงเจออีกป้ายเขียนไว้ว่า Bear Encounter
จ๊าก! นี่เราจะเจอหมีกันใช่มั้ย ในตารางมีบอกไว้ว่า เจอหมี 3 วันที่ผ่านมาติดกันเลย ยิ่งเมื่อวานเจอ 3 ครั้งในช่วงเช้า เอาละเว้ย! มาลุ้นกันดูว่าวันนี้จะเจอมั้ย เดินไปใจก็เต้นตุบๆ คิดตลอดว่าถ้าเจอจะทำยังไง ถ้ามันวิ่งไล่เราจะรอดมั้ย เดินไปจนเกือบจะสุดทาง จ๊ะเอ๋! เห็นตัวอะไรอยู่ในดงไม้
โล่งใจไม่ใช่หมี ที่แท้เป็นกวางแม่ลูก ยืนหยุดดูอยู่ซักพักมันไม่ออกมาใกล้ๆ เลยเดินต่อไปที่จุดชมวิวริมผา เห็นทั้งทะเล Okhotsk และน้ำตก Furepe สวยงามประทับใจ ขากลับเจอกวางแม่ลูกคู่เดิม (มั้ง) แต่ครั้งนี้เจอแบบประจันหน้าระยะ 5 เมตร ยืนถ่ายรูปและวิดีโออยู่นานก็ไม่หลบ จนท้ายที่สุดลูกกวางกระโดดผลุบหายไปในดงไม้ แม่กวางถึงมุดตามไป หลายท่านอาจจะบอกว่า ที่นาราก็มีกวาง ขอบอกว่าไม่เหมือนกันครับ นั่นมันกวางที่คุ้นกับคนจนแทบจะแทรกตัวมาสิงร่างเรา แต่นี่เป็นกวางป่าหากินตามธรรมชาติ ประสบการณ์ตรงหน้าแตกต่างจากกวางที่นาราเยอะครับ
เราขับรถต่อไปยังจุดหมายถัดไปที่ Shiretoko Goko ทะเลสาบเล็กๆ 5 แห่งในเขตอุทยานชิเรโตโกะ จากจุดจอดรถ มีทางเดินสร้างด้วยไม้ทอดยาว 800 เมตรไปจนถึงทะเลสาบแห่งแรก (Ichiko) ระหว่างทางมีจุดชมวิวเป็นระยะ ให้ส่องทัศนียภาพโดยรอบ ทะเลสาบแรกมีขนาดเล็กเป็นลำดับสี่ ในวันที่ฟ้าใส น้ำในทะเลสาบจะสะท้อนสีฟ้าสดของท้องฟ้าและภูเขาอิโอะที่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้า เป็นภาพที่งามประทับใจสุดๆ
แต่ถ้าอยากจะเดินต่อไปยังทะเลสาบอีก 4 แห่งที่เหลือ จะไม่มีทางเดินไม้แล้ว ต้องเดินผ่านเส้นทางเดินเท้าธรรมชาติ ซึ่งทางอุทยานไม่อนุญาตให้เดินเอง ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง และต้องเริ่มเดินเท้าจากศูนย์ข้อมูลใกล้ที่จอดรถเข้าไปยังทะเลสาบที่ 5 (Goko) ย้อนเส้นทางขึ้นไปจนเจอทะเลสาบแรกที่มีทางเดินไม้ จะเลือกเส้นทางสั้น 1.6 กิโลเมตรใช้เวลาเดิน 90 นาที หรือเส้นทางยาว 3 กิโลเมตรระยะเวลา 3 ชั่วโมง ซึ่งต้องจองรอบและคนนำทางล่วงหน้า ไม่ใช่มาหาเอาหน้างาน อาจผิดหวังได้
ในแผ่นพับของอุทยานมีบอกไว้ว่าช่วงเดือน มิ.ย.มีโอกาสเจอกวางแม่ลูกอ่อน อย่างนี้นี่เอง เหมือนที่เราเจอตอนเดินในอุทยานเมื่อเช้า เพราะช่วงเดือน พ.ค.เป็นช่วงที่แม่กวางตกลูก มิ.ย.เป็นหน้าฝนของญี่ปุ่น พืชพรรณธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ เป็นช่วงที่สรรพสัตว์อิ่มหนำสำราญเต็มที่ เป็นช่วงเวลาดีที่จะมีลูก
ผมสังเกตเห็นตามทางเดินไม้มีการขึงรั้วไฟฟ้าขนานไปด้วย สอบถามได้ความว่า ช่วงกลาง พ.ค.ถึงปลาย ก.ค.เป็นช่วงที่หมีออกจากจำศีลใหม่ๆ จึงตระเวนหากินมากเป็นพิเศษ และแถวนี้ก็อยู่ในเขตหากินของหมี เลยต้องล้อมรั้วไฟฟ้าไว้ ผมเดินแค่ทะเลสาบเดียวจนสุดทางก็เดินกลับ เพราะลมแรง เสื้อแจ็กเกตบางๆ เอาไม่อยู่ อีกทั้งฝนจะตกช่วงบ่าย จึงควรรีบเดินทางไปให้ใกล้จุดหมายปลายทางมากที่สุด
เราขับรถข้ามเขาตัดแหลมชิเรโตโกะ ระหว่างทางมีจุดแวะชมวิว กระโดดลงไปถ่ายรูปแป๊บเดียวต้องรีบกลับขึ้นรถเพราะลมแรงและหนาว ขับต่อไปได้หน่อยเดียวต้องรีบจอดริมทางอย่างกะทันหัน เพราะสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าคือ หมาจิ้งจอกแม่ลูกอ่อนที่มีลูกหมาสี่ห้าตัวแย่งกันดูดนมแม่ เดินในป่ามาทั้งเช้าเจอแต่กวาง นี่ดูดนมริมทางหลวงโชว์ มีหรือจะพลาด ผมจอดรถข้างๆ แบบประชิด ถ่ายรูปและวิดีโอร่วม 10 นาทีโดยไม่เกรงใจ ลูกหมาแย่งกันดูดนมแม่พอเห็นรถมาจอด บางตัวก็วิ่งหลบบางตัวก็ได้โอกาสเข้าไปเสียบแทน น่ารักอะไรอย่างงี้ดูจนพอใจแล้วก็ขับรถกันต่อไปยังเมืองริมทะเลชื่อ Rausu เพื่อไปทานข้าวเที่ยง พอจอดที่หน้าร้าน ขออนุญาตเปลี่ยนคำเรียกร้านเป็นกระต๊อบแทน
ภาพตรงหน้าคือกระท่อมไม้ที่ดูผุๆ พังๆ ริมทะเลคล้ายเพิงพักของชาวประมง เดินเข้าไปข้างในมีโต๊ะอยู่ 5-6 ชุด กะคร่าวๆ นั่งได้ราว 30 คน ลูกค้าส่วนใหญ่ไปยืนอออยู่ตรงตู้แช่ซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกับที่สั่งอาหาร ดูเมนูดูของในตู้แล้วสั่งกับคุณป้าเจ้าของร้าน สั่งเสร็จค่อยมานั่งที่โต๊ะ ผมสั่งชุดปลา Kinki นึ่งซีอิ๊ว ประกอบด้วยซาชิมิ 3-4 อย่าง สดทุกอย่าง มาถึงปลาคิงกิที่เนื้อนุ่มแน่นไม่เละ ใช้ตะเกียบคีบเนื้อหลุดมาเป็นยวง คิดว่าเป็นปลาสด ถามป้า ป้าบอกปลาคิงกิของที่นี่ตากไว้วันนึงแล้วค่อยนำมาทำอาหารจะอร่อยกว่า
จริงของป้าเพราะอร่อยจนเหลือแต่ก้าง ระหว่างกินมีกองถ่ายรายการทีวีจากโตเกียวมาที่ร้าน ถ่ายบรรยากาศและสัมภาษณ์ป้า แสดงว่าร้านนี้ดังมิใช่น้อย ปกติไม่รับกรุ๊ปทัวร์เพราะร้านเล็กที่ทางไม่สะดวก และเป็นที่นิยมของคนญี่ปุ่นอยู่แล้ว แต่ทาง Follow Me Japan เค้าคบหากับป้ามานาน เลยได้มากินที่ร้านนี้แบบมี Reservation คือจองที่นั่งได้ เพราะระบบของร้านป้าคือ เข้าร้านมาสั่งอาหาร แล้วค่อยไปนั่ง ถ้ามาแล้วไม่มีที่นั่งก็ต้องยืนรอต่อคิวที่ด้านนอกกันทุกคน ยกเว้นลูกทัวร์ของ FMJ ที่ได้สิทธิพิเศษ เป็นร้านลับลำดับ 2 ของทริปนี้ครับ







