posttoday
บลจ.ไทยพาณิชย์ชี้หุ้นปีหน้า1200จุด

บลจ.ไทยพาณิชย์ชี้หุ้นปีหน้า1200จุด

18 ตุลาคม 2553

บลจ.ไทยพาณิชย์ มองหุ้นปีหน้า 1,200 จุด แนะลงทุนกองทุน LTF ตามความเสี่ยงแม้หุ้นจะพันจุดยังลงทุนได้

บลจ.ไทยพาณิชย์ มองหุ้นปีหน้า 1,200 จุด แนะลงทุนกองทุน LTF ตามความเสี่ยงแม้หุ้นจะพันจุดยังลงทุนได้

นางโชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ในขณะนี้ว่า ถึงแม้ปัจจุบันดัชนีตลาดหลักทรัพย์จะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นเกือบ 1,000 จุดแล้วก็ตาม แต่เชื่อว่ากองทุน LTF ยังคงมีอัตราการเติบโตไปจนถึงสิ้นปี และยังสามารถลงทุนได้ เนื่องจากเป็นการลงทุนระยะยาว ขณะที่ตลาดหุ้นไทยยังมีแนวโน้มที่ปรับตัวขึ้นต่อไปได้อีก แม้ว่าอาจมีการปรับฐานเป็นระยะๆ เนื่องจากได้รับปัจจัยเชิงบวกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศเอง รวมทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐจากการก่อสร้างโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ต่างๆ ผนวกกับได้รับอานิสงส์จากการอัดฉีดเงินเข้าไปในระบบ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา ซึ่งส่งผลให้เม็ดเงินดังกล่าวไหลเข้ามาในประเทศไทยด้วย

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนที่คิดจะลงทุนในกองทุน LTF  ควรคำนึงถึงพฤติกรรมการลงทุน หรือความสามารถในการรับความเสี่ยงของผู้ลงทุนเองด้วย  และเลือกลงทุนให้เหมาะสมกับสไตล์ของตนเอง โดยปัจจุบัน บลจ.ไทยพาณิชย์  มีกองทุน LTF  ให้เลือกจำนวน  6 กองทุน ซึ่งมีนโยบายที่สามารถตอบสนองระดับความเสี่ยงและความคาดหวังผลตอบแทนของนักลงทุนที่แตกต่างกัน  คือตั้งแต่ความเสี่ยงที่ต่ำกว่าตลาด เช่น กองทุน SCBLTS จะลดความผันผวนโดยการทำการบริหารจัดการโดยซื้ออนุพันธ์ล่วงหน้า SET50 Futures ไว้ประมาณ 30-35% ซึ่งจะเป็นตัวช่วยลดความผันผวนได้ในกรณีที่หุ้นตก กองทุน SCBLT1 มีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นเพียง 70% ส่วนอีก 30% ลงทุนในตราสารหนี้

ทั้งนี้สำหรับนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงที่มากขึ้นได้ โดยคาดหวังผลตอบแทนที่สูงขึ้น มีกองทุน SCBLT2, SCBLT3, SCBLTT และ SCBLT4 โดยที่กองทุน SCBLT2  ลงทุนในหุ้น 100% โดยเน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ ส่วนกองทุน SCBLT3 จะเน้นลงทุนในหุ้นที่มีอัตราการเติบโตของผลกำไรสูง ขณะที่กองทุน SCBLTT จะมีนโยบายการลงทุนคล้ายกับ SCBLT3 แต่ต่างกันที่ SCBLTT จะมีนโยบายจ่ายเงินปันผลในขณะที่ SCBLT3 ไม่มี ส่วนกองทุนสุดท้ายคือ SCBLT4 จะมีการกระจายการลงทุนที่มากขึ้น โดยมีการนำเงินบางส่วนไปลงทุนในต่างประเทศ

สำหรับผลการดำเนินงานกองทุน LTF  ของบลจ.ไทยพาณิชย์ในปีนี้ อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ  มีกองทุนที่มีผลการดำเนินงานสูงกว่าตลาดหลักทรัพย์ซึ่งอยู่ที่ 35.14% จำนวน 2 กองทุนคือ กองทุน SCBLT3 ให้ผลตอบแทนไปแล้วถึง 43.14% (ณ 13 ต.ค.53)  และกองทุน SCBLTT ให้ผลตอบแทน 41.92%  อีกทั้งยังจ่ายเงินปันผลกองทุน LTF ไปแล้วจำนวน 3 กองทุน คือกองทุน SCBLT1  กองทุน SCBLT4 และกองทุน SCBLTT จำนวน 15 ครั้งนับแต่จัดตั้งกองทุน รวมมูลค่า 1,481.86 ล้านบาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล กองทุน SCBLT1 อยู่ที่ 17.75% กองทุน SCBLT4 อยู่ที่ 5%  และกองทุน SCBLTT อยู่ที่ 8.40%

“ในสิ้นปีนี้ เราคาดว่าตลาดหุ้นน่าจะไปยืนเหนือ 1,050 จุดได้ และปีหน้าจะไปลุ้นที่ 1,200 จุด  จากปัจจัยที่กล่าวข้างต้น  อย่างไรก็ตาม นักลงทุนที่ต้องการผลประโยชน์ทางภาษี แต่ยังไม่มีความคุ้นเคยกับความผันผวนของการลงทุนในกองทุน LTF และเห็นว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ได้ปรับตัวขึ้นมาสูงแล้ว อาจจะเริ่มลงทุนกับกองทุนที่มีความผันผวนต่ำก่อนได้ เช่น กองทุน SCBLTS และ กองทุน  SCBLT1 และเมื่อมีความคุ้นเคยกับความผันผวนแล้วจึงค่อยกระจายการลงทุนไปสู่กองทุนที่มีความเสี่ยงและผลตอบแทนมากขึ้น อย่างกองทุน SCBLT2, SCBLT3, หรือ SCBLT4”  นางโชติกากล่าว

ทั้งนี้ ล่าสุดบลจ.ไทยพาณิชย์ ยังได้ออกแคมเปญ “ลดหย่อนภาษีวันนี้ บินฟรีถึงสิงคโปร์” เพื่อกระตุ้นยอดขายกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี พร้อมของรางวัลอื่นๆอีกมากโดยจะให้สิทธิย้อนหลังสำหรับลูกค้าที่ลงทุนในกองทุนดังกล่าวมาตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 53 หรือมีการลงทุนในช่วงนี้ไปจนถึง 30 ธ.ค. นี้ โดยจะนับยอดรวมทั้งรายการซื้อ สับเปลี่ยนเข้า หรือการโอนมาจากบลจ.อื่น 

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี