
ไฟแนนซ์ไดเจสต์
DOD ยอดจองหุ้นไอพีโอล้น
DOD ยอดจองหุ้นไอพีโอล้น
นายคมกฤต มีคำสัตย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค (DOD) เปิดเผยว่า ผลการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวน 110 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท ในราคาเสนอขายที่ 9.30 บาท/หุ้น ระหว่างวันที่ 12-14 มิ.ย. 2561 ปรากฏว่า หุ้นของ DOD ได้รับความสนใจจากนักลงทุนจองซื้อหุ้นไอพีโอเป็นจำนวนมาก โดยมียอดจองซื้อเกินจำนวนที่เสนอขาย เนื่องจากมั่นใจในปัจจัยพื้นฐานของบริษัทที่มีศักยภาพความแข็งแกร่ง รวมถึงมีอัตราการเติบโตมั่นคงอย่างต่อเนื่องในอนาคต ประกอบกับบริษัทมีแผนขยายการลงทุนในการต่อยอดธุรกิจอย่างชัดเจน โดยหุ้น DOD จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ในวันที่ 20 มิ.ย. 2561
น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค กล่าวว่า ยอดจองซื้อหุ้นไอพีโอที่มีเข้ามาเป็นจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อบริษัท โดยการระดมทุนในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพอัตราการเติบโตของบริษัทในอนาคตได้เป็นอย่างดี ซึ่งบริษัทเตรียมนำเงินที่ได้ไปลงทุนในโรงงานสกัดวัตถุดิบ (โรงที่ 2) รวมถึงลงทุนในเครื่องสกัด ด้วย CO2 เพื่อเพิ่มประสิทธิผลในการสกัดพืชสมุนไพร รวมถึงการลงทุนในห้องปฏิบัติการวิจัยระดับสากล ที่ได้มาตรฐาน ISO/IEC 17025 สามารถตรวจสอบคุณสมบัติเฉพาะของสารสกัดที่ได้จากโรงสกัด เพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และเป็นสูตรเฉพาะของบริษัท รวมทั้งการรับจ้างตรวจสอบทางเคมีและทางจุลชีววิทยาให้กับหน่วยงานอื่น
TAPAC ขาดทุนยับต้นทุนพุ่ง
นายโสฬส ตั้งในธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทาพาโก้ (TAPAC) แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า งวดไตรมาส 2 ปี 2561 บริษัทและบริษัทย่อยพลิกขาดทุนสุทธิ 25.90 ล้านบาท แย่ลง 160.23% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 43 ล้านบาทขณะที่งวดครึ่งปีมีกำไรสุทธิ 5 ล้านบาท ลดลง 105.70% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 82.38 ล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัทรายได้จากการขายสินค้าและให้บริการผลิตภัณฑ์พลาสติก แม่พิมพ์ และธุรกิจค้าปลีก (เริ่มมีรายได้ในเดือน เม.ย. 2561) 217.604 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ซึ่งมีรายได้จากการขายสินค้า และให้บริการอยู่ที่ 183.668 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.48% และมีต้นทุนจากการขายสินค้าและให้บริการอยู่ที่ 74.83% เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีต้นทุนอยู่ที่ 71.75% โดยเป็นต้นทุนจากการขายและให้บริการผลิตภัณฑ์พลาสติกและแม่พิมพ์มีต้นทุนอยู่ที่ 74.82%
นอกจากนี้ บริษัทย่อย C4Hus AB มีรายได้ค่าก่อสร้างอยู่ที่ 230.02ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 15.06% ขณะเดียวกันก็มีต้นทุนค่าก่อสร้างอยู่ที่ 277.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 17.91% สาเหตุหลักเกิดจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศสวีเดนก่อนการเลือกตั้งและผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจของยุโรป







