
กรอ.สอบเข้ม ปริมาณขยะ อิเล็กทรอนิกส์
กรอ.เผยแนวโน้มขยะอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มตามเทรนด์เทคโนโลยีปี 2560 พุ่งกว่า 6 หมื่นตัน
กรอ.เผยแนวโน้มขยะอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มตามเทรนด์เทคโนโลยีปี 2560 พุ่งกว่า 6 หมื่นตัน
นายมงคล พฤกษ์วัฒนา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่า แนวโน้มขยะอิเล็กทรอนิกส์มีจำนวนมากขึ้นตามการเติบโตของเทคโนโลยี โดยประเทศไทยมีปริมาณของขยะอิเล็กทรอนิกส์จากภาคอุตสาหกรรมและการนำเข้าในปี 2560 กว่า 6 หมื่นตัน แบ่งเป็นภาคอุตสาหกรรมในประเทศจำนวนประมาณ 7,400 ตัน และนำเข้าประมาณ 5.3 หมื่นตัน โดยการนำเข้าของเสียอิเล็กทรอนิกส์สามารถทำได้ตามขั้นตอนการขออนุญาตภายใต้อนุสัญญาบาเซิล
ทั้งนี้ ในการออกใบอนุญาตการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์จะออกให้เฉพาะโรงงานที่ประสงค์นำขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาเป็นวัตถุดิบในโรงงานของตนเองเท่านั้น ไม่สามารถนำไปขายหรือจำหน่ายต่อให้ผู้อื่นหรือโรงงานอื่นได้ และปริมาณที่นำเข้าต้องสอดคล้องกับกำลังการผลิตของโรงงาน โดยประเทศไทยมีโรงงานรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานจำนวน 132 โรงงาน
“ขยะอิเล็กทรอนิกส์คือ กากขยะที่มาจากผลิตภัณฑ์จำพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ของโลกในการหาแนวทางในการจัดการเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ เพราะส่วนประกอบในขยะอิเล็กทรอนิกส์มีแร่โลหะที่มีมูลค่าสูง ซึ่งหากมีเทคโนโลยีที่เหมาะสมก็สามารถสร้างมูลค่าให้กับประเทศได้ เช่น ประเทศญี่ปุ่นมีการนำโลหะมีค่าที่สกัดจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ทองคำ ทองแดง มาผลิตเป็นเหรียญรางวัลที่จะใช้ในกีฬาโอลิมปิกที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในปี 2020” นายมงคล กล่าว
นอกจากนี้ กรณีการพบขยะอิเล็กทรอนิกส์ในโรงงานของบริษัท ดับบลิวเอ็มดี ไทย รีไซคลิ้ง ในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา กรอ.ตรวจสอบพบว่า บริษัทไม่มีใบอนุญาตนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจากกรณีดังกล่าว กรอ.จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบแหล่งที่มาของขยะอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ ว่ามาจากการลักลอบนำเข้า หรือมีการสำแดงข้อมูลอันเป็นเท็จต่อศุลกากรและเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะต้องระวางโทษตามมาตรา 73 แห่ง พ.ร.บ.วัตถุอันตรายจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือทั้งจำและปรับ







