posttoday
'คริปโทเคอเรนซี'...กับประกันภัยไทย

'คริปโทเคอเรนซี'...กับประกันภัยไทย

29 พฤษภาคม 2561

แม้รัฐบาลจะออกกฎหมายมาควบคุมสกุลเงินดิจิทัล หรือคริปโทเคอเรนซี

โดย ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์
แม้รัฐบาลจะออกกฎหมายมาควบคุมสกุลเงินดิจิทัล หรือคริปโทเคอเรนซี (Cryptocurrency) แล้วก็ตาม แต่ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ก็ยังไม่มีแผนที่จะอนุญาตให้บริษัทประกันภัยเข้าไปลงทุนอะไรที่เกี่ยวข้องกับคริปโทเคอเรนซีแต่อย่างใด พร้อมกับแนะนำให้คลอดผลิตภัณฑ์ประกันภัยรองรับความเสี่ยงแทน
สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า เรื่องของคริปโทเคอเรนซีนั้น ภายใต้บริบทของธุรกิจประกันภัยมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวอยู่ 2 ส่วน คือ ส่วนแรก เป็นการผนวกผลิตภัณฑ์ประกันภัยเข้าไปกับคริปโทเคอเรนซี ซึ่งในประเทศญี่ปุ่นที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เหล่านี้อยู่พอสมควรได้มีการออกผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่คุ้มครอง กรณีการทำธุรกรรมด้วยบิตคอยน์เกิดความล้มเหลว ซึ่งอาจจะเกิดจากระบบเพย์เมนต์เกตเวย์ หรือการทำธุรกรรมล่าช้า
แต่สำหรับในประเทศไทยยังถือเป็นเรื่องใหม่ในด้านของการประกันภัย ซึ่งในประเทศไทยยังไม่มีบริษัทประกันภัยใดมีผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับคริปโทเคอเรนซีอาจเป็นเพราะว่า ที่ผ่านมายังขาดความชัดเจนเกี่ยวกับสถานะที่แท้จริงของคริปโทเคอเรนซี จึงไม่สามารถพิจารณาถึงความเสี่ยงภัยในการกำหนดความคุ้มครองได้อย่างชัดเจน
ส่วนต่อมาคือ การที่บริษัทประกันภัยจะไปลงทุนในคริปโทเคอเรนซี ซึ่ง คปภ.กำกับดูแลด้านการลงทุนของบริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัย ภายใต้ประกาศ คปภ.ว่าด้วยเรื่องการลงทุนประกอบธุรกิจอื่น เนื่องจากการที่ธุรกิจประกันภัยเป็นธุรกิจที่บริษัทประกันภัยรับโอนความเสี่ยงภัยมาจากประชาชนและภาคธุรกิจ จึงมีความรับผิดที่ต้องชดใช้เงินตามสัญญาประกันภัย
ดังนั้น เมื่อบริษัทได้รับเบี้ยประกันภัยจากประชาชนมาแล้ว จึงต้องมีการนำมาบริหารจัดการและลงทุนในสินทรัพย์ที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่เพียงพอและสอดคล้องกับภาระผูกพันที่มีอยู่ คปภ. จึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการลงทุนของบริษัทประกันภัย เพราะถือว่าเป็นธุรกรรมที่สําคัญต่อความมั่นคงของบริษัท
ทั้งนี้ ประกาศลงทุนฉบับดังกล่าวยังไม่อนุญาตให้บริษัทนำเงินเข้าไปลงทุนเกี่ยวกับคริปโทเคอเรนซี ซึ่งสาเหตุก็จะเป็นหลักการเดียวกันกับการที่ยังไม่มีผลิตภัณฑ์ประกันภัยคริปโทเคอเรนซี ประกอบกับมูลค่าของคริปโทเคอเรนซีในช่วงที่ผ่านมา ค่อนข้างมีความผันผวน จึงทำให้มีความเสี่ยงสูงต่อการลงทุน ซึ่งอาจส่งผลกระทบไปยังผู้เอาประกันภัยในที่สุด จึงต้องมีการศึกษารูปแบบและผลกระทบให้รอบด้านก่อน
แต่แน่นอนว่า เมื่อกฎระเบียบที่ออกมามีความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะการที่ภาครัฐเข้ามากำกับดูแลเรื่องนี้อย่างเป็นระบบ คาดว่าอีกไม่นานนี้ เราก็จะได้เห็นผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองความเสี่ยงภัยที่อาจเกิดขึ้นกับคริปโทเคอเรนซีมากขึ้น ซึ่ง คปภ.ได้มีการหารือพูดคุยกับภาคธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่เป็นระยะๆ
อย่างไรก็ตาม ฟินเทคและอินชัวร์เทค แม้จะนำมาซึ่งโอกาสในการประกอบธุรกิจ และการพัฒนาขีดความสามารถเพื่อรองรับกับความต้องการของผู้บริโภค แต่เมื่อมีการใช้บริการและมีการเติบโตของธุรกรรมที่มากขึ้น ก็ย่อมที่จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายหรือการละเมิดต่อผู้บริโภคตามมา
สิ่งสำคัญที่หน่วยงานกำกับดูแลต้องคำนึงถึงในการกำกับดูแลพัฒนาการของเทคโนโลยีคือ การสร้างกลไกในการคุ้มครองผู้บริโภคที่จะมารองรับกรณีที่ผู้บริโภคได้รับผลกระทบจากการใช้เทคโนโลยีต่างๆ และในขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงการสร้างความสมดุลระหว่างการส่งเสริมพัฒนาการเทคโนโลยีในการประกอบธุรกิจ
ดังนั้น การสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจว่าจะได้รับความคุ้มครองจากการใช้เทคโนโลยีนั้นๆ จะส่งผลต่อเนื่องให้กับพัฒนาการของธุรกิจที่จะสามารถก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง และสุดท้ายผลประโยชน์ก็ตกอยู่กับทั้งภาคธุรกิจและประชาชน

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่