
คณะสงฆ์หนกลางสร้าง ‘โพธิญาณมหาวิชชาลัย’ ให้แผ่นดิน
คณะสงฆ์หนกลาง นำโดย สมเด็จพระพุทธชินวงศ์
โดย สมาน สุดโต
คณะสงฆ์หนกลาง นำโดย สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (ศ.พิเศษ ดร.สมศักดิ์ อุปสโม ป.ธ.9 Ph. D) เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ประธานโครงการอนุรักษ์และพัฒนาพุทธมณฑล กรรมการมหาเถรสมาคม ดำเนินการก่อสร้างอาคาร “โพธิญาณมหาวิชชาลัย” เพื่อเป็นที่ปฏิบัติธรรมครบวงจรให้แก่แผ่นดิน โดยสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นประธานมอบ เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2561
พิธีส่งมอบอาคารที่แสดงถึงจิตวิญญาณแห่งความร่วมมือของคณะสงฆ์หนกลาง ดำเนินไปท่ามกลางผู้มีเกียรติ นำโดย อานันท์ ปันยารชุน นายกรัฐมนตรีคนที่ 18 สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนครปฐม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ คณะสงฆ์ 2 ฝ่าย และเจ้าคณะผู้ปกครองจากหนกลาง 23 จังหวัด คณะสงฆ์หนกลาง พร้อมทั้งคณะผู้ปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานตามโครงการฝึกอบรมพระวิปัสสนาจารย์ ประจำสำนักปฏิบัติธรรม พระสังฆาธิการที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสใหม่ ที่ต้องเข้าฝึกอบรมวิปัสสนากัมมัฏฐาน 45 วัน
สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการอำนวยการอนุรักษ์และพัฒนาพุทธมณฑลฝ่ายสงฆ์ เป็นประธานดำเนินการสร้างอาคารปฏิบัติธรรมโพธิญาณมหาวิชชาลัย ซึ่งมีพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารยักษ์หลังนี้ เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2560 เวลา 09.39 น. โดยมี ออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส
สำหรับสถาปัตยกรรมของอาคารนี้ เป็นรูปแบบศาลาทรงไทย 2 ชั้น ยาว 100 เมตร กว้าง 50 เมตร
ชั้นบน ประกอบด้วย ห้องพระวิปัสสนาจารย์ ห้องประชุมย่อย ห้องพักพระมหาเถระ มีห้องน้ำในตัว และห้องโถงใหญ่ เพื่อใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม สามารถอำนวยความสะดวกต่อผู้ปฏิบัติธรรมได้ถึงครั้งละ 3,000 รูป/คน
ส่วนชั้นล่าง เรียงรายด้วยห้องพัก 28 ห้อง พักได้ห้องละ 50 รูป/คน โดยมีห้องน้ำไว้บริการ 109 ห้อง แบ่งโซนอย่างเป็นสัดส่วน ระหว่างบรรพชิตและฆราวาส พร้อมพรั่งด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย ใช้งบก่อสร้างทั้งสิ้น 120 ล้านบาท โดยการสนับสนุนจากคณะสงฆ์หนกลาง 23 จังหวัด
น.ต.เกริก ตั้งสง่า อดีตกรรมการกองทุนเล่าเรียนหลวง ที่ร่วมอนุโมทนาในงานมอบอาคารให้แก่แผ่นดิน กล่าวว่า คณะสงฆ์หนกลางสร้างอาคารนี้ เป็นการแสดงถึงศักยภาพของผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ และเป็นการช่วยพลิกฟื้นพุทธมณฑลให้มีชีวิตชีวา เพราะจะมีผู้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน เข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่องดังนั้นการทำงานของคณะสงฆ์หนกลาง นอกจากแสดงออกถึงจิตวิญญาณที่ทำเพื่อแผ่นดิน เพื่อคณะสงฆ์แล้ว น่าจะเป็นแบบอย่างให้คณะสงฆ์หนอื่นๆ นำไปเป็นตัวอย่างทำเพื่อแผ่นดินในยุคสงฆ์ 4.0
พร้อมกันนั้น น.ต.เกริก เสนอแนะว่า คณะสงฆ์ต้องทำงานสวนกระแสข่าวความตกต่ำที่ประดังเข้ามาในช่วงนี้ โดยหันมาร่วมกันทำงานการกุศล เพื่อแผ่นดิน เช่น มาร่วมกันสวดมหาชัยมงคลคาถา ถวายพระพรเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหา
วชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร วันที่ 28 ก.ค. 2561
คณะสงฆ์ต้องทำงานสวนกระแสให้ได้มิเช่นนั้นจะลำบาก
ส่วนพิธีการส่งมอบอาคารปฏิบัติธรรม “โพธิญาณมหาวิชชาลัย” เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2561 นั้น ได้จัดพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีในโครงการอนุรักษ์และพัฒนาพุทธมณฑลด้วย







