posttoday
‘สุวรรณี จินชาง’ ชีวิตเริ่มจากศูนย์ สู่เจ้าของอสังหา

‘สุวรรณี จินชาง’ ชีวิตเริ่มจากศูนย์ สู่เจ้าของอสังหา

27 พฤษภาคม 2561

ชีวิตเริ่มต้นจากศูนย์และต้องไปอยู่ประเทศไทย แถมพูดภาษาไทยไม่ได้ ทั้งหมดไม่ได้เป็นอุปสรรค แต่เป็นบททดสอบและแรงผลักดันสำคัญต่อ “สุวรรณี จินชาง”

โดย วราภรณ์ เทียนเงิน

ชีวิตเริ่มต้นจากศูนย์และต้องไปอยู่ประเทศไทย แถมพูดภาษาไทยไม่ได้ ทั้งหมดไม่ได้เป็นอุปสรรค แต่เป็นบททดสอบและแรงผลักดันสำคัญต่อ “สุวรรณี จินชาง” ประธานบริหารบริษัท นิราวิลล์ พร็อพเพอร์ตี้ สามารถก้าวข้ามทุกบททดสอบสำคัญในชีวิต ตั้งแต่การทำงานแรกในไทย กับอาชีพแม่บ้าน สู่ธุรกิจเสื้อผ้า และยึดคำว่า มุ่งมั่น พยายาม ขยันอดทน จึงก้าวสู่ผู้บริหารบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน

“สุวรรณี จินชาง” ประธานบริหาร บริษัท นิราวิลล์ พร็อพเพอร์ตี้ ผู้ประกอบธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ ภายใต้แบรนด์ “นิราวิลล์” ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร เปิดเผยว่า ได้เริ่มต้นชีวิตที่ประเทศไทยมาร่วม 35 ปีแล้ว จากปี 2525 ที่ได้ตัดสินใจย้ายจากประเทศจีนมาอยู่ประเทศไทย โดยการมาไทย อาชีพแรกคือ แม่บ้าน ได้ตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่และมีความสุขกับการทำงาน ได้รับเงินเดือน 400 บาท ก็ส่งกลับไปให้คุณพ่อคุณแม่ที่ประเทศจีน ซึ่งได้ทำงานแม่บ้าน 7 เดือน จนถึงจุดที่คิดว่า เรามาเมืองไทย ไม่ได้อยากเป็นแม่บ้าน เริ่มเห็นแสงสว่าง ทำให้ตัดสินใจไปทำอาชีพการเย็บเสื้อผ้า

การทำอาชีพเย็บเสื้อผ้า เนื่องจากเป็นงานที่มีความถนัดและได้ทำตั้งแต่อยู่ที่ประเทศจีน การทำงานเย็บเสื้อผ้าก็พูดภาษาไทยไม่ได้ อ่านหนังสือไทยไม่ได้ ต้องใช้วิธีขับมอเตอร์ไซค์และไม่มีใบขับขี่ไปส่งตามตลาด มีทั้งช่วงเจออุปสรรคลูกค้าหนีไปไม่จ่ายเงิน แต่ไม่ท้อ หาที่ส่งสินค้าใหม่ และขยายไปที่ศูนย์ค้าส่ง โบ๊เบ๊ จึงเจอเจ้าของร้านเป็นชาวจีน และพูดภาษาจีนภาษาแต้จิ๋ว ทุกคนให้ความเอ็นดู และสั่งเสื้อผ้า ส่งผลให้ธุรกิจเริ่มขยายตัว

ได้ทำธุรกิจเสื้อผ้าจากคนงาน 3-4 คน และขยายมาเรื่อยๆ ต่อมาได้ขยายสู่การทำโรงงาน มีเครื่องจักรในโรงงานร่วม 50 เครื่อง และจ้างข้างนอกเย็บด้วย โดยทำธุรกิจเสื้อผ้ายีนส์สำหรับเด็ก แต่เมื่อทำมาร่วม 22 ปี เริ่มเผชิญกับการแข่งขันในตลาดและมียอดคำสั่งผลิต (ออร์เดอร์) ลดลงมาก เป็นจุดเปลี่ยนทำให้ต้องมองหาธุรกิจใหม่และต้องดูแลพนักงาน

‘สุวรรณี จินชาง’ ชีวิตเริ่มจากศูนย์ สู่เจ้าของอสังหา

จึงสนใจทำธุรกิจอุปกรณ์เครื่องเขียน โดยสั่งผลิตที่จีนและสั่งตามพื้นที่ต่างๆ และในห้าง แต่เมื่อทำต่อไปก็เจอสถานการณ์ที่ร้านค้ามีการส่งสินค้าคืนมาให้บริษัทเมื่อขายไม่หมด ทำให้ควบคุมต้นทุนได้ลำบาก และโรงงานที่ผลิตก็ไม่ใช่ของบริษัท ซึ่งได้ทำธุรกิจเครื่องเขียนมาประมาณ 3 ปีจึงหยุด และระหว่างนั้นได้สนใจทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ควบคู่กัน มาจากการมีญาติมาชวนให้ทำ เริ่มจากอพาร์ตเมนต์ให้เช่า

ระยะแรกจากทำเลหนองแขม จำนวน 2-3 ไร่ และได้ขยายไปพื้นที่สมุทรสาคร โดยทำทั้งโครงการ บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ บ้านแฝด และมาทำอยู่ 10 ปีแล้ว ซึ่งการเลือกทำเลแห่งนี้ เพราะอยู่ภายใต้งบที่บริษัทดูแลได้ และได้รับสิ่งที่ดีจากการมีลูกค้าสนับสนุน

“โชคดีที่ได้หุ้นส่วนและทีมงานที่ดี มีน้ำใจเดียวกัน บริษัทมีทีมงานที่อยู่เคียงบ่าเคียงไหล่กันมาตลอด มีพนักงานที่อยู่กับเรามาร่วม 30 ปีแล้ว มีความซื่อสัตย์ ทำให้เราเดินมาได้จนถึงวันนี้ ทุกอย่างต้องมีกองหนุน กองหนุนดีเป็นกำลังใจให้เราสู้มาจนถึงวันนี้ ทุกอย่างที่ประสบความสำเร็จและฝ่าฟันมาได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ถือเป็นเรื่องใหม่และมีความยาก” สุวรรณี กล่าว

ตลอดระยะเวลา 10 กว่าปี การบริหารองค์กรต้องมองทิศทางให้ชัดเจน เปรียบเสมือนเราเป็นมด 1 ตัว และเราไม่สู้กับช้าง เรามีทางเดินมดของเรา เลือกทางของเราที่ดีสุด การทำงานด้วยความขยัน อดทน ความพยายาม โดยบริษัทจะต้องดู
รายละเอียดเยอะกว่าบริษัทอื่นๆ มีกำไรน้อยกว่าบริษัทอื่น พร้อมกับใช้แนวทางพอประมาณการ และดูแลค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้อยู่ในกรอบ

ขณะที่การสร้างบ้านให้แก่ลูกค้า ให้ความใส่ใจดูแลลูกค้าให้ดีที่สุด ทำให้ลูกค้าบอกปากต่อปากกันไปเรื่อยๆ จึงขยายสู่การเปิดโครงการใหม่ ที่ลูกค้าตอบรับดีมาตลอด โดยหลักการสำคัญของการสร้างบ้านคือ ทำบ้าน เหมือนกับเราซื้อบ้านอยู่เอง

‘สุวรรณี จินชาง’ ชีวิตเริ่มจากศูนย์ สู่เจ้าของอสังหา

“การบริหารอสังหาริมทรัพย์ อาจจะเป็นเพราะทุกอย่างคงจะมาจากการมีอยู่ในตัวอยู่แล้ว ทำให้ไปได้อัตโนมัติ เจอปัญหาก็ต้องใช้สติ ไม่ใช่โวยก่อน การโวยไม่ใช่แก้ปัญหา เราต้องการเปลี่ยนปัญหาสู่ปัญญาให้ได้” สุวรรณี กล่าว

ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทไม่เคยเกิดวิกฤต แม้ว่าประเทศไทยจะมีทั้งสถานการณ์ การเมือง น้ำท่วม สะเทือนทุกคน แต่บริษัทไม่กระทบ และไม่ได้มองทุกอย่างเลวร้าย ทุกอย่างการบริหารมาจากประสบการณ์ จึงเลือกสร้างโครงการในทำเลที่นี้ มีความเชื่อมั่นว่าจะขยายกลุ่มลูกค้าไปได้เรื่อยๆ พร้อมกับการเลือกเปิดโครงการใหม่ในจำนวนไม่มากในแต่ละปี เพื่อดูแลและบริหารจัดการได้ อีกสิ่งสำคัญคือ ความไม่ประมาท

“หลักบริหารองค์กรบอกกับทีมงานว่า นี่คือหม้อข้าวส่วนรวมของเรา ทุกคนต้องรักษา ทุกคนต้องหาน้ำ ต้องหาข้าว ต้องไปด้วยกัน ช่วยเหลือกัน” สุวรรณี กล่าว

“สุวรรณี” กล่าวอีกว่า ปัจจุบันอายุจะ 60 ปีแล้ว เราจะเกษียณเมื่อไหร่ก็ได้ ในทุกวันนี้ใช้ชีวิตสมถะ เช่น วันหนึ่ง มีข้าวต้ม 2 ฟอง เช้า 1 ชาม เย็น 1 ชาม หรือชามเดียว หรือปลา 1 ชิ้นก็ได้แล้ว เราใช้ชีวิตสมถะที่สุด ไม่ได้ใช้ชีวิตหรูหราและเรามีความสุขในการใช้ชีวิต “ทำเลหลักสมุทรสาคร ทำเลนี้ดีที่สุด ยังพัฒนาได้อีกเยอะ ถ้าเกิดอีก 3 ชาติ จะพัฒนาไปได้อีก ที่เยอะมากๆ เป็นทำเลทองทั้งหมดในสายตาเรา ถ้าเราใส่ใจทำ ต้องขอบคุณแผ่นดินที่ให้โอกาสเรา” สุวรรณี กล่าว

“สุวรรณี” กล่าวทิ้งท้ายว่า อยากแนะนำคนที่ชีวิตอาจจะกำลังมีปัญหาในเรื่องใดก็ตาม ไม่อยากให้มองว่า “ชีวิตกำลังติดลบ” หรือคนที่ชีวิตเริ่มต้นจากศูนย์ ทุกอย่างมีโอกาส เรามองว่าประเทศไทยเป็นแผ่นดินที่น่าทำมาหากินที่สุด ได้ฟังจากหลายคนที่ไปทำงานหรืออยู่ในต่างประเทศหลายๆ ประเทศ ก็ไม่มีใครชื่นชมเท่ากับการอยู่ประเทศไทย นอกจากมีอคติกับเมืองไทย ขอชมประเทศไทยเป็นเมืองที่น่าทำมาหากิน และเป็นแผ่นดินทองจริงๆ

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่