posttoday
‘บิ๊กตู่-ป้อม’ ขอโทษ บุกจับพุทธะอิสระรุนแรง

‘บิ๊กตู่-ป้อม’ ขอโทษ บุกจับพุทธะอิสระรุนแรง

27 พฤษภาคม 2561

ปฏิบัติการช่วงฟ้าสางของเช้าวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา เมื่อตำรวจบุกเข้ารวบพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูป

โดย ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์ 

ปฏิบัติการช่วงฟ้าสางของเช้าวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา เมื่อตำรวจบุกเข้ารวบพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูป คือ พระศรีคุณาภรณ์ พระครูสิริวิหารการสมจิตร จันทร์ศรี พระวิจิตรธรรมาภรณ์ หรือเจ้าคุณเทอด ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหารพระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม)
เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และพระอรรถกิจโสภณ เลขาเจ้าคณะกรุงเทพ วัดสามพระยา ที่พัวพันความผิดทุจริตเงินอุดหนุนโรงเรียนปริยัติธรรม

แต่ประเด็นที่น่าสนใจไม่แพ้การทุจริตในวงการพระสงฆ์ คือ ในช่วงเวลาเดียวกัน กำลังตำรวจพร้อมอาวุธครบมือเข้าจับกุมอดีตพระพุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ผู้ต้องหาตามหมายจับคดี อั้งยี่ ซ่องโจร และคดีปลอมพระปรมาภิไธย ซึ่งประเด็นนี้เองที่ปรากฏภาพการปฏิบัติงานของตำรวจในลักษณะดุดันแข็งขันพร้อมอาวุธครบมือ ทุบพังประตูกุฏิอดีตพระพุทธะอิสระเพื่อไปเอาตัว รวมถึงการบังคับให้หมอบก้มหน้าขณะที่อดีตพระดังจำวัดอยู่บนที่นอน

ล่าสุดเสียงจาก พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ระบุถึงเหตุการณ์ที่ตำรวจบุกจับอดีตพระพุทธะอิสระ หรือปัจจุบันคือ สุวิทย์ ทองประเสริฐ ในขณะที่ยังเป็นพระภายในกุฏิวัด โดยกล่าวว่า ขอโทษแทนตำรวจที่ทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งเสียความรู้สึก และได้ว่ากล่าวตักเตือนและกำชับไปยังตำรวจแล้วว่าต้องไม่มีเหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก อีกทั้งยังต้องขอโทษสุวิทย์ ที่อาจได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจด้วย

“อย่างไรก็ตาม เข้าใจถึงเจตนาดีของทุกฝ่าย ทั้งตำรวจที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรัดกุมรอบคอบ แต่ทั้งนี้ก็ต้องปรับวิธีการให้เหมาะสม รวมถึงต้องเข้าใจความรู้สึกของประชาชนด้วย และยืนยันว่ารัฐบาลจะยึดหลักกฎหมายและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย”

สอดรับกับความเห็นของ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ซึ่ง พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกลาโหม ระบุว่า พล.อ.ประวิตร ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เรียกตำรวจมาตักเตือนการกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุในเขตวัด และรู้สึกว่าการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจอาจจะไปกระทบกับความรู้สึกของศิษยานุศิษย์และประชาชนทั่วไป

“พล.อ.ประวิตร อยากขอโทษประชาชนแทนตำรวจต่อการกระทำที่ไม่เหมาะสมภายในเขตวัด และได้เน้นย้ำไปแล้วว่าจะไม่ให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก และฝ่ายความมั่นคงพร้อมให้ความเป็นธรรมกับอดีตพระพุทธะอิสระ หรือสุวิทย์ ตามกระบวนการยุติธรรม” โฆษกกลาโหม ระบุ

ด้าน พระพรหมมุนี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ กรรมการ มส. ในฐานะเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อัมพโร) กล่าวว่า สมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงห่วงใยสถานการณ์หลังได้รับการถวายรายงานพระสงฆ์ที่ถูกดำเนินคดี ซึ่งต้องให้ทุกหน่วยงานช่วยสร้างความเข้าใจต่อประชาชน

“ส่วนการประชุม มส.ในวันที่ 30 พ.ค.นี้ ก็ยังประชุมตามปกติเท่าที่องค์ประชุมเหลืออยู่ โดยตำแหน่งกรรมการ มส.ที่ว่างลงเป็นพระอำนาจสมเด็จพระสังฆราชที่จะทรงพิจารณา ส่วนตำแหน่งทางการปกครองทั้งเจ้าอาวาสพระอารามหลวง คณะภาค ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะสงฆ์ระดับสูง” พระพรหมมุนี กล่าว

ขณะที่ สิปป์บวร แก้วงาม ผู้อำนวยการเลขาธิการ มส. และรองโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า วันที่ 28 พ.ค.นี้ จะสรุปเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีพระชั้นผู้ใหญ่ เสนอไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อพิจารณาข้อสั่งการต่อไป ส่วนตำแหน่งต่างๆทางการปกครองสงฆ์ของพระที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดี จะมีความชัดเจนภายหลังการประชุม มส.ในวันที่ 30 พ.ค.นี้

ด้านความเคลื่อนไหวในทางคดีที่พระสงฆ์ระดับชั้นผู้ใหญ่ตกเป็นผู้ต้องหานั้น สำนวนคดีอยู่ในความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวนกองปราบปราม และยังมีประเด็นสำคัญคือการติดตามอีก 2 พระชั้นผู้ใหญ่ที่อยู่ระหว่างหลบหนี โดยเฉพาะ พระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัด
สระเกศ ซึ่งมีการตรวจค้นพบมีบัญชีเงินฝากกว่า 132 ล้านบาท และมีกระแสข่าวว่าถูกจับกุมตัวได้แล้วนั้น พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) ยืนยันว่า ตำรวจยังไม่สามารถติดตามจับกุมตัวพระพรหมสิทธิได้

ด้าน พ.ต.ท.กิตติเมศร์ โชติปิติเจริญรัฐ สารวัตรกองกำกับการ 1 กองปราบปราม กล่าวถึงกรณีมีพระเถระชั้นผู้ใหญ่ซึ่งถูกออกหมายจับ มีพฤติกรรมลักลอบเสพเมถุนว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าว อีกทั้งยังรับผิดชอบในส่วนคดีอาญาเท่านั้น ส่วนพฤติกรรมต่างๆ
ถือเป็นเรื่องส่วนตัวของพระเถระรูปนั้นไม่ขอก้าวล่วงเพราะไม่สามารถขยายผลทางคดีได้

แหล่งข่าวจากกองบังคับการปราบปราม กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้พบเบาะแสบางอย่างที่เชื่อว่า พระพรหมสิทธิ ยังอยู่ภายในกุฏิ จึงได้ทำการเข้าค้นอีกครั้งเมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา แต่ยังไม่พบ และยังเชื่อว่ามีภายในวัดมีกุฏิลับซึ่งอยู่ระหว่างค้นหากุฏิดังกล่าว ส่วน พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม นั้น เชื่อว่ายังหลบหนีอยู่ในต่างจังหวัดไม่ออกไปนอกประเทศ

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่