
สถานการณ์โลก
จีนเล็งเลิกคุมบุตร
จีนเล็งเลิกคุมบุตร
บลูมเบิร์กรายงานอ้างแหล่งข่าวเปิดเผยว่า สภาแห่งรัฐจีนวางแผนยกเลิกนโยบายคุมจำนวนบุตรอย่างเร็วที่สุดภายในปี 2018 หลังใช้มานานกว่า 4 ทศวรรษ โดยจะปล่อยให้ประชาชนมีบุตรได้ตามต้องการ หลังนโยบายควบคุมประชากรเริ่มส่งผลให้เกิดการขาดแคลนแรงงาน ท่ามกลางอัตราการเกิดลดและประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยความเคลื่อนไหวล่าสุดบ่งชี้ว่าฝ่ายกำหนดนโยบายของจีนกังวลปัญหานี้มากขึ้น ภายหลังปรับให้ครอบครัวมีบุตรได้ 2 คน จาก 1 คน ในปี 2015
“ทรัมป์” กลับลำหันคุยโสมแดง
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เปิดเผยว่า อาจกลับไปเจรจากับ คิมจองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือในวันที่ 12 มิ.ย. ตามที่เคยวางแผนไว้ก่อนหน้านี้ นับเป็นการเปลี่ยนท่าทีหลังประกาศยกเลิกการประชุมดังกล่าวไปก่อนหน้านี้ โดยระบุว่ารัฐบาลเปียงยางแสดงท่าทีเป็นปรปักษ์กับสหรัฐอย่างเปิดเผย ด้าน ไมค์ พอมเพโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ และ คังคยุงฮวา รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้ เห็นพ้องว่าจะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเจรจากับเกาหลีเหนือจนกว่า เกาหลีเหนือจะยอมปลดนิวเคลียร์ในที่สุด
“โกเจ็ก” ทุ่มหมื่นล้าน บุก 2 ล้อไทย-อาเซียน
โกเจ็ก ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นเรียกรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างเบอร์ 1 จากอินโดนีเซีย ประกาศขยายการลงทุนใน 4 ชาติอาเซียน ได้แก่ ไทย เวียดนาม สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ วงเงิน 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.6 หมื่นล้านบาท) ภายในไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ท่ามกลางบรรยากาศการแข่งขันของแอพพลิเคชั่นเรียกรถที่ผ่อนคลายลงเล็กน้อย หลังจากอูเบอร์ อิงค์ ขายกิจการให้กับแกร็บ โดยโกเจ็กระบุว่า การลงทุนนอกบ้านครั้งแรกนี้ เบื้องต้นจะมุ่งไปที่บริการเรียกรถเพียงอย่างเดียว ก่อนจะทยอยขยายไปสู่บริการอื่นๆ ภายหลัง อาทิ บริการส่งอาหาร
ยึดทรัพย์ “นาจิบ” พันล้าน
หน่วยสอบสวนอาชญากรรมพาณิชย์ของมาเลเซีย (ซีซีไอดี) ระบุว่า เจ้าหน้าที่เสร็จภารกิจนับเงินสดที่ยึดได้จากที่พักของนาจิบ ราซัค อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยยอดเงินสดทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 120 ล้านริงกิต (ราว 966 ล้านบาท) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนเรื่องการทุจริตเงินจากกองทุนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ (วันเอ็มดีบี)
ทั้งนี้ การทุจริตเงินกองทุนวันเอ็มดีบีของรัฐบาลนาจิบ เป็นตัวการทำให้มาเลเซียต้องแบกรับภาระหนี้สินเพิ่มขึ้น ซึ่งนายกรัฐมนตรี มหาเธร์ โมฮัดหมัด แห่งมาเลเซีย เปิดเผยว่า ยอดหนี้สาธารณะของประเทศสูงถึงหลัก 1 ล้านล้านริงกิต (ราว 8.11 ล้านล้านบาท) สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์
ศึกค้าโลกเดือดยังไม่จบ
บรรยากาศการค้าโลกกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง โดยล่าสุดกระทรวงพาณิชย์สหรัฐแถลงว่า จะใช้มาตรา 232 ภายใต้กฎหมายการค้าสหรัฐ (เซฟการ์ด) เปิดการสอบสวนว่ารถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์นำเข้าจากต่างประเทศนั้น ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของสหรัฐหรือไม่ ซึ่งเป็นมาตราเดียวกันกับที่ประกาศขึ้นภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมไปแล้วเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่แหล่งข่าวระบุว่า สหรัฐอาจตั้งกำแพงภาษีเพิ่มกับรถยนต์นำเข้าในอัตราสูงสุดเพิ่มอีก 25%
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสร้างความวิตกให้กับบรรดาค่ายรถทั่วโลกว่าอาจต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มจากภาษี โดยโตโยต้า ค่ายรถรายใหญ่จากญี่ปุ่นออกมาคัดค้านการกระทำดังกล่าวของสหรัฐอย่างหนัก
การประกาศสอบรถยนต์และชิ้นส่วนรถนำเข้ายังสวนทางกับท่าทีของสหรัฐก่อนหน้านี้ โดย สตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ แถลงว่า สหรัฐและจีนบรรลุข้อตกลงที่จะพักยกสงครามการค้าระหว่างกัน โดยจะไม่มีการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าระหว่างกันเพิ่ม
สื่อสิงคโปร์ยก 5 รุ่นใหม่ไทย ไรซิ่งสตาร์
หนังสือพิมพ์สเตรทไทมส์ จัดอันดับ 50 คนรุ่นใหม่ในเอเชียที่น่าจับตามองและอาจเปลี่ยนแปลงอนาคต ในจำนวนนี้เป็นคนไทย 5 คน ในสายการเมืองและสังคม ได้แก่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ พริษฐ์ วัชรสินธุ นักการเมืองเลือดใหม่ในพรรคประชาธิปตย์ และเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักเคลื่อนไหวทางสังคม สำหรับอีก 2 คน คือ เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ผู้ผลักดันคราฟต์เบียร์ไทย ขณะที่อีกคนคือ รัสมี เวระนะ นักร้องนักแต่งเพลงที่พลิกโฉมวงการหมอลำ







