
ไปรษณีย์ปั้นเว็บไซต์ขายของชุมชน
ไปรษณีย์ไทยเปิดเว็บไซต์ดันสินค้าชุมชนเพิ่มยอดขาย พร้อมเตรียมลงทุนใหญ่ 5,000 ล้าน คาดยอด 2.5 หมื่นล้าน ใน 5 ปี
ไปรษณีย์ไทยเปิดเว็บไซต์ดันสินค้าชุมชนเพิ่มยอดขาย พร้อมเตรียมลงทุนใหญ่ 5,000 ล้าน คาดยอด 2.5 หมื่นล้าน ใน 5 ปี
นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย (ปณท) เปิดเผยว่า ไปรษณีย์ไทยได้เปิดตัวเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นในชื่อ thailandpostmart.com โดยเป็นอี-มาร์เก็ตเพลส หรือร้านค้าออนไลน์ รวบรวมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นทั่วประเทศที่มี 8 กลุ่มสินค้าหลัก และมีแผนเพิ่มรายการสินค้าจากแหล่งผลิตโดยตรง เดือนละ 1,000 ราย คาดว่าจะในปีแรกสินค้าชุมชนจะสร้างรายได้ 200 ล้านบาท และในปี 2562 จะเพิ่มจำนวนสินค้าชุมชนให้ได้ 1.2 หมื่นรายการ
นายพิษณุ วานิชผล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจองค์กร บริษัท ไปรษณีย์ไทย กล่าวว่า ปณท เตรียมแผนที่จะลงทุน 4,000-5,000 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2561-2565 ในการปรับระบบรองรับเข้าสู่ดิจิทัล และอี-คอมเมิร์ซ ทั้งการลงทุนศูนย์คัดแยก การลงทุนศูนย์ใหญ่และระบบต่างๆ รวมถึงบริการใหม่ และวางเป้าหมายว่า ภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า หรือในปี 2565 จะสร้างรายได้จากบริการอี-โลจิสติกส์ถึงระดับ 2-2.5 หมื่นล้านบาท
สำหรับการเปิดตัว thailandpostmart.com จะช่วยส่งเสริมสินค้าชุมชนของไทยให้ขยายตลาดเข้าถึงกลุ่มลูกค้าผู้บริโภค และ ปณท มีเจ้าหน้าที่ในแต่ละพื้นที่ จะเข้าไปร่วมมือพัฒนาสินค้าชุมชน พร้อมกันนี้ในช่วงเดือน มิ.ย.นี้ จะมีการเปิดตัว อี-วอลเล็ต หรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์เพื่อส่งเสริมทั้งร้านค้าและผู้บริโภค ต่อการจัดทำระบบชำระเงินที่สะดวกมากสุด
ขณะเดียวกัน ในช่วงปลายปี 2561 จะร่วมมือกับอี-คอมเมิร์ซรายใหญ่จากประเทศญี่ปุ่นเพื่อส่งเสริมสินค้าชุมชนไปทำเจาะตลาดญี่ปุ่น เน้นสินค้าชุมชนระดับบน (พรีเมียม) และงานฝีมือ (แฮนด์เมด) และจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2562 ซึ่งการร่วมมือกับอี-คอมเมิร์ซรายใหญ่จากญี่ปุ่น จะส่งผลต่อการขยายตลาดต่างประเทศ และมีแผนจะเปิดให้สินค้าจากผู้ผลิตชุมชนของญี่ปุ่น ได้เข้ามาทำตลาดผ่านเว็บไซต์ของไทยแลนด์โพสต์มาร์ท โดยหากผลการดำเนินงานออกมาดีก็จะใช้รูปแบบดังกล่าวไปร่วมมือกับประเทศอื่นๆ ในทั่วโลกเพื่อผลักดันสินค้าชุมชนไทยเติบโต
นายพิษณุ กล่าวว่า ตามแผนระยะยาวในอีก 5 ปีข้างหน้าจะเพิ่มจำนวนชุมชนที่เข้ารวมให้ได้ 1.2 หมื่นชุมชน จากปัจจุบันมีชุมชนต้นแบบที่เข้าร่วม 200 ชุมชน และ ปณท ได้วางเป้าหมายระยะยาวในอีก 5 ปีข้างหน้า จะสร้างรายได้จากอี-โลจิสติกส์ ให้มีสัดส่วน 40% ของรายได้รวม ส่วนรายได้จากบริหารระหว่างประเทศ 20% อี-คอมเมิร์ซ 10% เพย์เมนต์ 10% และไปรษณียภัณฑ์ 15% ส่วนปัจจุบันสัดส่วนรายได้แบ่งเป็นไปรษณียภัณฑ์ 40% บริการขนส่งอีเอ็มเอสและพัสดุเอ็กซ์เพลส 40% และอี-โลจิสติกส์ 20% ซึ่งอี-โลจิสติกส์ในปัจจุบันมีรายได้ประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท







