posttoday
หนุนอินชัวร์เทคไทยแจ้งเกิด

หนุนอินชัวร์เทคไทยแจ้งเกิด

26 พฤษภาคม 2561

กลุ่มแอกซ่าร่วมหนุนสตาร์ทอัพเอเชีย แนะรัฐจัดระบบนิเวศเอื้ออำนวยอินชัวร์เทคในไทยเกิด

กลุ่มแอกซ่าร่วมหนุนสตาร์ทอัพเอเชีย แนะรัฐจัดระบบนิเวศเอื้ออำนวยอินชัวร์เทคในไทยเกิด

น.ส.มนต์นิดา มุสิกบุตร ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายพัฒนากลยุทธ์ และหัวหน้าภูมิภาคเอเชีย สายงานลูกค้าตลาดเกิดใหม่ บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เปิดเผยว่า กลุ่มแอกซ่า มีระบบนิเวศเพื่อส่งเสริมสตาร์ทอัพทั่วโลก โดยมีบริษัทร่วมลงทุน และมี ดาต้า อินโนเวชั่น แล็บ เพื่อมองหาสตาร์ทอัพที่น่าสนใจ แล้วติดต่อเพื่อขอเป็นพันธมิตร และมาดูว่าจะเติบโตอย่างไร ซึ่งในเอเชีย 9 ประเทศมีรายชื่อที่น่าสนใจอยู่ประมาณ 100 ราย และมีการร่วมลงทุนในอินชัวร์เทคไปบ้างแล้วในส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท

สำหรับปัจจัยที่จะส่งเสริมให้เกิดอินชัวร์เทคในไทยได้ ต้องมีระบบอำนวยความสะดวกที่เอื้อให้เกิดการพัฒนา ประชาชนมีความตระหนักในความเสี่ยงของชีวิต เพราะประกันชีวิตและประกันภัยไม่ใช่สินค้าที่ลูกค้าตื่นขึ้นมาแล้วอยากจะซื้อทันที ต้องเห็นความสำคัญของความเสี่ยงและต้องการป้องกัน การกำกับดูแลต้องเอื้อต่อการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ เช่นที่ประเทศไทยยังมีพิกัดอัตราเบี้ยประกันภัย ทำให้ไม่สามารถลดราคาเบี้ยให้ลูกค้าที่มีสุขภาพดี มีพฤติกรรมขับขี่ดีได้มากกว่าพิกัดที่ภาครัฐกำหนดไว้ การสร้างแพลตฟอร์มที่ให้ทุกบริษัทสามารถใช้ร่วมกันได้ เช่น แชตบอต ที่ใช้ในการสื่อสารตอบโต้อัตโนมัติ ยังไม่สามารถใช้ภาษาไทยได้ ต่อให้นำมาใช้ก็ยังไม่เหมาะกับสังคมไทย

นอกจากนี้ รัฐบาลจะต้องมีระบบฐานข้อมูลกลางที่ครอบคลุม เพื่อให้ภาคเอกชนสามารถนำมาพัฒนาความคุ้มครองใหม่ๆ ได้ เช่น การให้ความคุ้มครองด้านเครื่องบินล่าช้า ที่จะต้องมีข้อมูลเที่ยวบินของสายการบินเพื่อดูสถิติความล่าช้าของสายการบินนั้นๆ ในอดีต และข้อมูลจากสนามบินเพื่อตรวจสอบข้อมูลยืนยันกัน

ยกตัวอย่าง อินชัวร์เทคด้านประกันภัยรถยนต์ที่มาเลเซีย ใช้เทเลเมติก มาจับพฤติกรรมคนขับ อุบัติเหตุ สถานที่เกิดเหตุ ซึ่งสามารถลดเบี้ยประกันภัยรถยนต์ให้ลูกค้าเพิ่มได้อีก 20% เพราะมีการเปิดเสรีเบี้ยประกันภัยรถยนต์แล้ว หรือที่สิงคโปร์ ใช้กับแท็กซี่สามารถคิดเบี้ยประกันภัยรายเที่ยว ซึ่งเป็นผลจากการใช้บิ๊กดาต้า

“อย่างประกันพืชผล ถ้าไม่มีข้อมูลสภาพอากาศในอดีต ก็ไม่สามารถกำหนดราคาได้ หรือ ฝั่งประกันชีวิต คือ การเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าเพื่อยืนยันตัวตน หรือ KYC ควรจะมีข้อมูลกลางที่ใช้ร่วมกันได้ เพราะถ้าทุกบริษัทต้องเรียกข้อมูลกับลูกค้าทุกครั้ง ทำให้ลูกค้าเกิดความไม่สะดวก ไม่อยากกรอกข้อมูล” น.ส.มนต์นิดา กล่าว

น.ส.มนต์นิดา กล่าวว่า ในส่วนของภาคเอกชนมีความพร้อม และหลายบริษัทมีโครงการนำร่องในหลายประเทศทั่วโลก และเห็นว่าได้รับการตอบรับดี แก้ปัญหาให้ลูกค้าได้ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมทางด้านเทคโนโลยี ความรู้ ที่พร้อมจะลงทุนเต็มที่ โดยในเอเชีย ประเทศจีน มีระบบที่เอื้ออำนวยและสนับสนุนให้เกิดสตาร์ทอัพ หรือนวัตกรรมใหม่ๆ ทำให้ 80% ของบริษัทร่วมลงทุนจากทั่วโลกมุ่งหน้าไปจีน

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม