posttoday
หุ้นบัญชีดำ

หุ้นบัญชีดำ

26 พฤษภาคม 2561

อีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าหันมาให้ความสนใจ จากรายงานภาคสนามของการประเมินการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2561 ที่ผ่านมา

อีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าหันมาให้ความสนใจ จากรายงานภาคสนามของการประเมินการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2561 ที่ผ่านมา

ท่านเคยตั้งคำถามกับบางบริษัทจดทะเบียนกันบ้างไหม ว่า ทำไมบริษัทจึงขาดทุนต่อเนื่องนั่นหมายถึง จะไม่มีการจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น เมื่อผลการดำเนินการขาดทุนทุกอย่างรอบข้างอาจติดขัดกันไปหมด ชักหน้า ดึงหลัง ผู้บริหารอารมณ์บ่จอย กรรมการอึดอัด ผู้ถือหุ้นพกพาความโมโห บางรายอาจระเบิดอารมณ์ ใช้วาจาไม่ค่อยสุภาพกับผู้บริหาร-กรรมการ เข้าใจกันได้ เพราะเป็นไปตามบทของแต่ละคน ที่เรียกกันว่า “ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง”

รายงานจากภาคสนามมีข้อสังเกตจากข้อเท็จจริง เมื่อพลิกปูมประวัติศาสตร์มีบริษัทจดทะเบียนราว 107 บริษัท ที่มีผลการดำเนินงานขาดทุนระยะยาวบ้าง สั้นบ้าง ต่างกันไป มีอาการต่างๆ ที่ขอเล่าสู่กันฟังดังนี้

1.เป็นบริษัทที่ใช้แรงงานเป็นหลัก เมื่อเจอสถานการณ์แบบนี้ แรงงานขาดแคลนและค่าแรงแพง จึงเป็นโจทย์ที่พลิกตัวได้ ไม่ง่ายนัก แม้ว่าอาจมีหุ่นยนต์มาช่วย แต่ก็ต้องใช้เงินทุนไม่น้อย

2.เป็นบริษัทที่ผลิตสินค้ารุ่นเก่า เมื่อมีสินค้าใหม่ที่ใช้ทดแทนได้ มาแรง มาเร็ว วูบวาบ ยอดขายจึงตกทันที

3.เป็นบริษัทที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจ “ขาลง” กระแสโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็ว ทิ้งคราบไคล ร่องรอยที่บาดเจ็บไว้ และคาดเดายากว่า “ขาขึ้น” จะกลับมาอีกเมื่อใด

4.เป็นบริษัทที่เปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นง่ายๆ คือ เปลี่ยนเจ้าของ สไตล์การทำงานก็ย่อมเปลี่ยนไปเช่นกัน

5.เป็นบริษัทที่เปลี่ยนแปลง ประเภทของธุรกิจที่ดำเนินการ เหมือนเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่อาจต้องใช้เวลา ใช้พละกำลังในการสตาร์ทเครื่อง หากไปไม่ถึงอีกฟากฝั่ง ย่อมฉุดรั้งให้พบกับการขาดทุนอีก

เหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ยุคดิจิทัลย่อมทำให้ทุกสิ่งอย่างเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไปได้ง่ายดาย การทำธุรกิจปัจจุบันทำได้ยากเย็น

ความซื่อสัตย์มักเป็นประเด็นตั้งต้นของการพิจารณา หุ้นในกลุ่มนี้มีบางแห่งพบกรณีศึกษาที่แปลกๆ ชวนคิด ชวนติดตาม

อาทิ กรณีมีการขายทรัพย์สินออกไป พบว่า บางรายจัดขายในราคาแพงกว่าท้องตลาด แต่รับเงินมัดจำเพียงน้อยนิด แต่มีการโอนกรรมสิทธิ์ออกไปให้ผู้ซื้อแล้ว จากนั้นต้องมีการทวงถามเงิน

ส่วนที่เหลือผู้ถือหุ้นได้รับคำตอบว่า ผู้บริหารกำลังติดตามอยู่น่าคิดตามว่า หากเป็นรายการปกติที่ทำการค้าขายกันหรือไม่

กรณีการให้กู้ยืมกับบริษัทในเครือเป็นเงินก้อนโต บางรายมากกว่าจำนวนทุนจดทะเบียนของตัวเอง บางรายเป็นบริษัทในต่างประเทศ ในความเป็นจริงของการทำธุรกิจเงินไหลออกจากบริษัทแบบนี้ ทำได้อย่างนั้นหรือไม่

กรณีการซื้อสินค้าและบริการบางรายการ ซื้อในราคาสูงมาก มีค่าการตลาด ค่าแบรนด์ ค่าลิขสิทธิ์ทางการค้าเป็นหลักพันล้าน สุดท้ายต้องมาบันทึกเป็นค่าด้อยค่าและไม่สามารถสร้างแบรนด์ให้เดินไปได้ต่อ ขาดทุนซ้ำซาก มองธุรกิจสวยหรูในทัศนะของผู้บริหาร ทำแบบนี้ ทำได้ด้วยหรือไม่ มีองค์ประกอบการพิจารณาความเสี่ยงอย่างไร

ดังนั้น ความพันพัว ย่อมโยงใย ไปอีกหลายคำถาม บริษัทเหล่านี้ จึงอาจแสวงหาผู้บริหารมืออาชีพ พนักงานมือฉมัง เข้าไปช่วยงานค่อนข้างยาก หมุนๆ งานออกมา จึงยังอยู่ในวงวนที่น่ากังวลใจ

พบว่า สถิติที่มีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ขาดทุนต่อเนื่องนาน 6 ปี 5 ปี 4 ปี 3 ปี และ 2 ปี มาแล้วนั้น มีจำนวน 4 3 4 3 และ 2 บริษัทตามลำดับ

ราคาหุ้นสะท้อนตามผลการดำเนินงาน บางแห่งถูกแขวนห้ามซื้อขาย เงินลงทุนจึงเป็นศูนย์ และไม่พบวี่แววว่าจะฟื้นคืนชีพเมื่อใด ในจำนวนนี้คะเนว่าน่าจะมีจำนวนนักลงทุนราวหลักหมื่นคนที่มีชะตากรรมเช่นนี้

การลงทุนมีความเสี่ยง การมอง การศึกษา การตัดสินใจ มีหุ้นกว่าหกร้อยบริษัท นักลงทุนเลือกได้เอง ถามต่อว่านักลงทุนอยากจะเข้าไปซื้อหุ้นที่บริษัทขาดทุนไหม ไม่หวังเงินปันผล แต่หวังส่วนต่างที่มีโพยว่าหุ้นจะวิ่งไปที่ราคาเท่านั้น เท่านี้… เมื่อความโลภเข้าครอบงำจะโทษใครกันเล่า…หุ้นบัญชีดำเหล่านี้มองเห็นๆ กันอยู่

ซอยลึก ซอยตัน ไม่เห็นทางออกก็ไม่ควรเลี้ยวเข้าไป หรือหากเดินเข้าไปแล้ว ต้องทำใจ เริ่มต้นชีวิตใหม่ และเป็นบทเรียนในครั้งต่อไป

โลกใบนี้มีมุมมืด มีมุมสว่างเสมอ ขึ้นอยู่กับคนเลือกข้าง งานนี้ขาว-ดำ เท่านั้น ไม่มีสายกลางของกำไร-ขาดทุน นักลงทุนเลือกชีวิตได้เอง เพราะชีวิตคือ การลงทุน

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่