
ปทุมวันระอุ จ่าเฉย ปะทะ จ่ายิ้ม
แบรนด์ตำรวจลอยลมจาก...จ่ายิ้มถึง...จ่าดำ
แบรนด์ตำรวจลอยลมจาก...จ่ายิ้มถึง...จ่าดำ
โดย ...อิทธิกร เถกิงมหาโชค
แซ่ดจนได้เรื่อง! "จ่าเฉย"หุ่นจราจรคนดังที่เพิ่งพ้นกรุเข้าประจำการในกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เมื่อต้นเดือนต.ค.ที่ผ่านมา ยังไม่ทันข้ามเดือน วันตำรวจที่ผ่านมาสดๆ ร้อนๆ พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผลรอง ผบช.น.ผู้คร่ำหวอดงานจราจรเมืองกรุง ก็เรียกเสียงฮือฮาอีกรอบกับการเปิดตัว "จ่ายิ้ม"รุ่นน้องจ่าเฉย ที่เตรียมบรรจุราชการต้นเดือน พ.ย.นี้ ในเวอร์ชันใหม่ขยับซ้ายขยับขวาได้
การใช้เทรนด์หุ่นจราจรในช่วงนี้ มาแรงและกลับมาฮิตอีกครั้ง หลังซบเซามานาน ส่วนหนึ่งมองได้ว่าเป็นความพยายามสนองนโยบาย "ตำรวจพันธุ์ใหม่"ของ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. เพราะเน้นหลักคิดที่ว่า ต้องสร้างความสนิทสนม ลดช่องว่างระหว่างประชาชนกับตำรวจ ตรงเป๊ะตามคอนเซปต์
"บริการดุจญาติ พิทักษ์ราษฎร์ดุจครอบครัว"...ไม่ต้องแปลกใจถ้าจะมี จ่าเฉย จ่ายิ้ม จ่าติ๊ก พาเหรดออกมาเต็มไปหมด ก่อนหน้านี้แบรนด์จ่าเฉยมาแรงถูกนำไปติดตั้งไว้ตามแยกถนนต่างๆ ในพื้นที่ 88 โรงพักทั่วกรุงเทพฯ เหตุผลหลักก็เพื่อหวังผล ลดการกระทำผิดกฎจราจรจากผู้ขับขี่ ต่อมามีการเปลี่ยน ผบช.น. เป็น พล.ต.ท.สัณฐานชยนนท์ ท่านได้สั่งเก็บจ่าเฉยเข้ากรุทั้งหมดหันไปดัดหลัง "จ่าจริง"ให้ออกมาทำหน้าที่ อย่าอู้เอาเปรียบจ่าเฉย
จนเมื่อทาง พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ผบช.ก. ขึ้นมารับตำแหน่ง ก็คืนความเป็นธรรมให้จ่าเฉย ย้ายออกจากกรุข้ามห้วย บช.น. กระโดดมาอยู่บช.ก. ไปยืนประจำการกับติดอาร์มตำรวจรถไฟที่สถานีหัวลำโพง และกำลังจะลงพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ และกระจายไปอยู่ตำรวจทางหลวง ยืนเฝ้าตามจุดเสี่ยงอุบัติเหตุเกือบ 1,000 จุดทั่วประเทศ เรียกว่าจ่าเฉยรีเทิร์นครั้งใหม่ไฉไลกว่าเดิมว่างั้นเถอะ... จ่ายิ้มบูมแบรนด์ตำรวจพันธุ์ใหม่
ดูเหมือนจะกลายเป็นศึกชิงแบรนด์ "หุ่นตำรวจ"ขึ้นมาทันที เพราะทั้ง บช.ก.และ บช.น. ต่างก็เห็นว่าจ่าเฉยมีผลงานและสร้างการตอบรับจากชาวบ้านได้จริง จึงแย่งซีนกันพัลวัน ปรากฏการณ์นี้ เฉลิมเกียรติอ่องรุ่งเรืองนักวิชาการด้านนิเทศศาสตร์ อธิบายหลักคิดการใช้สัญลักษณ์ (Symbol) มาบูมงานป้องปรามอาชญากรรมครั้งนี้ว่า ตำรวจเลือกใช้จ่าเฉยมาสร้างแบรนด์จราจร ก็เพื่อสร้างกระแสให้เกิดการคล้อยตาม เรียกว่า ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ก็ว่าได้แถมตอกย้ำแบรนด์ได้ผลชะงักเสียด้วย
หากมองในแง่การตลาดผนวกกับหลักนิเทศศาสตร์ เฉลิมเกียรติ บอกว่า ทั้ง บช.ก.และ บช.น.กำลังกระโดดลงมาเล่นการตลาดภาครัฐอย่างเต็มตัวแล้ว โดยอาศัยหลักพฤติกรรมศาสตร์ของมนุษย์ ซึ่งยังมีความยำเกรงกฎหมาย โดยสร้างแบรนด์จ่าเฉยมากระตุ้นการเคารพกฎหมาย จนผู้ใช้รถใช้ถนนจนไม่มีใครกล้าฝ่าฝืนกฎจราจร
เฉลิมเกียรติ บอกว่า หากจะแบ่งแยกดูแล้วจะเห็นว่า หน้าที่ของจ่าเฉย กับจ่ายิ้ม เป็นคนละหน้าที่กัน แต่ชาวบ้านอาจยังสับสน จ่าเฉย ในยุค บช.ก. จะเป็นสัญลักษณ์เชิงปราบปรามอาชญากรรมรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ส่วนจ่ายิ้ม หรือ จ่าติ๊ก ที่ทาง บช.น. ปัดฝุ่นกลับมาโหนกระแสอีกครั้งนั้น เป็นสัญลักษณ์ในงานจราจร ซึ่งแตกต่างกันตามที่ผู้บังคับบัญชาวางกลุ่มเป้าหมายไว้
นักนิเทศศาสตร์รายนี้ ยังแสดงความเห็นด้วยว่า แต่หากยึดโยง จ่ายิ้ม หรือ จ่าติ๊ก กับดารานักแสดงคนดังอย่างเคน ธีรเดช หรือติ๊กเจษฎาภรณ์ แม้ว่าโหนกระแสความดังมาเรียกร้องให้ชาวบ้านสนใจจ่าคนใหม่มากขึ้น แต่ระยะยาวไม่เป็นผลดี เพราะกระแสความโด่งดัง หรือความชื่นชมในตัวดาราหนุ่มจะลดลงเรื่อยๆ
ขณะที่สัญลักษณ์ตำรวจคือ "จ่า"ยังต้องใหม่สด และสร้างความรู้จักกับชาวบ้านในทุกเวลา ดังนั้นการกระตุ้นแบรนด์ทั้งจ่าเฉย จ่ายิ้มคงต้องกระทำอย่างต่อเนื่อง และสิ่งที่ต้องเน้นหนักคือ หุ่นตำรวจก็ต้องเป็นตำรวจ ไม่ใช่ดาราเพราะตำรวจต้องขยับใกล้ชิดประชาชนให้มากที่สุด และตำรวจเองก็ต้องสร้างแรงผลักดันร่วมไปกับหุ่นจ่าของพวกเขาด้วยการให้บริการอย่างเป็นกันเอง และเข้มแข็งกับงานปราบปรามอาชญากรรม เชื่อว่าเมื่อตำรวจพลิกมิติการทำงานไปด้วย จะต่อยอดให้จ่ายิ้มรับใช้ชาวบ้านได้อย่างยั่งยืน ลืมไม่ได้ 'จ่าดำ' ตำนานผู้พิทักษ์
ต้องยอมรับว่า จ่ายิ้ม กับจ่าเฉย คือตัวแทนเชิงสัญลักษณ์ของตำรวจยุคศตวรรษที่ 21 หากนึกย้อนดูให้ดี ยังมีรุ่นพี่ของพวกเขาที่สังคมอาจถูกลืมไปแล้ว นั่นคือ "จ่าดำ"ผู้ได้ชื่อว่าเป็นตำนานอนุสาวรีย์ตำรวจ หรืออนุสาวรีย์ผู้พิทักษ์รับใช้ประชาชน โดยฝีมือปั้นของ อาจารย์พิมานมูลประมุขศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์(ประติมากรรม) ลูกศิษย์ อาจารย์ศิลป์ พีระศรีประติมากรชื่อดังเป็นผู้ออกแบบ จัดสร้างขึ้นเมื่อปี 2496
นับนิ้วดูแล้ว จ่าดำ อายุปาเข้าไป 57 ปี ใกล้เกษียณเต็มที่ แต่วีรกรรมไม่ธรรมดา นอกจากแต่งชุดตำรวจโบราณขนาดเท่าตัวคนจริงแล้วจ่าดำยังยืนอุ้มคนเจ็บ และมีเด็กญาติคนเจ็บเกาะขาอยู่ด้วย รับงานหนักกว่าจ่ายิ้มอยู่มากโข
พล.ต.ต.สัญชัย สุนทรบุระ ผู้บังคับการกองสารนิเทศ สตช. เล่าว่า ความหมายในตัวจ่าดำสะท้อนให้เห็นถึงภาระหน้าที่ของตำรวจ ซึ่งนอกจากทำหน้าที่ปราบปรามอาชญากรรมแล้ว อีกมิติหนึ่งตำรวจยังมีหน้าที่บริการและช่วยเหลือระงับทุกข์ บำรุงสุขให้ชาวบ้านด้วย
เรียกได้ว่า อนุสาวรีย์ตำรวจใช้เป็นเครื่องหมายแห่งการปลูกฝังจิตวิญญาณของตำรวจและกระตุ้นเตือนจิตสำนึกให้รำลึกถึงคุณงามความดีของตำรวจรุ่นพี่ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่เสียสละอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งมีการจารึกชื่อตำรวจผู้สละชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่มากถึง 1,655 รายชื่อ
วันนี้ไม่ว่าจะเป็นจ่ายิ้ม จ่าเฉย หรือจ่าดำถึงแม้ไม่มีชีวิต แต่เมื่อถูกปลุกปั้นเป็นสัญลักษณ์ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์แล้ว ตำรวจ "ตัวจริง"ควรต้องหันมาเป็นตำรวจตามความปรารถนาของประชาชนอย่างแท้จริงให้ได้ อย่าให้อายหุ่นมัน!!!







