
วงสัมมนาธปท.ห่วงเงินทุนไหลเข้า
วงสัมมนาวิชาการระหว่างประเทศของธปท.ถกความท้าทายบทบาทธนาคารกลางต่อภาวะเงินทุนไหลเข้าภูมิภาค และความเสี่ยงการถือครองเงินสกุลหลักในทุนสำรอง
วงสัมมนาวิชาการระหว่างประเทศของธปท.ถกความท้าทายบทบาทธนาคารกลางต่อภาวะเงินทุนไหลเข้าภูมิภาค และความเสี่ยงการถือครองเงินสกุลหลักในทุนสำรอง
งานสัมมนาวิชาการระหว่างประเทศของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เวทีกลางที่เปิดให้ผู้บริหารธนาคารกลาง ผู้ทรงคุณวุฒิ และนักวิชาการ ทั้งในและต่างประเทศมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบายและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจการเงิน ซึ่งในปีนี้หัวข้อการสัมมนาคือ”การเปลี่ยนแปลงของธนาคารกลาง ในโลกยุคใหม่”
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้แสดงความกังวลต่อความท้าทายของธนาคารกลางมากขึ้นหลังเกิดวิกฤตโลก เพราะวิกฤตที่ผ่านมามีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เริ่มทำให้เห็นจุดอ่อนการกำกับสถาบันการเงิน สะท้อนความจำเป็นที่ต้องดูแลเสถียรภาพระบบเศรษฐกิจมากขึ้น และที่ประชุมยังพูดถึงความท้าทายต่อภาวะเงินทุนไหลเข้ามาในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในภูมิภาคเอเชีย และความจำเป็นที่อาจจะต้องทบทวนความเสี่ยงที่สูงขึ้น ในการถือครองเงินสกุลหลัก เช่น เงินเหรียญสหรัฐ ยูโร ปอนด์ เยน หยวน ฯลฯ ในทุนสำรองระหว่างประเทศ
แต่อย่างไรก็ตาม ความเห็นในที่ประชุม รวมถึงศาสตร์ตราจารย์ Barry Eichengreen จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย ยังมองว่า ถึงความเสี่ยงการถือครองเงินสกุลต่างๆจะเปลี่ยนแปลงไป แต่การปรับตัวรับมือยังขึ้นอยู่กับสถานการณ์ความเหมาะสมในแต่ละประเทศ บอกไม่ได้ว่าควรถือสินทรัพย์ประเภทใดมากกว่ากัน เพราะสินทรัพย์ที่เป็นเงินเหรียญสหรัฐและยูโรมีความเสี่ยงจากการขาดดุล ขณะที่เงินหยวนถึงจะให้ผลตอบแทนดีต่อเศรษฐกิจจีนที่มีบทบาทในเวทีโลกมากขึ้น แต่เงินหยวนยังมีข้อจำกัดในการพัฒนาตลาดเงินในจีน
ศาสตร์ตราจารย์ Hyun Song Shin จากมหาวิทยาลัย Princeton ที่มีบทบาทในการเป็นที่ปรึกษาของประธานาธิบดีเกาหลีใต้ กล่าวว่า ในช่วงที่เศรษฐกิจเติบโตดีมีความเสี่ยงที่ฟองสบู่จะก่อตัวสูงขึ้น เพราะสถาบันการเงินมีการก่อหนี้ที่ไม่ใช่เงินฝากมากขึ้น โดยเฉพาะการออกตราสารหนี้ระยะสั้น การกู้ยืมเงินตราต่าประเทศ ดังนั้นธนาคารกลางควรจับตาดูระดับการก่อหนี้ให้ใกล้ชิดและควรออกกฎเกณฑ์มาควบคุม
ด้าน ดร.Karl Habermeier จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) กล่าวว่า ในการดูแลความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะฟองสบู่จากภาวะเงินทุนไหลเข้าและเสถียรภาพสถาบันการเงิน ทางการอาจจะพิจารณามาตรการมาใช้ควบคุมหรือเก็บภาษีเงินทุนเคลื่อนย้าย แต่ต้องทำให้สาธารณเข้าใจว่าเพื่อความเข้มแข็งของระบบสถาบันการเงินไม่ใช่เพื่อดูแลค่าเงินหรือเพื่อเป้าหมายอื่น







