posttoday
‘จีน’ปลุกทั่วโลก ตื่นตัวจัดการปัญหาขยะ

‘จีน’ปลุกทั่วโลก ตื่นตัวจัดการปัญหาขยะ

05 พฤษภาคม 2561

ท่ามกลางปัญหาขยะทั่วโลกกำลังเพิ่มมากขึ้นทุกที “จีน”

โดย ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์ 
ท่ามกลางปัญหาขยะทั่วโลกกำลังเพิ่มมากขึ้นทุกที “จีน” ได้กลายเป็นผู้ปลุกให้อุตสาหกรรมการรีไซเคิลขยะทั่วโลกตื่นตัว หลังจากการประกาศห้ามนำเข้าขยะที่เป็นของแข็ง 24 ประเภท รวมถึงพลาสติกหลายชนิด และกระดาษที่ยังไม่ได้แยกประเภท เมื่อปี 2017 ที่ผ่านมา และเมื่อไม่นานมานี้ช่วงเดือน เม.ย. รัฐบาลปักกิ่งได้ขยายมาตรการห้ามนำเข้าอีก จนครอบคลุมขยะเพิ่มอีก 32 ประเภท รวมถึง เศษเหล็ก ชิ้นส่วนรถยนต์ที่ใช้แล้ว และเรือเก่า โดยมาตรการแบนรอบใหม่จะเริ่มมีผลช่วงสิ้นปี 2018 นี้ 
ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า คำสั่งจากแดนมังกรสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก เนื่องจากหลายประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร สหรัฐ ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น ต่างส่งขยะในประเทศไปขายให้จีน เพื่อให้จีนจัดการกำจัดขยะเหล่านั้นแทน โดยสถาบันอุตสาหกรรมรีไซเคิลขยะแห่งสหรัฐ เปิดเผยว่า สหรัฐส่งขยะ 31% ของทั้งประเทศไปขายให้จีนในปี 2017 ขณะที่สหราชอาณาจักรส่งพลาสติกรีไซเคิลเกือบทั้งหมดไปจีนและฮ่องกง 
แม้มาตรการลดการรับซื้อขยะจากต่างชาติของจีนยังไม่ได้มีผลบังคับเต็มรูปแบบ แต่ก็เริ่มสร้างผลกระทบแล้วในบางประเทศ โดยรายงานระบุว่า เมืองหนึ่งในออสเตรเลียต้องฝังกลบขยะที่รีไซเคิลได้ เพราะไม่สามารถรับค่าใช้จ่ายสำหรับการนำขยะไปรีไซเคิล เช่นเดียวกับสหราชอาณาจักร ที่เจอปัญหาขยะพลาสติกคุณภาพต่ำสะสมจนล้นโรงเก็บ และต้องเผาขยะเหล่านั้นทิ้ง 
สำหรับสหราชอาณาจักรนั้น แม้บางประเทศ เช่น อินเดีย อินโดนีเซีย เวียดนาม เยอรมนี และเนเธอร์แลนด์ ได้เข้ามารับซื้อขยะจากสหราชอาณาจักรแทนจีน แต่ขยะเหล่านั้นก็ขายได้ในราคาไม่สูงมาก หรืออาจแทบไม่ได้เงินเลย นอกจากนี้ การจัดการขยะที่เป็นวัสดุคุณภาพต่ำ โดยเฉพาะพลาสติก กำลังกลายเป็นปัญหาที่น่าหนักใจอย่างยิ่ง เพราะยังไม่มีตลาดรับซื้อขยะประเภทดังกล่าว ซึ่งขนย้ายลำบากและกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนสะสมเต็มแหล่งแยกขยะ 
ทั้งนี้ ซีเอ็นบีซีรายงานว่า เมื่อปี 2015 ทั่วโลกผลิตพลาสติกใหม่คิดเป็นปริมาณมากถึง 8,300 ล้านตัน โดยในจำนวนดังกล่าว พลาสติก 6,300 ล้านตันกลายเป็นขยะเหลือทิ้ง ซึ่งมีเพียง 9% เท่านั้นที่ได้รับการนำไปรีไซเคิล
ทั่วโลกเคลื่อนไหวลดขยะ
จากมาตรการด้านขยะของจีน ทำให้นานาประเทศเริ่มแสวงหาแนวทางรับมือ โดย ไซมอน เอลลิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) สมาคมรีไซเคิลในสหราชอาณาจักร คาดการณ์ว่า การลดนำเข้าขยะของจีนจะกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในเทคโนโลยีรีไซเคิลมากขึ้น เนื่องจากจะไม่สามารถส่งขยะคุณภาพต่ำไปยังจีนได้อีกต่อไป พร้อมเสริมว่าอีกหลายประเทศจะเปลี่ยนมาจำกัดให้รับซื้อได้เฉพาะขยะคุณภาพดีเหมือนจีนเช่นกันในอนาคต
ขณะเดียวกัน รัฐบาลหลายประเทศกำลังพิจารณามาตรการบรรเทาปัญหาขยะ ที่รวมถึงการเก็บภาษีพลาสติกบางประเภทเพื่อลดจำนวนขยะพลาสติกลง โดยอียูเริ่มใช้กลยุทธ์รับมือในเดือน ม.ค.ของปีนี้ ด้วยการใช้มาตรการหลายอย่างที่รวมถึงการลดใช้ถุงพลาสติก ลงทุนด้านเทคโนโลยี และเพิ่มพื้นที่รองรับขยะ พร้อมกับให้คำมั่นว่าจะลงทุน 100 ล้านยูโร (ราว 3,810 ล้านบาท) เพื่อพัฒนาพลาสติกรีไซเคิลให้มากขึ้น และทำให้การรีไซเคิลมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ด้านรัฐบาลอินโดนีเซียได้ให้คำมั่นเมื่อปีที่แล้วว่าจะลงทุนปีละ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.15 หมื่นล้านบาท) เพื่อลดปริมาณขยะทางทะเล
สำหรับภาคเอกชนนั้น บริษัทต่างๆ พยายามมีส่วนร่วมลดปริมาณขยะเช่นกัน เนื่องจากผู้บริโภคต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยอินเทลเริ่มโครงการรีไซเคิลพลาสติกในมหาสมุทร เพื่อนำมาผลิตเป็นแท่นรองแล็ปท็อป เช่นเดียวกับยูนิลีเวอร์ และเนสท์เล่ ที่ให้คำมั่นว่าจะใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกรีไซเคิลได้ 100%
ด้านสตาร์ทอัพต่างๆ เช่น ฟู้ดแพนด้า ผู้ให้บริการส่งอาหารจากเยอรมนี กำหนดให้ผู้ใช้บริการในเอเชียแปซิฟิกต้องเรียกขอช้อนส้อมพลาสติกเอง ซึ่งคาดว่านโยบายนี้จะช่วยประหยัดได้ช้อนส้อม 1 ล้านชุด/ปี หลังเกิดกระแสวิตกว่าธุรกิจบริการส่งอาหารเป็นตัวการสร้างขยะ เพราะใช้วัสดุพลาสติกจำนวนมาก
ไบโอพลาสติกกำลังมา 
ขณะเดียวกัน ความต้องการให้ภาคธุรกิจใช้วัสดุอื่นแทนพลาสติกมากขึ้นกลายเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมไบโอพลาสติก โดยซีเอ็นบีซีรายงานอ้างนักวิจัยตลาดหลายว่า อุตสาหกรรมดังกล่าวคาดว่าจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 6.56 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 2.07 ล้านล้านบาท) ในปี 2020 จาก 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 1.1 ล้านล้านบาท) ในปัจจุบัน
อลอยเซียส เชือง ซีอีโอ โอลีฟกรีน บริษัทผลิตไบโอพลาสติกในสิงคโปร์ กล่าวว่า ปัญหาขยะพลาสติกจะผลักดันให้อุตสาหกรรมไบโอพลาสติกเติบโตยิ่งขึ้น ท่ามกลางความพยายามจัดการขยะของรัฐบาล ซึ่งนำไปสู่ความต้องการใช้วัสดุทางเลือกชนิดอื่นๆ แม้ตอนนี้ตลาดไบโอพลาสติกยังมีขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับตลาดพลาสติกแบบดั้งเดิม
ทั้งนี้ ข้อมูลจากพีซีไอ วู้ด แมคเคนซี บริษัทวิจัยตลาด ระบุว่า กำลังการผลิตไบโอพลาสติกทั่วโลกเมื่อปี 2017 อยู่ที่ 4.2 ล้านตัน ถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับความต้องการพลาสติก ซึ่งอยู่ที่ 302 ล้านตัน

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่