posttoday
อัยการส่งฟ้องเปรมชัย 6 ข้อหา โทษสูงสุดคุก 10 ปี

อัยการส่งฟ้องเปรมชัย 6 ข้อหา โทษสูงสุดคุก 10 ปี

01 พฤษภาคม 2561

ร่วม 3 เดือนนับตั้งแต่เรื่องอื้อฉาว คดีเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทยฯ

โดย ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์ 

ร่วม 3 เดือนนับตั้งแต่เรื่องอื้อฉาว คดีเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทยฯ กับพวกรวม 4 คน บุกรุกเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี และถูกเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ควบคุมตัวได้พร้อมของกลาง ซากเสือดำ ไก่ฟ้า พร้อมอาวุธปืน เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา

ล่าสุด 30 เม.ย.ที่ผ่านมา อัยการจังหวัดทองผาภูมิได้ยื่นฟ้องเปรมชัย กรรณสูต กับพวกรวม 4 คน ต่อศาลจังหวัดทองผาภูมิแล้ว

อย่างไรก็ตาม ก่อนพนักงานอัยการจะยื่นฟ้องเปรมชัย ตำรวจซึ่งทำหน้าที่พนักงานสอบสวนและอัยการก็มีความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับข้อหาที่สั่งฟ้อง โดยพนักงานอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องในบางข้อหา และเมื่อตำรวจมีความเห็นแย้ง ก็ต้องส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดตัดสินชี้ขาด

ก่อนการยื่นสำนวนฟ้องต่อศาลจังหวัดทองผาภูมิ สมศรี วัฒนไพศาล อธิบดีอัยการภาค 7 และสมเจตน์ อำนวยสวัสดิ์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 2 ภาค 7 ได้ร่วมกันแถลงข่าวว่า อัยการสูงสุดได้ส่งความเห็นชี้ขาดกลับมาให้ทางอัยการภาค 7 โดยมีความเห็นพ้องกับอัยการภาค 7 คือให้ฟ้อง 6 ข้อหา ส่วนที่ทางตำรวจภูธรภาค 7 ขอให้เพิ่มอีก 3 ข้อหานั้นก็ตกไป โดยแยกข้อหาของแต่ละคนดังนี้

เปรมชัย ผู้ต้องหาที่ 1 สั่งฟ้อง 6 ข้อหา ประกอบด้วย 1.ร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.ร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 4.ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่า 5.ร่วมกันซ่อนเร้น ช่วยพาเอาไปเสีย หรือรับไว้ด้วยประการใดๆ ซึ่งซากของสัตว์ป่าอันได้มาโดยกระทำผิดกฎหมาย และ 6.ร่วมกันเก็บของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต 

ยงค์ โดดเครือ ผู้ต้องหาที่ 2 ซึ่งเป็นพรานนำทาง ถูกสั่งฟ้อง 7 ข้อหา โดยถูกสั่งฟ้องเหมือนเปรมชัย 6 ข้อหา และเพิ่มเติมอีก 1 ข้อหา คือ ร่วมกันมีปืนและกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

นที เรียมแสน ผู้ต้องหาที่ 3 ซึ่งทำหน้าที่แม่ครัวปรุงซุปหางเสือดำ ถูกฟ้อง 5 ข้อหา คือ 1.ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุสมควร 3.ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 4.ร่วมกันช่วยซ่อนเร้นซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยการกระทำผิดกฎหมาย และ 5.ร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต

และธานี ทุมมาศ ผู้ต้องหาที่ 4 ถูกฟ้องรวม 8 ข้อหา โดยมี 6 ข้อหาเหมือนเปรมชัย และเพิ่มเติมอีก 2 ข้อหา คือ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาพยายามล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต

อธิบดีอัยการภาค 7 กล่าวว่า 3 ข้อหาอัยการมีความเห็นไม่สั่งฟ้องเพิ่มเติม คือ ร่วมกันเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันมีเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์ และร่วมกันพยายามล่าสัตว์เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต (กระรอก) เนื่องจากเห็นว่าเป็นโทษทางปกครอง ส่วนโทษทางอาญาไม่มีกฎหมายบัญญัติ

“ส่วนค่าเสียหายทางคดีอาญานั้น อัยการสูงสุดเห็นควรเพิ่มค่าเสียหายเป็น 3,012,000 บาท โดยใช้วิธีคิดจากราคาจัดซื้อเสือดำของสวนสัตว์ไนท์ซาฟารี จ.เชียงใหม่ เมื่อปี 2549 บวกกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการเพื่อนำเสือดำปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ จากเดิมที่อัยการภาค 7 ให้ร่วมกันชดใช้ จำนวน 462,000 บาท” อธิบดีอัยการภาค 7 กล่าว

อธิบดีอัยการภาค 7 กล่าวอีกว่า กรณีเปรมชัยยื่นร้องขอความเป็นธรรมเมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา ให้มีการสอบสวนพยานเพิ่มเติมในประเด็นเกี่ยวกับสถานที่อยู่วันเกิดเหตุ เพื่อให้สอบสวนเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก 3 คน บุคคลภายนอก 1 คน และวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก โดยคณะทำงานและอธิบดีอัยการภาค 7 พิจารณาแล้วเห็นว่า พยานบุคคลภายนอกที่อ้างถึงไม่เกี่ยวข้องกับคดี เป็นบุคคลที่แสดงความคิดเห็นกับสื่อมวลชนผ่านสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง ส่วนพยานที่เกี่ยวข้องอีก 4 คน สอบสวนครบแล้ว การร้องขอของเปรมชัยมีลักษณะประวิงคดี จึงไม่จำเป็นต้องสอบสวนเพิ่มเติม

ทั้งนี้ อัตราโทษในคดีนี้ ข้อหาร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท ข้อหาร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท และข้อหาร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต อัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 2 หมื่น-2 แสนบาท

พนมฤทธิ์ หอมนิจสกุล อัยการจังหวัดทองผาภูมิ กล่าวภายหลังส่งสำนวนคดีต่อศาลจังหวัดทองผาภูมิ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 30 เม.ย.ว่า ขั้นตอนจากนี้ไปถ้าจำเลยรับสารภาพก็สามารถตัดสินได้ทันที แต่ถ้าปฏิเสธก็จะนัดสอบคำให้การคุ้มครองสิทธินัดร้องเพื่อยื่นบัญชีพยานทั้งสองฝ่ายต่อไป ข้อหาอาวุธปืนและข้อหาเก็บหาของป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ เป็นคดีที่มีโทษสูงสุดคือจำคุก 10 ปี ส่วนข้อหาอื่นๆ ก็ลดหลั่นกันไป เช่น จำคุก 5 ปี หรือ 4 ปี ซึ่งคดีทุกคดีจะฟ้องรวมกันทั้งหมด

สำหรับสำนวนสั่งฟ้องที่นำมาส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ศาลมีประมาณ  15  หน้า ขณะนี้ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ได้ตกเป็นจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 219/2561 ซึ่งคาดว่าศาลจังหวัดทองผาภูมิจะรอให้จำเลยทั้ง 4 มารายงานตัวในวันที่ 2 พ.ค.นี้ จากนั้นจะสอบคำให้การอีกครั้งหนึ่ง

ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า เป็นดุลพินิจของอัยการที่จะสั่งไม่ฟ้องในบางข้อหา พร้อมยืนยันว่า พนักงานสอบสวนทำงานอย่างเต็มที่ในการรวบรวมพยานหลักฐานครบถ้วนแล้ว

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่