
ดึงเอสเอ็มอี-ชุมชน ระดมเงินผ่านไอซีโอ
สมาคมการค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อธุรกิจท่องเที่ยว จัดงาน “นวัตกรรมการเงินดิจิทัล”
โดย วารุณี อินวันนา
สมาคมการค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อธุรกิจท่องเที่ยว จัดงาน “นวัตกรรมการเงินดิจิทัล” หรือ Crypto Expo 2018 Thailand ครั้งที่ 1 โชว์ทางเลือกการระดมทุนรูปแบบใหม่ผ่านอีทีเอ คอยน์
ศตพล จันทร์ณรงค์ นายกสมาคมการค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อธุรกิจท่องเที่ยว (อีทีเอ) กล่าวว่า การจัดงาน Crypto Expo 2018 Thailand ครั้งที่ 1เพื่อเสนอทางเลือกในการระดมทุนผ่านเงินสกุลดิจิทัลให้กับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และวิสาหกิจชุมชนที่ต้องการเงินไปขยายและต่อยอดธุรกิจ สามารถเสนอขายเหรียญให้กับประชาชนทั่วไป หรือไอซีโอ เพราะช่องทางนี้จะมีความรวดเร็วและต้นทุนต่ำ โดยที่ทางสมาคมมีแพลตฟอร์มสำเร็จรูปในการให้บริการ ภายใต้ชื่อ อีทีเอ คอยน์ และยังได้สร้างระบบนิเวศทางธุรกิจเพื่อรองรับการใช้จ่ายเงินดิจิทัลระหว่างกันผ่านคิวอาร์โค้ด
ปัจจุบันสมาคมมีสมาชิกที่เป็นบริษัทผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านและประชาชนประมาณ 500 ราย และมีบริษัทได้ทำการเสนอขายไอซีโอ 8 บริษัท อาทิ ธุรกิจจัดหาแรงงาน ธุรกิจโฮสเทล ธุรกิจร้านค้าออนไลน์ชาเขียว ธุรกิจให้เช่าโกดังเก็บสินค้า ธุรกิจผู้รับเหมาติดตั้งเสาสัญญาณเอไอเอส ธุรกิจระดมทุนเพื่อนำไปทำบุญสร้างวัด และให้กับชุมชนขนาดเล็กที่ทำไซดั้งกุ้ง เพื่อนำทุนไปขยายกำลังการผลิต
“เรากำหนดว่าใครที่จะมาออกเหรียญโดยใช้รูปแบบจะต้องทำธุรกิจอย่างน้อย 1 ปี มีสินทรัพย์มาค้ำประกัน เรามีคณะกรรมการกลั่นกรอง ดูตัวเลขทางบัญชี จากนั้นจะคำนวณว่าสามารถออกเหรียญได้เท่าไร ไม่ใช่อยากออกเท่าไรก็ได้ ซึ่งแตกต่างจากรายอื่นๆ ที่จะขายโครงการในอนาคต” ศตพล กล่าว
ศตพล กล่าวว่า สมาคมยังมีแผนที่จะพัฒนาการใช้เงินสกุลดิจิทัลกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพื่อให้เกิดความสะดวกและปลอดภัย ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับ 4 สมาคมที่เกี่ยวข้อง
ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะประธานเปิดงาน กล่าวว่า การจัดงาน Crypto Expo 2018 Thailand ครั้งที่ 1 เหมาะกับช่วงเวลาของการตัดสินใจครั้งสำคัญของระบบการเงินไทย จากการมีเงินสกุลดิจิทัลที่จะเข้ามาเป็นทางเลือกในระบบชำระเงินที่เร็วกว่า การมีระบบ KYC หรือการรู้จักตัวตนลูกค้าเข้ามาทำให้ง่ายขึ้น โดยในระบบสถาบันการเงินไทยมีลูกค้าเงินกู้ทั้งหมด 19.3 ล้านราย วงเงินกู้รวม 12.5 ล้านล้านบาท แต่เงินสกุลดิจิทัลที่เข้ามาจะทำการเปลี่ยนแปลงธุรกิจธนาคาร
ขณะเดียวกัน ธปท.มีการสนับสนุนให้ธนาคารพาณิชย์ใช้เงินสกุลดิจิทัลในระบบชำระระหว่างกัน และได้มีกฎหมายระบบชำระเงินใหม่ออกมาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งจะต้องติดตามว่าระบบธนาคาร และระบบการชำระเงินของไทยจะเปลี่ยนไปอย่างไร
อลงกรณ์ พลบุตร อดีตประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) คนที่ 1 กล่าวว่า เทคโนโลยีบล็อกเชนและเงินดิจิทัลเป็นคลื่นลูกใหม่ การเปลี่ยนแปลงโลกการเงินและการลงทุนที่สามารถทำไอซีโอได้ หากกฎหมายยอมรับเงินดิจิทัลชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย จะทำให้สังคมไทยเข้าสู่สังคมไร้เงินสดอย่างแท้จริง ซึ่งรัฐควรจะให้การสนับสนุนเพื่อให้เกิดไอซีโอ และเงินดิจิทัลที่เป็นเครื่องมือใหม่ในการเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจ 4.0 โดยภาครัฐเข้มงวดเรื่องการดูแลป้องกันโจร หรือมิจฉาชีพเข้ามา เพื่อดูแลประชาชน
“เงินสกุลดิจิทัลจะมาเปลี่ยนแปลงโลกการเงินทั่วโลกรวมถึงไทย โดยในช่วงแรกๆ จะค่อยๆ เปลี่ยน และจะเปลี่ยนเร็วขึ้นอย่างรุนแรง หรือเปลี่ยนแบบก้าวกระโดด” อลงกรณ์ กล่าว
ภูมินทร์ บุตรอินทร์ ผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายวิชาการและวิจัย ศูนย์ลำปาง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ในหลายประเทศภาครัฐจะเป็นผู้เริ่มนำบล็อกเชนไปใช้ เช่น การยืนยันเอกสารสิทธิที่ดิน และเรื่องอื่นๆ แต่ไทยภาคเอกชนเป็นคนใช้ในการออกไอซีโอ แต่ยังไม่เป็นที่ยอมรับ เพราะติดขัดกฎหมายการธนาคาร กฎหมายแลกเปลี่ยนเงินตรา กฎหมายเงินตรา กฎหมายป้องกันการฟอกเงิน เป็นต้น







