
อารามที่น่ารื่นรมย์
เราชนะแล้ว!
โดย เชาวลิต บุณยภูษิต เครือข่ายพุทธิกา http://www.budnet.org
แม้จะไม่มีข้อบังคับกำหนดไว้ แต่ผมตั้งปณิธานไว้เองว่าช่วงที่เข้าอบรมธรรมะตามโครงการฝึกอบรมหลักสูตรการปฏิบัติธรรมเพื่อพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรมในการปฏิบัติงานของกระทรวงการคลัง ที่ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ วัดวะภูแก้ว อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ระหว่างวันที่27-31 มี.ค. 2561 ขอปิดโทรศัพท์มือถือ งดการติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกชั่วคราว อยากลองดูว่าจะทำได้ไหม (ก่อนจะปิดก็เตรียมการสิ่งที่ต้องทำไว้ครบแล้ว เช่น มอบหมายงานที่คาดว่าจะมีมาในช่วงเวลาที่ไม่อยู่ไว้กับเพื่อนร่วมงาน ตั้งระบบการจ่ายบัตรเครดิตอัตโนมัติวันที่ 29 มี.ค.ไว้ เป็นต้น) ใช้เวลา 4-5 วันที่ไปอยู่ในวัดวะภูแก้วตักตวงผลประโยชน์ที่จะเกิดจากที่นั้นให้เต็มที่
ช่วงอยู่ที่วัดตื่นตั้งแต่ตี 4 (ตามเสียงระฆังที่พระตี ก่อนกำหนดเวลาตื่นนอนของผู้เข้าอบรมครึ่งชั่วโมง ซึ่งได้กำไรชีวิตเพิ่มอีกครึ่งชั่วโมง) นอน 4 ทุ่ม กิจกรรมที่ทำระหว่างเวลาตี 4 ถึง 4 ทุ่ม คือ สวดมนต์ นั่งสมาธิ เดินจงกรม ฟังบรรยาย อ่านหนังสือธรรมะ ลดการพูดจาเฮฮาลง
พูดเฉพาะที่จำเป็นต้องสื่อสาร กินอาหาร 3 มื้อตามปกติ เพียงแต่กินแค่พออิ่มจะได้ไม่ง่วง (แต่ก็ง่วงอยู่ดี!)
การอยู่ท่ามกลางธรรมชาติป่าเขาในบริเวณวัดที่มีแมกไม้เขียวร่มรื่นรมณีย์ ลมพัดเย็นสบาย เพลินฟังเสียงนกร้อง เสียงจักจั่นในหน้าร้อน ชมกระรอกสีขาวนวลที่วิ่งเล่นบนต้นไม้ เปิดรับความรู้ ฝึกฝนอบรมธรรมะ เจริญกรรมฐาน เพิ่มพลังจิต พลังปัญญา ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ต้นจนจบการอบรม เมื่อจิตไม่ส่งออกนอกวัด จิตใจที่อยู่กับกุศลล้วนก็รู้สึกโปร่ง โล่ง เบา สบาย ไร้กังวล
หลักสูตรที่อาจารย์ ดร.ดาราวรรณ เด่นอุดมเป็นผู้อำนวยการก็มีส่วนผสมของทฤษฎีและปฏิบัติที่ลงตัว กลมกล่อม ให้ประโยชน์สูงสุดตามความเหมาะสมของระยะเวลา
โดยส่วนตัวเอง ภายหลังได้บรรพชาอุปสมบทเมื่อพรรษาปี 2550 แล้วก็เป็นศิษย์วัดญาณเวศกวันวัดใกล้บ้าน ได้เข้าวัดสวดมนต์ ช่วยกิจการเล็กๆ น้อยๆ ของวัดในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ เพิ่งจะมีโอกาสได้ไปศึกษาอบรมธรรมะในระยะเวลาที่ติดต่อกันหลายวันที่วัดวะภูแก้ว ทำให้รู้สึกได้ว่าได้เพิ่มพลังชีวิตให้สมบูรณ์ขึ้นหลังจากห่างหายไปเสียนาน
พอวันสุดท้ายของการอบรม ผมก็บอกตัวเองได้ว่า ผมได้รับประสบการณ์เพิ่มพลังชีวิต ณ วัดวะภูแก้ว เต็มที่เต็มพลังตามความเหมาะควรแก่วันเวลาที่ได้ฝึกฝนอบรมเพื่อพัฒนาชีวิตตนเอง สุดท้ายก็ทำได้! เราชนะแล้ว! ชนะใจตนเองได้ที่งดการติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกชั่วคราว และเพิ่งทำได้ในรอบนานนับ 10 ปี!
ก่อนปิดการอบรม อาจารย์ ดร.ดาราวรรณ ก็ให้คติว่าการฝึกอบรมธรรมะที่วัดวะภูแก้วจบลง แต่การศึกษาและปฏิบัติธรรมในชีวิตประจำวันต้องดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง
ชีวิตงาม สังคมดี ธรรมชาติเป็นรมณีย์
ทุกวันนี้เวลาเข้าวัดหรือนึกถึงวัด โดยทั่วไปภาพที่ปรากฏชินตาคือ สถานที่ที่เต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้าง มีรั้วยาว มีซุ้มประตูใหญ่โต พอเดินผ่านซุ้มประตูก็เจอตู้รับบริจาคเพื่อวัตถุประสงค์นานาประการ มีเต็นท์หรือซุ้มดอกไม้ธูปเทียนให้บริจาคตามกำลังศรัทธา มีพระพุทธรูปปางประจำวันเกิดให้หยอดเหรียญ มีถังเหลืองขาย ฯลฯ
หลายวัดไปไกลถึงขนาดสร้างเทวรูปนอกพระพุทธศาสนาให้ชาวพุทธเคารพบูชาอีกต่างหาก! บางวัดถึงกับทำป้ายโฆษณาว่าเทพเจ้าในวัดนั้นองค์ใหญ่ที่สุดเชิญชวนให้คนไปเคารพสักการะกัน (วัดใดที่ทำเช่นว่านั้นขอให้รับรู้วัดนั้นมีส่วนทำให้พุทธศาสนิกชนไทยไขว้เขวออกนอกพระพุทธศาสนา พานทำให้คนจำนวนมากเข้าใจว่ารูปเคารพเหล่านั้นเป็นเทพในพระพุทธศาสนา เนื่องจากเห็นอยู่ในวัดจนชินตาและไปกราบไหว้อ้อนวอนกัน) คนที่เห็นภาพข้างต้นไม่น้อยจึงไม่เข้าวัดเพื่อไปเจอกับภาพไม่เจริญหูเจริญตา จะว่าไปแล้ว ภาพวัดต่างๆ ที่กล่าวมาในปัจจุบันส่วนมากไม่โน้มน้อมใจไปในทางที่ดีงาม ในเชิงเร้ากุศล ขาดความรื่นรมย์ (รมณีย์) และความน่าเลื่อมใส (ปสาทนีย์)
วัดที่ดีควรเป็นทัศนีย์ และรื่นร่มรมณีย์ เป็นที่ยินดี ทำให้จิตใจสบาย ซึ่งเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของอารามในยุคพุทธกาล และเป็นความสุขขั้นพื้นฐานของมนุษย์ ดังที่สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) นิพนธ์ไว้ในหนังสือ “บทนำสู่พุทธธรรม ชีวิตงาม สังคมดี ธรรมชาติเป็นรมณีย์” ว่า “จึงควรให้มนุษย์มีความสุขอยู่ที่ธรรมชาติในสภาพรมณีย์ โดยมีดินที่ปรากฏตัวของป่า ภูเขา ต้นไม้ เขียวขจี มีดอกหลากสีนานาพันธุ์ มีน้ำในแม่น้ำ และบรรดาชลาลัย ที่ใสสะอาด งดงาม ชื่นกายชื่นใจ และมีแสงแดด สายลม อากาศ ใต้ท้องฟ้าที่อำไพ”
เมื่อสภาพแวดล้อมในวัดวาอารามเป็นรมณียสถาน มีต้นไม้มีธรรมชาติที่สดชื่นสวยงามน่าดูน่าชมโน้มนำจิตใจไปสู่ความสงบ ความสดชื่นเบิกบานใจแล้ว ก็เป็นสภาพเอื้อต่อการเจริญกุศล โน้มชักนำต่อไปสู่ธรรมะ ถ้ามีการสดับตรับฟังและศึกษาอบรมปฏิบัติธรรมต่อไป ก็ทำให้ได้ผลดีด้วย เพราะบรรยากาศเกื้อกูล มีกิจกรรมที่สนับสนุนให้ผู้เข้าวัดก้าวไปในกุศล เช่น มีธรรมเทศนาจากพระภิกษุ มีการสนทนาธรรมตามหัวข้อตามสมัย มีแหล่งหนังสือและสื่อธรรมะให้ศึกษาค้นคว้า มีสถานที่ที่เหมาะแก่การเจริญกรรมฐาน มีกิจกรรมที่มุ่งจะสร้างประโยชน์สำหรับคนในวัยต่างๆ มีกิจกรรมอาสาสมัคร กิจกรรมสาธารณประโยชน์ ฯลฯ
หากเป็นได้ดังว่านี้แล้ว นับว่าวัดก็ได้ทำหน้าที่ให้ธรรมะตอบแทนแก่ชาวบ้านที่สนับสนุนด้านวัตถุแก่พระภิกษุ ต่างฝ่ายต่างก็เอื้อเฟื้อเกื้อกูลแก่กันและกัน เพื่อให้ต่างก็ก้าวไปในกุศล







