
‘เทวินทร์’ มุ่งบริหารธุรกิจ เพื่อประโยชน์ของประเทศ
ในยุคที่การทำธุรกิจไม่ได้มุ่งแสวงหารายได้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องตอบโจทย์การพัฒนาสังคมและให้ความสำคัญกับการพัฒนา นวัตกรรม
โดย ดวงนภา ประเสริฐพงษ์
ในยุคที่การทำธุรกิจไม่ได้มุ่งแสวงหารายได้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องตอบโจทย์การพัฒนาสังคมและให้ความสำคัญกับการพัฒนา นวัตกรรม และดิสรัปทีฟเทคโนโลยีเพื่อต่อยอดธุรกิจ ส่งผลให้หลายกิจการต้องมีการปรับตัวเพื่อการอยู่รอดและแข่งขันได้ในระยะยาว แม้แต่องค์กรระดับประเทศอย่าง บริษัท ปตท. ก็ต้องปรับตัวไปตามความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ขณะเดียวกันนอกจากต้องรับมือกับการปรับตัวด้านธุรกิจที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว ปตท.กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านอีกครั้ง เมื่อผู้บริหารรุ่นเก่ากำลังจะผลัดใบและผู้บริหารชุดใหม่กำลังจะเข้ามาสานงานต่อ
เทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. เล่าว่า สิ่งสำคัญที่ผู้บริหารรุ่นต่อไปต้องให้ความสำคัญ คือ Treasure & Pride โดยในแนวคิดตั้งแต่เข้ามาทำงานจะแบ่งงานออกเป็น 2 ด้านอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ เนื่องจาก ปตท.คือหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ
สำหรับ Treasure คือการบริหารทรัพย์สินให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ซึ่งการเข้ามาสวมหมวกซีอีโอที่ผ่านมา เป็นช่วงที่ธุรกิจกำลังปรับตัวพอดี แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่ทำได้ชัดเจน คือ การสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้นในกลุ่ม ปตท.ทั้งหมด เรื่องการเพิ่มผลิตภาพ การลดค่าใช้จ่าย ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ สร้างความร่วมมือเพื่อให้ประหยัดและแข่งขันได้ เป็นเรื่องที่พยายามทำมาตลอด และถือว่าโชคดีอย่างหนึ่งที่ในยุคนี้โอกาสอำนวย จำเป็นต้องทำ ถ้าไม่ปรับตัวก็อยู่ไม่ได้ ก็เลยใช้วิกฤตให้เป็นโอกาสในการทำธุรกิจ เมื่อทำแบบนี้แล้ว เป้าหมาย ปตท.จะชัดเจนว่าเป็น Last man standing จะยืนอยู่เป็นคนสุดท้ายถ้าจะต้องเจ๊งก็ขอเป็นคนสุดท้ายที่จะเจ๊งในธุรกิจ
ขณะที่ฝั่ง Pride คือผลงานที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับ ปตท. การวางระบบวัฒนธรรมองค์กรให้เป็นแบบอย่างขององค์กรธุรกิจที่ตอบโจทย์ประเทศ โดยยึดมั่นในการจัดการกับผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholder) ความพยายามเพื่อสร้างความตระหนักให้ประชาชนเข้าใจถึงภารกิจ ปตท. ว่าอะไรที่เป็นผลประโยชน์ของประเทศ การทำหน้าที่เป็นมือเป็นไม้ของรัฐ ดูแลผลประโยชน์ของคนไทย ดูแลสังคม สิ่งแวดล้อม เป็นสิ่งที่ ปตท.จะทำ
“ประชาชนรู้ว่าเราทำเยอะแต่ไม่รู้ว่าทำอะไร แม้แต่คนใน ปตท.เองให้มานั่งไล่เรียงก็นึกไม่ออกนะว่าทำอะไรบ้าง เพราะรู้สึกว่ามันเยอะ กับอีกทางหนึ่งอะไรที่เรารู้สึกว่ามันยังไม่ชัดเจนเราก็ทำให้ชัดเจน นั่นคือจะเรียกว่าฝั่ง Pride ประสบความสำเร็จ ซึ่งที่ผ่านมาก็สำเร็จไปหลายเรื่องพอสมควร” เทวินทร์ ระบุ
ด้านการดำเนินงานธุรกิจเพื่อให้สอดคล้องกับสังคมและเทคโนโลยี ก็ให้ความสำคัญเช่นกัน ตั้งแต่เชื้อเพลิงที่ใช้ เรื่องน้ำมัน เรื่องถ่านหิน ในอนาคตมองว่าจะค่อยๆ อิ่มตัวและลดลงมา ในขณะที่ก๊าซจะมีการเติบโตขึ้นมา เพราะเป็นการเปลี่ยนผ่านจากพลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานทดแทน เป็นสิ่งสำคัญที่ ปตท.ต้องเตรียมพร้อมรับมือ
เทวินทร์ ระบุว่า ทุกอย่างต้องเดินไปด้วยกัน
ทั้งธุรกิจและสังคม และเมื่อถามว่าสุดท้ายแล้วในมุมมองของผู้ที่อยู่ใน ปตท.มาหลายขวบปี มองว่า ปตท.ในวันนี้คืออะไร เทวินทร์ รีบสรุปทันทีว่า “คือกำลังของคนไทย เป็นเวทีของคนไทยในการแข่งขันโลก ถ้าเราไม่มีองค์กรของไทยที่แข็งแรง และถ้าเราไม่มีองค์กรที่ทำเพื่อประเทศและประชาชนมันจะเดินยาก ถ้าถามว่า ปตท.จะต่างจากองค์กรธุรกิจใหญ่ๆ ยังไง เพราะ ปตท.มีรัฐเป็นเจ้าของมากกว่าครึ่ง สิ่งที่ทำมาตั้งแต่ต้นจะเริ่มกลับมาภายหลังในเชิงการเงิน ส่วนเชิงนโยบายก็ทำตามแนวของรัฐที่เน้นความมั่นคง แต่ธุรกิจมันก็ต้องเดินด้วยกัน”







