
เร่งตั้งรับผลไม้กัมพูชา
พาณิชย์เตือนผู้ส่งออกผลไม้ไทยรับมือ หลังจีนได้เข้าไปลงทุนโรงงานแปรรูปมะม่วงในกัมพูชา
พาณิชย์เตือนผู้ส่งออกผลไม้ไทยรับมือ หลังจีนได้เข้าไปลงทุนโรงงานแปรรูปมะม่วงในกัมพูชา
นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงพนมเปญ ถึงการเข้าไปลงทุนก่อสร้างโรงงานแปรรูปและส่งออกมะม่วงของบริษัท Weighai Dragon Union Agriculture จากจีน ในจังหวัดกัมปงสปือ กัมพูชา มูลค่าการลงทุน 40-50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นโรงงานแห่งที่ 2 ที่เข้ามาลงทุนในกัมพูชา หลังจากที่ บริษัท ฮุนได คอร์ปอเรชั่น บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่มีชื่อของเกาหลีใต้ได้เข้ามาร่วมทุนกับบริษัท Mao Lagacy ในการแปรรูปและส่งออกมะม่วง
“บริษัทจากจีนและเกาหลีใต้ที่เข้าไปลงทุนในกัมพูชามีแผนที่จะส่งออกมะม่วงแก้วขมิ้น โดยรับซื้อจากเกษตรกรมาแปรรูปและบรรจุหีบห่อและส่งออกไปยังตลาดจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น และเริ่มมีตลาดใหม่ๆ ที่ต้องการนำเข้าเพิ่มขึ้น เช่น ยุโรป และรัสเซีย ซึ่งการขยายตลาดส่งออกไปยังตลาดใหม่ๆ นี้ อาจจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการส่งออกมะม่วงแปรรูปของไทยได้ เพราะบางตลาดให้สิทธิพิเศษกับกัมพูชาทำให้มีต้นทุนต่ำกว่า” นางจันทิรา กล่าว
ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ผู้ส่งออกของไทยจะต้องหาทางรับมือด้านวัตถุดิบมะม่วงแก้ว เพราะไทยเคยพึ่งพาวัตถุดิบจากกัมพูชา เพื่อไม่ให้มีปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ และจะต้องรักษาคุณภาพและมาตรฐานการผลิต เพราะเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการมีความได้เปรียบและคู่ค้าให้การยอมรับ ซึ่งจะทำให้สินค้ามะม่วงแปรรูปของไทยยังคงเป็นที่ต้องการต่อไป
สำหรับการดึงดูดการลงทุนโรงงานแปรรูปมะม่วงของกัมพูชานั้น เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลกัมพูชาที่ต้องการส่งเสริมและผลักดันให้มีการส่งออกพืชเศรษฐกิจสำคัญเพิ่มมากขึ้น โดยส่งเสริมให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนผลิตและส่งออก ซึ่งก็เป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยที่จะเข้าไปลงทุนตั้งฐานการผลิตในกัมพูชาด้วย
จากสถิติการส่งออกสินค้าผลไม้ของไทยไปยังตลาดโลกปี 2560 มีมูลค่า 76,542 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% จากปี 2559 โดยตลาดหลักสินค้าผลไม้ของไทยได้แก่ เวียดนาม จีน ฮ่องกง อินโดนีเซีย และสหรัฐอเมริกา







