
ดันยุทธศาสตร์น้ำ20ปี
“พล.อ.ฉัตรชัย” เดินหน้ารื้อแผนจัดการน้ำสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ รอเข้า ครม.เดือน ก.ย.นี้ จ่อเร่งโครงการพื้นที่อีอีซี
“พล.อ.ฉัตรชัย” เดินหน้ารื้อแผนจัดการน้ำสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ รอเข้า ครม.เดือน ก.ย.นี้ จ่อเร่งโครงการพื้นที่อีอีซี
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำ ว่า ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 38 แห่ง เพื่อปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำฉบับเดิมที่จัดทำมาตั้งแต่ปี 2558 ระยะ 12 ปี (2558-2569) ให้เป็นแผนระยะ 20 ปี สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ โดยจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบภายในเดือน ก.ย.ปีนี้
ทั้งนี้ แผนบริหารจัดการน้ำฯ จะให้ความสำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่ การบริหารจัดการน้ำเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนและการสร้างเศรษฐกิจสีเขียว การบริหารจัดการน้ำเพื่อสนับสนุนการเติบโตของเมือง เศรษฐกิจ และอุตสาหกรรม และการบริหารจัดการน้ำเพื่อสนับสนุนความมั่นคง พลังงาน และการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ ได้วางกรอบในการจัดทำยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำใน 6 ประเด็น ได้แก่ 1.การอุปโภคบริโภค 2.ความมั่นคงของน้ำภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม 3.การจัดการน้ำท่วมและน้ำแล้ง 4.การจัดการคุณภาพน้ำ 5.การอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ และ 6.การบริหารจัดการน้ำ ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญในการพัฒนาเชิงพื้นที่ (Area Base) ซึ่ง จะมีการนำข้อมูลเชิงพื้นที่ของแต่ละจังหวัดและแต่ละภาคมาศึกษาทั้งในแง่ของการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภค การเติบโตของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดน้ำท่วมและน้ำแล้งในแต่ละพื้นที่มาประกอบเพื่อให้แผนการบริหารจัดการน้ำ
นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.) กล่าวว่า การปรับแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำ จะแบ่งโครงการที่ใช้งบประมาณการจัดการน้ำออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ โครงการลงทุนขนาดใหญ่ โครงการลงทุนที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ และการซ่อมบำรุงต่างๆ ซึ่งโครงการลงทุนขนาดใหญ่จะมีการเสนอให้รัฐบาลพิจารณาจากโครงการที่กรมชลประทานมีการศึกษาโครงการไว้แล้วประมาณ 30-40 โครงการ ซึ่งโครงการที่ได้รับการอนุมัติจาก ครม.แล้ว เช่น โครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร โครงการพัฒนาลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนล่าง
สำหรับโครงการที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณในปี 2562 มีโครงการขนาดใหญ่ 12-13 โครงการ วงเงินรวม 1.5 แสนล้านบาท ได้แก่ โครงการอุโมงค์ระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุง-น้ำชี จ.ชัยภูมิ เป็นต้น
ด้านโครงการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) จะเร่งรัดโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จ.จันทบุรี วงเงินงบประมาณ 2,000 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ซึ่งได้ขอให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เลื่อนโครงการนี้ขึ้นมาพิจารณาเร่งด่วน จากเดิมจะพิจารณาเดือน ก.ค. เนื่องจากโครงการนี้มีความสำคัญต่อพื้นที่อีอีซีและช่วยขยายให้พื้นที่การเกษตรใน จ.จันทบุรี กว่า 3 แสนไร่ ได้รับน้ำเพิ่มเติมเพื่อทำการเกษตร โดยโครงการทั้งหมดจะมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนการลงทุนให้มีประสิทธิภาพไม่ซ้ำซ้อนและจะมีการทำแผนปฏิบัติการทุกๆ 5 ปี







