posttoday
คาดตลาดหุ้นฟื้น เดือน เม.ย.-พ.ค.

คาดตลาดหุ้นฟื้น เดือน เม.ย.-พ.ค.

21 เมษายน 2561

ตลาดหุ้นถูกกดดันจากความเสี่ยงสงครามการค้า หลังจากสหรัฐทยอยเพิ่มความรุนแรงของมาตรการกีดกันการค้าอย่างต่อเนื่อง

โดย คมศร ประกอบผล Head of Strategy Unit, TISCO ESU

ตลาดหุ้นถูกกดดันจากความเสี่ยงสงครามการค้า หลังจากสหรัฐทยอยเพิ่มความรุนแรงของมาตรการกีดกันการค้าอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดประกาศจะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน ในหลายกลุ่มสินค้า คิดเป็นมูลค่าการค้ารวม 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจีนได้ออกมา
ประกาศว่าจะตอบโต้โดยการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าในสินค้า เช่น เมล็ดพืชและผลไม้ (เช่น ถั่วเหลือง) เครื่องบิน เยื่อไม้ โลหะ ไม้ สินแร่ และหนังสัตว์ คิดเป็นมูลค่ารวม 5 หมื่นล้านดอลลาร์เช่นกัน ทำให้ตลาดกังวลต่อความเสี่ยงว่าสงครามการค้าจะรุนแรงขึ้น ทำให้ตลาดหุ้นปรับฐานลงแรงในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา

ตลาดหุ้นจะฟื้นตัวขึ้นในช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. เนื่องจากมูลค่าที่ลดลงมาในระดับน่าสนใจ ในขณะที่ประเด็นสงครามทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐจะเริ่มเข้าสู่การเจรจา นอกจากนั้นการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไตรมาสแรก ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าจะขยายตัว 17.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จะสนับสนุนการฟื้นตัวของตลาด

ประเมินโอกาสเกิดสงครามการค้าเต็มรูปแบบยังจำกัด เนื่องจาก 3 ปัจจัย ดังนี้

ปัจจัยแรก สหรัฐมีบทเรียนในอดีตที่เจ็บปวดจากสงครามการค้าในช่วงปี 2473 ซึ่งเริ่มต้นขึ้นจากการผ่านกฎหมาย Smoot-Hawley Tariff ซึ่งกำหนดให้มีการขึ้นภาษีนำเข้าสูงถึง 60% ในสินค้าบางรายการ เพื่อเป็นการปกป้องผู้ผลิตในประเทศในช่วงเศรษฐกิจถดถอย แต่จุดชนวนให้เกิดการตอบโต้รุนแรงจากคู่ค้าของสหรัฐ ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดของสินค้าส่งออกสหรัฐลดลงรุนแรงในปี 2473-2477 และยิ่งเป็นการซ้ำเติมให้เศรษฐกิจย่ำแย่

ปัจจัยที่สอง ประเมินว่าการประกาศขึ้นภาษีของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ นั้น มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นคะแนนนิยมของผู้สมัคร สส.และ สว.ของพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งกลางเทอมที่จะมาถึงในเดือน พ.ย.นี้ ซึ่งการประกาศขึ้นภาษีแข็งกร้าวและรุนแรงเพื่อเรียกร้องความสนใจจากสื่อ และเข้าถึงประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มแรงงานในภาคอุตสาหกรรมซึ่งถูกกระทบจากการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่มีต้นทุนค่าจ้างต่ำกว่า ซึ่งส่วนใหญ่อาศัยใน Rust Belt ครอบคลุมรัฐเพนซิลเวเนีย โอไฮโอ และมิชิแกน ฐานเสียงสำคัญที่สนับสนุนให้ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้ง

แม้ท่าทีของทำเนียบขาวแข็งกร้าว แต่สหรัฐยังระมัดระวังในการใช้มาตรการภาษีไม่ให้กระทบต่อเศรษฐกิจภายในประเทศและประเทศคู่ค้ามากนัก เพื่อป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งยกระดับไปเป็นสงครามการค้าเต็มรูปแบบ ดังจะเห็นได้จากการขึ้นภาษีในสินค้ากลุ่มเหล็กและอะลูมิเนียมก่อนหน้านี้ ซึ่งสหรัฐประกาศขึ้นภาษีนำเข้าจากคู่ค้าทุกประเทศ แต่ภายหลังยกเว้นการเก็บภาษีให้กับคู่ค้าสำคัญหลายประเทศ ซึ่งจะถูกใช้เป็นเงื่อนไขในการเจรจาต่อรองของสหรัฐ

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเผชิญแรงต้านจากภายในพรรครีพับลิกันเอง โดย พอล ไรอัน ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า การขึ้นภาษีนำเข้าอาจส่งผลกับเศรษฐกิจในประเทศ ในขณะที่ ไมค์ ลี วุฒิสมาชิกจากพรรครีพับลิกันเสนอให้สภาแก้ไขกฎหมายเพื่อจำกัดอำนาจประธานาธิบดี ในการออกมาตรการกีดกันทางการค้าโดยไม่ผ่านการพิจารณาจากสภา ซึ่งกระแสต่อต้านจากภายในพรรคเพียงพอที่จะยับยั้งการออกมาตรการที่ส่งผลกระทบรุนแรง

ประการสุดท้าย จีนได้พร้อมเจรจากับสหรัฐ ไฟแนนเชียลไทมส์รายงานว่า คณะผู้เจรจาการค้าของจีนได้มีการเสนอที่จะนำเข้าสินค้าประเภทเซมิคอนดักเตอร์จากสหรัฐเพิ่มขึ้น เพื่อลดยอดการเกินดุลการค้ากับสหรัฐ และยังมีการพยายามผ่อนคลายกฎระเบียบเพื่อเปิดช่องให้บริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนในธุรกิจหลักทรัพย์ในจีนได้เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องของสหรัฐ ในขณะที่ สีจิ้นผิงประธานาธิบดีจีน กล่าวว่า จีนมีแผนที่จะลดภาษีนำเข้าในหลายประเทศสินค้า รวมถึงรถยนต์ และเปิดรับการลงทุนจากบริษัทต่างชาติให้ทำธุรกิจในจีนมากขึ้น รวมถึงจะเพิ่มการปกป้องลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญหาให้เข้มงวดมากขึ้น

 การลดยอดการเกินดุลการค้ายังสอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวในการปฏิรูปเศรษฐกิจของจีนให้พึ่งพาการบริโภคในประเทศมากขึ้น และลดสัดส่วนของการเติบโตเศรษฐกิจ (จีดีพี)ในภาคการลงทุนและการส่งออกลง ซึ่งจะช่วยเพิ่มเสถียรภาพให้กับเศรษฐกิจจีนในระยะยาว โดยปลายปี 2560 จีนพยายามกระตุ้นการบริโภคในประเทศด้วยการลดภาษีนำเข้าให้กับสินค้าเกือบ 200 รายการ ครอบคลุมสินค้าอุปโภคบริโภคหลายประเภท

พัฒนาการต่อจากนี้จะเป็นไปในแนวทางที่ประนีประนอมมากขึ้น โดยหลังจากสหรัฐประกาศรายการสินค้าที่จะขึ้นภาษีในช่วงต้นเดือน เม.ย. ก็จะเปิดโอกาสให้จีนเจรจา 30 วัน ซึ่งจีนพร้อมจะทำตามข้อเรียกร้อง ส่วนบริษัทยักษ์ใหญ่สหรัฐที่มีฐานการผลิตในจีนอาจได้รับผลกระทบ จะขอผ่อนผันการเก็บภาษีจากรัฐบาลอีกทางหนึ่ง

ข่าวล่าสุด

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย