posttoday
ส่อง SE ปตท. มุ่งสร้างสังคมแข็งแกร่ง

ส่อง SE ปตท. มุ่งสร้างสังคมแข็งแกร่ง

15 เมษายน 2561

การสร้างสังคมที่แข็งแกร่ง คือ การสร้างบุคลากรในสังคมให้มีความเข้มแข็งพอที่จะดูแลตนเองได้

โดย ดวงนภา ประเสริฐพงษ์

การสร้างสังคมที่แข็งแกร่ง คือ การสร้างบุคลากรในสังคมให้มีความเข้มแข็งพอที่จะดูแลตนเองได้ เพราะพื้นฐานสำคัญที่จะสร้างคนให้มีความพร้อมในการช่วยเหลือผู้อื่น คือ คนนั้นต้องมีความพร้อมในการดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดีก่อน และหลังจากนั้นสิ่งดีๆ จะถูกส่งต่อไปยังสังคมเป็นลูกโซ่ บริษัทในเครือ ปตท. จึงยึดหลักนี้ในการสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคมอย่างยั่งยืน เพราะเชื่อมั่นว่าสิ่งดีๆ เหล่านั้นจะย้อนกลับมาหาตัวองค์กรในที่สุด

เทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. เล่าว่า โซเชียลเอ็นเตอร์ไพรส์ เป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญที่รัฐบาลเริ่มตระหนักถึงความจำเป็น เนื่องจากในอดีตที่ผ่านมาเมื่อมีการทำแผนพัฒนาและปฏิรูปประเทศ รัฐบาลมักจะตั้งเป้าจีดีพีประเทศว่าต้องโตกี่เปอร์เซ็นต์ แต่แผนยุทธศาสตร์ชาติฉบับใหม่นี้ นอกจากจะให้ความสำคัญกับการขยายตัวของจีดีพีแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการลดช่องว่างระหว่างรายได้ด้วย โดยใช้โซเชียลเอ็นเตอร์ไพรส์เข้ามามีบทบาทให้เศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายข้อบังคับ หรือกติกาว่าต้องทำโซเชียลเอ็นเตอร์ไพรส์ แต่สำหรับ ปตท.แล้วเมื่อมีความพร้อมก็จะทำโครงการต่างๆ ทันที ขณะเดียวกันก็ได้มอบหมายให้กลุ่มธุรกิจต่างๆ ซึ่งเป็นบริษัทลูกในเครือ ปตท.ต้องไปคิดต่อว่าจะทำกิจกรรมอะไร โดยเฉพาะการทำกิจกรรมกับชุมชนที่อยู่รอบๆ ข้างบริษัท เพื่อให้สังคมโตไปด้วยกัน เช่น โรงแยกก๊าซ โรงกลั่น โรงปิโตรเคมี ปั๊มน้ำมัน เป็นต้น โดยมีความคาดหวังว่าอย่างน้อยในพื้นที่ต้องได้ประโยชน์ และคืนกลับสู่สังคมได้ เช่น ท่อก๊าซทำอะไรให้เขาได้ประโยชน์จากสิ่งที่บริษัททำอยู่ได้บ้าง ขณะที่กิจการปั๊มและการขายกาแฟอเมซอนหากดีขึ้นเรื่อยๆ คนทำงานจะดีขึ้นเรื่อยๆ ยกระดับไปด้วยกัน ไม่เพิ่มช่องว่างให้ห่างกันขึ้นไปอีก โดยกำหนดเป็นภาคบังคับของบริษัทลูก เพื่อสะท้อนให้รัฐบาลเห็นความสำคัญ

ส่อง SE ปตท. มุ่งสร้างสังคมแข็งแกร่ง

“ตอนนี้ก็เริ่มทยอยทำโครงการกันอยู่ ขณะเดียวกันก็ให้บริษัทลูกเสนอไอเดียมา แต่ก็ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า เวลาจะไปจัดตั้งการทำธุรกิจกับชาวบ้านหรือชุมชนไม่ง่าย เพราะเขาไม่เชี่ยวชาญธุรกิจโซเชียลเอ็นเตอร์ไพรส์ที่ดีต้องไม่สร้างภาระให้บริษัท เราไปช่วยให้เขาสร้างธุรกิจขึ้นมา ช่วยเบื้องต้นในการแชร์องค์ความรู้ เพื่อปิดจุดอ่อนและให้เขาทำธุรกิจขึ้นมาได้ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรา สิ่งที่จะประสบความสำเร็จคือ เราไปเจอชุมชนที่เขาพร้อม ก็คือจุดที่เราต้องมองหา หยุดมองหาไม่ได้ ต้องมองไปเรื่อยๆ ตอนนี้ก็มีหลายโครงการที่เป็นรูปธรรม” เทวินทร์ เล่า

สำหรับโครงการที่ดำเนินการมาแล้ว และเห็นผลเป็นรูปธรรมมากที่สุดคือ ร้านกาแฟคนพิการ จริงๆ โดยเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมร้านกาแฟอเมซอน พื้นที่ที่ดำเนินการคือ ศาลายา โดยเป็นการดำเนินงานร่วมกับสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย สาเหตุที่ทำกิจกรรมนี้ขึ้นมา เพราะว่าคนพิการส่วนใหญ่จะพึ่งพาการบริจาค และการเรี่ยไร ดังนั้นจึงต้องหาทางให้คนพิการมีรายได้มาเลี้ยงตัวแบบยั่งยืน ดังนั้นจึงมีแนวคิดว่า ธุรกิจกาแฟเป็นสิ่งที่น่าสนใจ แต่ก็ต้องยอมรับว่ายังมีข้อจำกัดที่คนหูหนวกพูดไม่ได้ด้วย ทำให้มีปัญหาในการสื่อสารกับลูกค้า แต่สิ่งสำคัญคือการสร้างคุณค่าของคนได้เกิดขึ้นแล้ว สร้างกระแสในสังคมให้เราให้ค่าคนพิการมากขึ้น

นอกจากจะส่งเสริมคนพิการแล้ว ปตท.ยังได้เข้าไปช่วยสถานแรกรับเด็กหญิงบ้านธัญญพร จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นโครงการที่ทำร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยนำเด็กในบ้านมาเข้ารับการฝึกงานในร้านจิฟฟี่และได้ค่าตอบแทน ขณะที่บางส่วนจะมีการเทรนนิ่งเพื่อเป็นบาริสต้าในร้านอเมซอน

ส่อง SE ปตท. มุ่งสร้างสังคมแข็งแกร่ง

“เรามองว่าถ้ามีที่ของกระทรวงก็น่าจะเปิดปั๊มให้สถานแรกรับธัญญพรเลย ให้เขารันเองและเป็นดีลเลอร์เรา เราก็ส่งน้ำมันให้ ซึ่งตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังส่งเรื่องให้ผู้ว่าราชการ จ.ปทุมธานี อยู่ในขั้นตอนเตรียมการ สำหรับเงินลงทุน ปตท.จะออกให้ก่อน เราอาจออกเป็นเงินกู้พอเขามีรายได้ส่งกลับมาเราก็ ไปออกให้รายต่อๆ ไปได้ เพื่อให้เงินต่อยอดไปเรื่อยๆ” เทวินทร์ ระบุ

นอกจากนี้ ปตท.ยังส่งเสริมกิจกรรมที่สอดคล้องกับร้านกาแฟอเมซอน คือ การร่วมมือกับเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ โดยจะทำเป็นสหกรณ์ ให้เกิดการรวมตัวกันแล้วส่งกาแฟไปขาย โดยคอนเซ็ปต์ทั่วไปของร้านกาแฟคือ ปลูกกาแฟ ได้ผลกาแฟมาแล้วส่งไปเข้าโรงกะเทาะเม็ดออกมา ซึ่งในขั้นตอนการกะเทาะจะมีนายทุนรับซื้อจากเกษตรกรมากะเทาะแล้วมาขายเราอีกที ซึ่งในความเป็นจริงแล้วขั้นตอนดังกล่าวเป็นองค์ความรู้ที่เราทำได้ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเมื่อปลูกกาแฟแล้วมีตลาดที่แน่นอน ขณะเดียวกัน ปตท.ก็จะคุยกับเกษตรกรเรื่องการปลูกกาแฟที่จะสร้างประสิทธิภาพเต็มที่

เทวินทร์ เล่าว่า สำหรับกิจกรรมที่ ปตท.ทำมาต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นโซเชียลเอ็นเตอร์ไพรส์ แต่ยังไม่มีการจดเป็นโซเชียลเอ็นเตอร์ไพรส์ คือ การเปิดพื้นที่ขายข้าวในปั๊มน้ำมัน โดยการให้ชาวบ้านที่อยู่ในท้องถิ่นเข้ามาขายข้าวในปั๊มของ ปตท. ซึ่งถือเป็นประโยชน์ที่ได้ร่วมกันทุกฝ่าย

ส่อง SE ปตท. มุ่งสร้างสังคมแข็งแกร่ง

สำหรับกลุ่มธุรกิจในเครือ เช่น กลุ่มก๊าซก็มีการเรื่องปลูกสตรอเบอร์รี่โดยใช้ความเย็นจากก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) โดยอยู่ระหว่างวางแผนว่าจะนำความเย็นจากตรงไหนมาใช้ โดยออปชั่นหนึ่งคือ การหาพื้นที่ใกล้ๆ กับคลังรับแอลเอ็นจี โดยเฉพาะคลังที่จะสร้างใหม่ หลังจากนั้นจะปล่อยพื้นที่ให้ชาวสวนปลูกสตรอเบอร์รี่ได้ สวนสตรอเบอร์รี่อาจจะให้ชุมชนเข้ามาเป็นเจ้าของสวนได้ แล้วคลังก็ส่งความเย็นไปช่วย โดยอาจจะกำหนดให้มีขายหรือแลกกับอะไรบางอย่าง ยึดคอนเซ็ปต์ที่ว่า คนที่ทำเขาต้องเรียนรู้ในเชิงธุรกิจที่จะเลี้ยงตัวเอง ไม่ใช่รอคนมาช่วย

“วันนี้ใครจะทำอะไรก็นึกถึงแต่ ปตท. เวลาใครมีไอเดียดีๆ ก็นึกถึง ปตท.ก่อนเสมอ พอปีต่อๆ ไปคนก็จะคาดหวังอะไรที่มากขึ้นอีก ปตท.ก็จะมีภาระพวกนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่สังคมก็ไม่ได้แข็งแรงขึ้น เลยคิดว่าโซเชียลเอ็นเตอร์ไพรส์น่าจะเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยสังคม ใช้ทรัพยากรที่เราจะไปช่วยสังคมให้มันยั่งยืน ต่อยอดไปเรื่อยๆดีกว่า” เทวินทร์ สรุป

ข่าวล่าสุด

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย