posttoday
ประเพณีกับการทุจริต

ประเพณีกับการทุจริต

14 เมษายน 2561

วันนี้วันดีปีใหม่ไทย หรือวันสงกรานต์ ประเพณีที่สืบสานกันมายาวนาน ทุกภาคทุกถิ่นของประเทศไทยเราต่างเฉลิมฉลองด้วยการรดน้ำดำหัว กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์

วันนี้วันดีปีใหม่ไทย หรือวันสงกรานต์ ประเพณีที่สืบสานกันมายาวนาน ทุกภาคทุกถิ่นของประเทศไทยเราต่างเฉลิมฉลองด้วยการรดน้ำดำหัว กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอพรผู้หลักผู้ใหญ่พ่อแม่ครูบาอาจารย์ และเนื่องจากเป็นฤดูร้อน แถมเป็นช่วงที่ส่วนใหญ่แล้วจะร้อนที่สุดในแต่ละปีด้วย จึงเป็นช่วงเวลาที่เด็กๆ หนุ่มสาว ผู้คนทุกเพศทุกวัยได้เล่นน้ำ ราดรดกันให้สดชื่น ซึ่งประเพณีเช่นนี้เป็นสิ่งที่บ้านเราเมืองเราสามารถรักษามาได้เป็นอย่างดีในส่วนของความเป็นประเพณี แต่ในส่วนของความเป็นระเบียบเรียบร้อยความงดงามแห่งประเพณีนั้น ก็มีขาดตกบกพร่อง เปลี่ยนผันไปตามยุคสมัย และก่อให้เกิดปัญหาติดตามมาก็พอสมควร จากการที่คนรุ่นต่อๆ มาไม่สามารถทำให้คงความเพียบพร้อมแห่งจริยวัตรของประเพณีเอาไว้ได้ และด้วยการตีความของยุคสมัยจึงทำให้สิ่งดีๆ ด้อยค่าลง ส่วนสิ่งไม่ดี แสดงตนได้มากขึ้น

เรื่องของการทุจริต ประพฤติมิชอบ โกงบ้าน กินเมือง ฉ้อราษฎร์ บังหลวง หรือที่ฝรั่งเรียกรวมๆ ว่า คอร์รัปชั่น (Corruption) ที่เราก็เอามาทับศัพท์เรียกกัน และก็มีการอรรถาธิบาย ให้นิยามกันไปต่างๆ นานา เพราะเราอยากที่จะใช้คำอันเป็นสากล หรืออินเตอร์ (International) เมื่ออธิบายไปอธิบายมา แทนที่จะเข้าใกล้สิ่งที่เราต้องการจะอธิบาย อาจจะยิ่งห่างออกไป แต่อันที่จริงแล้วสิ่งที่เรียกว่าคอร์รัปชั่นนั้น คือ การกระทำอันใดก็แล้วแต่ที่ทำให้เกิดความเสื่อม ซึ่งการทุจริต ประพฤติมิชอบต่างๆ หรือจะเรียกด้วยชื่ออันใดก็แล้วแต่ ก็ล้วนแล้วแต่นำมาซึ่งความเสื่อม ทั้งเสื่อมตน เสื่อมบ้านเมือง และเกิดความเสื่อมทรามโดยรวม และสิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่ตกติดมากับประเพณีหลายๆ อย่างในบ้านในเมืองเราเช่นกัน

ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมากระแส “ออเจ้า” ติดลมบน ผู้คนทั้งหลายต่างพูดถึงละครบุพเพสันนิวาสกันถล่มทลาย ไปทางไหนใครๆ ก็ต้องพูดถึงไม่มากก็น้อย ซึ่งหลายสิ่งในละครเรื่องนี้ก็ได้แสดงให้เห็นทั้งด้านสว่าง ด้านมืดของประเพณีของบ้านเมืองเรา สิ่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นผ่านละครดังกล่าวคือ สิ่งที่เราเอง และผู้คนทั้งหลายต่างก็ทราบกันถึงการดำรงคงอยู่ นั่นคือ ประเพณีของการดูแลกันและกันของผู้น้อยผู้ใหญ่ในวงการต่างๆ โดยเฉพาะในวงราชการ ที่เรียกว่าเป็นการอุปถัมภ์ค้ำชูกัน อันเป็นที่มาของสิ่งที่เรียกว่า ระบบอุปถัมภ์ ซึ่งว่ากันตามแบบพื้นๆ ระบบอุปถัมภ์นี้ไม่ใช่จะมีแต่ในประเทศไทยเรา ประเทศอื่นในเอเชียก็มี และไม่ใช่แต่ในเอเชียในประเทศยุโรป แอฟริกา อเมริกาเหนือ-กลาง-ใต้อะไรก็มีกัน ซึ่งระบบนี้ยังเป็นที่มาของระบบการปกครองที่เราเรียกว่าระบบเจ้าขุนมูลนาย หรือระบบศักดินา (Feudalism) อีกด้วย

ระบบอุปถัมภ์ที่เราเห็นผ่านละครแล้วควรต้องย้อนมาดูตัวเรา และบ้านเมือง ก็คือ การที่ผู้น้อยเข้าหาผู้ใหญ่ขอความช่วยเหลือด้านต่างๆ โดยต้องมีสิ่งกำนัลไปให้ หรือแม้แต่การไปมาหาสู่กันก็เป็นธรรมเนียมต้องมีของติดไม้ติดมือไปให้ ส่วนผู้ใหญ่เมื่อมีผู้น้อยมาขอพึ่งใบบุญวาสนาบารมีก็ต้องให้การช่วยเหลือเจือจานให้โอกาสฝากฝังการต่างๆ ตามที่ได้รับการกราบกราน ไหว้วอนขอร้องมา กลายเป็นประเพณีที่มีกันเป็นธรรมดา จะขออะไรก็ต้องให้สิ่งต่างๆ ตอบแทนกัน เมื่อทำเข้ามากๆ ก็เห็นเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อเข้าสู่ภาวะของการทำการค้าดังที่ก็มีมาแต่สมัยโบร่ำโบราณ ก็ทำแบบเดียวกัน ซึ่งถามว่าจีน ญี่ปุ่น ฝรั่งมังค่า ทำกันหรือไม่ ก็ทำกันมาแต่โบร่ำโบราณแล้วเหมือนกัน แล้วมาถึงวันนี้ทำจึงไม่เหมือนกัน
สิ่งที่อาจจะแตกต่าง และเรายังทำไม่สำเร็จคือ ยังไม่สามารถทำให้ประเพณีที่ไม่ดีหายไป และประเพณีที่ดีได้รับการรักษาเอาไว้ได้ ทุจริตโกงกินในบ้านเราจึงเหมือนกับการเล่นน้ำสาดน้ำกันทุกวันนี้ หลงลืมประเพณีกันไปมาก รับเอาไว้แต่กาก แต่เปลือก ถ้าแก้ประเพณีไม่ดีได้ ทุจริตโกงกินก็คงจะลดทอนลง ที่เหลือก็เป็นเรื่องกิเลสคนที่ต้องช่วยกันจัดการ

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่