posttoday
นวัตกรรมการเกษตร ทางออกปัญหาความเหลื่อมล้ำของไทย

นวัตกรรมการเกษตร ทางออกปัญหาความเหลื่อมล้ำของไทย

14 เมษายน 2561

ภาคเกษตรหรือภาคชนบทเป็นฐานรากที่สำคัญของเศรษฐกิจไทย

ภาคเกษตรหรือภาคชนบทเป็นฐานรากที่สำคัญของเศรษฐกิจไทย มีประชากรในภาคเกษตรถึงประมาณ 25 ล้านคนหรือเกือบ 40% ของประชากรทั้งประเทศ ในมิติมหภาค ภาคเกษตรสร้างรายได้ต่อระบบเศรษฐกิจ 9% ของจีดีพี มีพืชสำคัญที่มีสัดส่วนในจีดีพีภาคการเกษตรถึง 80% คือ ข้าวและยางพาราจึงไม่ต้องสงสัยว่าทำไมไทยจึงเป็นประเทศที่อยู่ในอันดับต้นๆ ของโลกทั้งการส่งออกข้าวและยางพารา

 ท่ามกลางความท้าทายหลายด้านทั้งการเข้าสู่สังคมสูงวัย และเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วทำอย่างไรจึงจะช่วยยกระดับรายได้ต่อหัวของเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำของไทย จึงเป็นประเด็นเศรษฐกิจสำคัญลำดับต้นๆ ของการพัฒนาประเทศตลอดมา

1.ปัญหาความเหลื่อมล้ำของไทย : ถึงแม้ไทยจะประสบความสำเร็จในการลดปัญหาความยากจนลงได้ โดยสัดส่วนคนจนลดลงอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันเหลือเพียง 8% ของประชากรทั้งหมด ในทางตรงกันข้ามสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของไทยวัดจากค่าสัมประสิทธิ์ความไม่เสมอภาค (Gini Coefficient) แม้จะปรับโน้มลงบ้างจากอดีต แต่ยังไม่น่าพอใจ คือในปี 2558 อยู่ที่ 44.5% เทียบกับในปี 2531 อยู่ที่ 48.7% หากดูในระดับภูมิภาคจะเห็นว่าภาคใต้มีปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้ค่อนข้างสูงกว่าภาคอื่นโดยมีค่าสัมประสิทธิ์ความไม่เสมอภาคอยู่ที่ 45.1% ตามมาด้วยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 43.3% ภาคกลาง 39.6% และภาคเหนือ 38.8% ตามลำดับ

หากเปรียบเทียบกับนานาชาติ จากข้อมูล CentralIntelligence Agency (CIA) ของสหรัฐ ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของไทยอยู่ระดับกลางๆ อยู่ที่ลำดับ 44 จาก 156 ประเทศทั่วโลกคือ 44.5% เทียบกับ 25% ของประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวียที่ถือว่ามีความเท่าเทียมกันทางรายได้สูง และระดับ 50-70 ของประเทศในแอฟริกาที่ถือว่ามีปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้ค่อนข้างสูงครัวเรือนที่ประกอบอาชีพเกษตรกรส่วนใหญ่อยู่ในภาคเศรษฐกิจชนบท อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 41% ภาคใต้ 35% และภาคเหนือคิดเป็น 31% ของครัวเรือนทั้งหมดของประเทศ ตามลำดับ

เกษตรกรเป็นอาชีพที่ไม่สามารถให้ความมั่นคงกับครัวเรือน และมีรายได้ไม่เพียงพอ ปัญหาหลักของเกษตรกรไทยคือ ปัญหาด้านที่ดินและการใช้ที่ดินเกษตรกรส่วนใหญ่มีพื้นที่ถือครองขนาดเล็ก ปัญหาราคาพืชผลไม่แน่นอน ปัญหาความไม่เพียงพอของน้ำที่ใช้ในการเกษตร ปัญหาสภาพภูมิอากาศแปรปรวนทำให้ผลผลิตเสียหาย และการขาดความรู้และไม่ได้รับคำแนะนำที่เพียงพอ

กลุ่มผู้มีรายได้ต่ำเพียงเฉลี่ยเดือนละประมาณ 5,000 บาท คิดเป็น 1 ใน 3 ของรายได้เฉลี่ยต่อเดือนของแรงงานนอกภาคเกษตรที่อยู่ที่ 1.6 หมื่นบาท และส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายเล็ก  40% ถือครองที่ดิน 1-10 ไร่ และอีก 8% ไม่มีที่ดินทำกิน และพื้นที่เกษตรส่วนใหญ่อยู่นอกเขตชลประทาน 80% เกษตรกรเป็นอาชีพที่ไม่สามารถให้ความมั่นคงกับครัวเรือน มีรายได้ไม่เพียงพอ ต้องอาศัยเงินกู้ ทำให้ต้องหันไปหาเงินกู้นอกระบบที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง สมาชิกครัวเรือนต้องเคลื่อนย้ายแรงงานไปยังนอกภูมิภาคเพื่อหารายได้อื่นๆ เป็นแหล่งรายได้สนับสนุนอีกทางหนึ่ง ระยะต่อไปคาดว่าเกษตรกรจะยิ่งเป็นรายเล็กลงเรื่อยๆ เพราะรุ่นพ่อแม่แบ่งซอยที่นาให้ลูกหลาน และลูกหลานที่เข้ามาทำงานในเมืองก็ขายที่ดินให้กับนายทุนไป วนเวียนเป็นวัฏจักรที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยและมิติด้านสังคมอื่นๆ

 2.ปัญหาที่เกษตรกรต้องเผชิญ : ผลิตภาพของภาคเกษตรปรับตัวดีขึ้น แต่ยังมีช่องว่างให้พัฒนาได้อีกมาก ผลิตภาพจากข้อมูลของธนาคารโลกมูลค่าผลผลิตการเกษตรต่อแรงงานต่อปีของไทยอยู่ที่ประมาณ 1,200 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม 10% ด้านล่างสุด แตกต่างจากกลุ่มด้านบน 10% เกือบ 50 เท่า ส่งผลให้ความสามารถทางการแข่งขันการผลิตสินค้าเกษตรของไทยต่ำกว่าประเทศคู่แข่งอยู่มาก เช่น ข้าว ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่อยู่ที่ 459 กิโลกรัม/ไร่ รองจากเวียดนาม เมียนมาและลาว ขณะที่ต้นทุนการผลิตสูงกว่าประมาณ 30-40% เป็นต้น

ในด้านแรงงาน แรงงานภาคเกษตรลดลงจากเกือบ 60% ของแรงงานทั้งหมดในปี 2536 เหลือเพียง 40% ในปัจจุบัน โดยแรงงานในภาคเกษตรเข้าสู่วัยสูงอายุ โดยจำนวนสมาชิกครัวเรือนเกษตรที่มีอายุมากกว่า 55 ปีขึ้นไปอยู่ที่ 25% ในปี 2556 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เพิ่มขึ้นถึงสองเท่าจาก 12% ในปี 2536 ขณะเดียวกันแรงงานเกษตรรุ่นใหม่อายุต่ำกว่า 25 ปีมีเพียง 25% ซึ่งจะมีนัยต่อกระบวนการผลิตและผลิตภาพของภาคเกษตรในระยะข้างหน้า

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่