posttoday
กาแฟกับมะเร็ง เสี่ยงหรือไม่เสี่ยงกันแน่

กาแฟกับมะเร็ง เสี่ยงหรือไม่เสี่ยงกันแน่

13 เมษายน 2561

ประเด็นร้อนแรงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วในวงการกาแฟ คือประเด็นที่ผู้พิพากษาในแคลิฟอร์เนียตัดสินว่าแบรนด์กาแฟควรต้องบอกลูกค้าว่าผลิตภัณฑ์ของตนอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งเนื่องจากมีสารอะคริลาไมด์

โดย  เอกศาสตร์ สรรพช่าง ภาพ เอพี

ประเด็นร้อนแรงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วในวงการกาแฟ คือประเด็นที่ผู้พิพากษาในแคลิฟอร์เนียตัดสินว่าแบรนด์กาแฟควรต้องบอกลูกค้าว่าผลิตภัณฑ์ของตนอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งเนื่องจากมีสารอะคริลาไมด์ (Acrylamide) คดีนี้ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2553 ที่มีการยื่นฟ้องให้กาแฟเกือบทุกยี่ห้อที่จำหน่ายในแคลิฟอร์เนียให้ระบุว่าในกาแฟมีสารอะคริลาไมด์ ที่อาจก่อมะเร็งได้

แล้ว “อะคริลาไมด์” คืออะไร ทำไมเราดื่มกันมาตั้งนานก็ไม่เคยได้ยิน

อะคริลาไมด์เป็นสารประกอบที่เกิดขึ้นจากการเผา ย่างหรือคั่ว เราจะเจออะคริลาไมด์ได้ในขนมปังปิ้ง เนื้อย่าง มันฝรั่งที่ถูกย่างจนกรอบ สารเคมีดังกล่าวถูกระบุโดยองค์การระหว่างประเทศเพื่อการวิจัยมะเร็ง (IARC) ว่าเป็นสารก่อมะเร็งที่เป็นไปได้ในระดับ 2A เนื่องจากมีการทดลองพบว่ามันทำให้เกิดเนื้องอกในหนู เมื่อรับอย่างต่อเนื่องในปริมาณสูง แต่สำหรับในมนุษย์ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานการทดลองยืนยันว่ามีการเชื่อมโยงกันระหว่างสารอะคริลาไมด์กับมะเร็ง แต่กระนั้นก็ตามศาลในแคลิฟอร์เนียก็ได้ตัดสินใจว่าให้สารอะคริลาไมด์เป็นหนึ่งสารที่ก่อมะเร็ง

เรื่องนี้น่าตลกดี เพราะเมื่อเดือนที่แล้วผมเพิ่งอ่านเจอในนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เพิ่งลงบทความเกี่ยวกับประโยชน์ของการดื่มกาแฟว่าเป็นยาอายุวัฒนะที่ทำให้นักดื่มอย่างเราห่างไกลจากโรคร้าย เพราะมีการวิจัยที่น่าเชื่อถือว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำดูมีอายุยืนยาวมากกว่าคนไม่ดื่ม

เหตุการณ์นี้ยิ่งตอกย้ำว่า คนอเมริกันมีความประสาทอยู่นิดๆ กับเรื่องไม่เป็นเรื่องนะครับ แน่นอนผู้ผลิตกาแฟทุกรายในแคลิฟอร์เนียก็คิดเหมือนผมคือไม่มีใครยอม มีการยื่นอุทธรณ์เพื่อให้ศาลยกเลิกคำสั่งที่ให้ผู้จำหน่ายกาแฟต้องติดข้อความบนผลิตภัณฑ์ เช่น บนแก้วหรือถุงกาแฟว่า กาแฟมีสารที่ก่อมะเร็ง ทุกแบรนด์พยายามยกงานวิจัยเรื่องประโยชน์ของกาแฟและเบอร์ใหญ่อย่างสตาร์บัคส์เองก็ไม่ยอมเช่นกัน

โดยยกงานวิจัยเรื่องคนดื่มกาแฟกับความเสี่ยงของการเป็นมะเร็ง สตาร์บัคส์ยืนยันว่าโดยเฉลี่ยมีโอกาสที่เราจะป่วยเป็นมะเร็งเนื่องจากสารอะคริลาไมด์น้อยกว่า 1 ใน 1 แสนคน ซึ่งงานวิจัยนี้ทำในคนที่ดื่มกาแฟตั้งแต่อายุยังน้อยไปจนถึงนักดื่มที่มีอายุมากกว่า 70 ปี “ดังนั้นพวกเราควรได้รับสิทธิในการผ่อนปรนความเข้มงวดดังกล่าว” สตาร์บัคส์ว่าอย่างนั้น

แต่ศาลก็มองว่างานวิจัยนี้ไม่ได้น่าเชื่อถือเท่าไรนัก เนื่องจากศาลเห็นว่าตัวเลขดังกล่าวจะวัดได้แน่นอนได้อย่างไรว่าอะคริลาไมด์เป็นส่วนน้อยของการเกิดมะเร็งเมื่อปัจจัยในชีวิตนั้นมีมากมาย ศาลมีการเทียบอัตราส่วนให้เห็นว่าสำหรับชนชาติที่ดื่มกาแฟแทนน้ำอย่างอเมริกาซึ่งมีจำนวนกว่า 85 ล้านคนที่ดื่มกาแฟทุกวัน ก็ยังคุ้มค่าหากว่ามีการเตือนคนเหล่านั้นได้รู้ถึงภัยที่มองไม่เห็น

มีการศึกษาของประเทศสวีเดนคาดการณ์ว่ากาแฟคั่วราว 160 มล. จะมีสารอะคริลาไมด์ราว 0.45 ไมโครกรัม ดังนั้นหากคุณดื่มกาแฟหนึ่งถ้วยต่อวัน โอกาสที่จะพัฒนามะเร็งอยู่ที่ 0.45 x 0.0005 / 70 = 0.000003 หรือ 1 ต่อ 300,000 และยังมีการศึกษาของ Robin Poole ซึ่งทำการศึกษากับกลุ่มตัวอย่างกว่า 5 แสนคนกับพฤติกรรมการดื่มกาแฟ ก็พบว่าการดื่มกาแฟอย่างต่อเนื่องทุกวัน สามารถเพิ่มอายุขัยของเราได้ 3 เดือนในผู้ชาย และ 1 เดือนสำหรับผู้หญิง แต่ก็นั่นแหละครับ ทั้งหมดทั้งมวลนี้สำหรับผมแล้ว คิดว่าเป็นเรื่องที่เราไม่น่าจะมาเอาเป็นเอาตายกับเรื่องนี้เท่าไรนัก เมื่อเทียบกับว่าอเมริกามีคนเสียชีวิตจากนิสัยการกินเรื่องอื่นมากกว่าเรื่องดื่มกาแฟ โดยเฉพาะเรื่องอ้วน

ในแคลิฟอร์เนียมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1.8 แสนคน/ปี ที่มีสาเหตุมาจากภาวะน้ำหนักเกิน และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ บางทีเรื่องนี้อาจจะดูเป็นเรื่องที่สำคัญกว่าการมาเอาเป็นเอาตายกับเรื่องดื่มกาแฟ

ข่าวล่าสุด

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย