
หอการค้าเตรียมประเมินผลมาตรการดูแลค่าบาท
หอการค้าเตรียมถกมาตรการดูแลค่าเงินบาทของรัฐบาล ประเมินผลว่าบรรเทาผลกระทบได้มากน้อยแค่ไหน พร้อมนำเสนอมาตรการเพิ่มเติมหากการช่วยเหลือไม่เพียงพอ
หอการค้าเตรียมถกมาตรการดูแลค่าเงินบาทของรัฐบาล ประเมินผลว่าบรรเทาผลกระทบได้มากน้อยแค่ไหน พร้อมนำเสนอมาตรการเพิ่มเติมหากการช่วยเหลือไม่เพียงพอ
นายดุสิต นนทะนาคร ประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 14 ต.ค.นี้ คณะกรรมการหอการค้าไทยจะมีการประชุมหารือเกี่ยวกับมาตรการการดูแลค่าเงินบาทของรัฐบาล เพื่อประเมินสถานการณ์ว่ามาตรการดังกล่าวได้ผลเป็นอย่างไร ซึ่งหากประเมินแล้วเห็นว่ายังไม่เพียงพอ ภาคเอกชนก็จะเสนอมาตรการเพิ่มเติมต่อรัฐบาลอีก
ทั้งนี้ มาตรการที่ออกมาก็ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี ที่รัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีแนวคิดจะช่วยเหลือผู้ประกอบการ แต่มาตรการที่ออกมาค่อนข้างมีความหลากหลาย มีทั้งมาตรการระยะยาวและระยะสั้น สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งธุรกิจแต่ละประเภทต่างได้รับผลกระทบที่แตกต่างกันไป จึงต้องดูว่ามาตรการแต่ละอย่างจะไปช่วยแก้ปัญหาได้มากน้อยแค่ไหน เช่น มาตรการส่งเสริมการนำเข้าเครื่องจักร ในเวลานี้ภาคธุรกิจคงไม่ต้องการนำเข้าเครื่องจักรมา เพราะตอนนี้ยังประสบปัญหาเรื่องการรับคำสั่งซื้ออยู่ แต่ในระยะยาวและระยะกลางมาตรการจะเป็นผลดีต่อภาคธุรกิจ เป็นต้น ดังนั้นจึงต้องมาดูว่ามารตรการที่ออกมาบรรเทาผลกระทบที่ได้รับจากค่าเงินบาทมากน้อยแค่ไหน
"มาตรการที่ออกมาก็โดนใจพอสมควร เพราะเริ่มแก้ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ซึ่งคณะกรรมการก็จะไปร่วมกันดูว่ามีมาตรการออกมาจะเกิดอะไรขึ้น ไม่มีมาตรการจะเป็นอย่างไร และต้องมีมาตรการอะไรออกมาเพิ่มมากกว่านี้หรือไม่ เพราะยังไม่เชื่อว่ามาตรการที่ออกมาจะเพียงพอ"นายดุสิต กล่าว
นอกจากนี้ เรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ก็ถือเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการส่งสัญญาณว่าจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยยิ่งเป็นการส่งสัญญาณให้เงินทุนจากต่างประเทศไหลเข้ามามากขึ้น การปรับขึ้นมากกว่านี้คงไม่ควรที่จะทำ แต่จะคงไว้เท่าเดิม หรือปรับลดลงคณะกรรมการนโยบายด้านการเงิน (กนง.) คงต้องไปพิจารณา
นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ เครือซีเมนต์ไทย (เอสซีจี) กล่าวว่า การแข็งค่าของเงินบาท 1 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ส่งผลกระทบบต่อกำไรที่หายไปประมาณ 600 – 700 ล้านบาท เพราะเกิดจากปัญหาการแข็งค่าเร็วเกินไปของเงินบาท ทำให้ไม่สามารถกำหนดราคาสินค้าได้ ขายของไม่ได้ จึงต้องมีการบริหารจัดการใหม่ เพื่อรองรับความผันผวนของค่าเงิน
"มาตรการของรัฐบาลที่ออกมาดูแลก็เข้าใจว่ามีข้อจำกัดอยู่ เพราะมาตรการที่ออกมาจะส่งผลกระทบต่อภาคส่วนอื่นๆ ด้วย จึงไม่สามารถออกมาตรการที่เข้มข้นได้มากนัก แต่มองว่าหากจะบรรเทาผลกระทบอย่างจริงจังต้องออกมารตรการที่รุนแรง ช่วยให้หนัก อย่างยั้ง เพราะปัญหาเกิดขึ้นจากการที่เงินบาทแข็งค่าอย่างรวดเร็วเกินไป คนคำนวณราคาสินค้าไม่ได้ มาตรการที่รุนแรงจึงจะสามารถช่วยบรรเทาผลกระทบได้"นายรุ่งโรจน์ กล่าว
สำหรับการจำแนกการช่วยเหลือ ก็ควรดูเรื่องความเดือดร้อนเป็นหลัก กลุ่มที่ได้รับความเดือดร้อนมาก ไม่สามารถรับได้อีกควรเป็นกลุ่มที่ได้รับความช่วยเหลือในระยะสั้น ส่วนกลุ่มที่เดือดร้อนน้อย รับพอรับภาระไหว ก็ให้ความช่วยเหลือเป็นมาตรการระยะยาวได้







