posttoday
SE อาเซียนเจองานยาก

SE อาเซียนเจองานยาก

08 เมษายน 2561

ธุรกิจเพื่อสังคม (เอสอี) นั้นถือว่าตั้งอยู่บนพื้นฐานของการสร้างสินค้าหรือให้บริการเพื่อแก้ไขปัญหาสังคมโดยตรง

โดย พรบวร จิรภัทร์วงศ์

ธุรกิจเพื่อสังคม (เอสอี) นั้นถือว่าตั้งอยู่บนพื้นฐานของการสร้างสินค้าหรือให้บริการเพื่อแก้ไขปัญหาสังคมโดยตรง ขณะที่ยังคงทำกำไรในตลาดได้อยู่ จึงไม่น่าแปลกใจที่รัฐบาลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงไทยและมาเลเซีย จะเริ่มหันมาผลักดันเอกชนให้ดำเนินธุรกิจเอสอีมากขึ้น โดยคาดหวังว่าธุรกิจรูปแบบดังกล่าวจะเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่ช่วยบรรเทาปัญหาสังคมไปพร้อมกัน โดยรัฐได้มีมาตรการสนับสนุนเอสอีมากมายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี รอยเตอร์สรายงานว่า แม้ว่ารัฐบาลจะช่วยสนับสนุนด้านการเงิน และจัดการอบรมเกี่ยวกับโมเดลธุรกิจเอสอีให้แก่บรรดาผู้ประกอบการเอสอี แต่ความช่วยเหลือนี้ก็ยังอาจ “ไม่สุด” หรือไม่เพียงพอให้เอสอีดำเนินกิจการต่อไปได้ ขณะที่เอสอีเองก็ยังไม่สามารถพึ่งพาตัวเองในการอยู่รอดต่อไปได้

รอยเตอร์สยกตัวอย่าง มาจิดาห์ ฮาชิม หญิงชาวมาเลเซีย ที่ตัดสินใจลาออกจากงานประจำเมื่อ 2 ปีก่อน เพื่อมาตั้งเอสอีชื่อ “เซเว่นทีวัน” ที่จำหน่ายชา สมุนไพร และดอกไม้ เพื่อนำเงินมาช่วยเหลือผู้ป่วยออทิสติก

SE อาเซียนเจองานยาก

สำหรับมาเลเซียถือว่าค่อนข้างก้าวหน้าในการผลักดันเอสอี โดยมูลนิธิทอมสัน รอยเตอร์ส ได้จัดอันดับให้มาเลเซียครองอันดับที่ 9 จาก 45 ประเทศที่เหมาะแก่การตั้งธุรกิจเพื่อสังคมที่สุดเมื่อปี 2016 ขณะที่รัฐบาลทุ่มงบประมาณกว่า 20 ล้านริงกิต (ราว 161 ล้านบาท) ในโครงการผลักดันเอสอี รวมถึงออกมาตรการรับรองเอสอีบางราย เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ขณะที่ให้ศูนย์กลางการส่งเสริมนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ของมาเลเซีย (เมจีไอซี) เข้ามาเป็นหัวเรือนำทางไปสู่เป้าหมายการเพิ่มเอสอีในประเทศให้อยู่ที่ 1,000 แห่ง ภายในปี 2018 จากเดิมที่ 100 แห่ง ในปี 2015

ทั้งนี้ มาจีดาห์เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการหน้าใหม่หลายคนที่เข้าร่วมโครงการผลักดันธุรกิจเพื่อสังคมของรัฐบาลเมื่อปี 2015 โดยมาจีดาห์ได้รับเงินสนับสนุนจำนวน 3 หมื่นริงกิต (ราว 2.4 แสนบาท) ในการเริ่มธุรกิจจากเมจีไอซี และเข้าคอร์สอบรมการทำธุรกิจเอสอี

“เมื่อเราเข้าอบรมในโปรแกรมของเมจีไอซีแล้ว เราก็เริ่มรู้สึกกระตือรือร้นในการทำธุรกิจ เพราะเราได้พบผู้คนหลากหลายมากขึ้น จนทำให้เราเชื่อว่าเราพร้อมจะเริ่มธุรกิจแล้ว” มาจีดาห์ กล่าว

อย่างไรก็ดี มาจีดาห์ระบุว่า การช่วยเหลือของเมจีไอซีดำเนินไปเพียงแค่ช่วยระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น เนื่องจากฝ่ายที่ดูแลด้านการสนับสนุนเอสอีของเมจีไอซีถูกยุบไป หลังจากมาจีดาห์จบคอร์สอบรมได้ไม่นาน ทางเมจีไอซีจึงไม่ได้ติดต่อถึงความเป็นไปในธุรกิจของมาจีดาห์นัก ขณะที่บรรดาผู้ประกอบการหน้าใหม่เองก็ยังต้องการความช่วยเหลือที่ต่อเนื่องและคำชี้แนะของรัฐบาลในการทำธุรกิจอยู่

“เหมือนกับว่าเรากำลังจะมีลูกกัน แต่เมื่อเด็กเกิดมา พวกเขา (เมจีไอซี) กลับทอดทิ้งเราไป” มาจีดาห์ กล่าว

ความช่วยเหลือไม่เพียงพอ

SE อาเซียนเจองานยาก

รอยเตอร์สระบุว่า มาเลเซียเป็นหนึ่งในประเทศอาเซียนหลายแห่ง รวมถึงไทยด้วย ที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาทางสังคม อาทิ ความยากจน ความไม่เท่าเทียมทางการศึกษา และมลพิษสิ่งแวดล้อม แม้ว่าเศรษฐกิจจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากมักจัดเก็บภาษีในอัตราต่ำ จึงไม่มีงบประมาณมากพอในการแก้ไขปัญหาเรื้อรังดังกล่าวได้ ส่งผลให้รัฐบาลต้องการสนับสนุนเอสอี โดยให้ธุรกิจเพื่อสังคมดังกล่าวมาช่วยอุดช่องการแก้ปัญหาทางสังคมต่างๆ นานาอีกทอดหนึ่ง

อย่างไรก็ดี กรณีของมาจีดาห์บ่งชี้ให้เห็นว่า ความช่วยเหลือในรูปแบบเม็ดเงินหรือการอบรมในช่วงเริ่มต้นธุรกิจนั้นดูจะไม่ช่วยสนับสนุนกิจการเท่าที่ควร โดยรัฐบาลอาจต้องสนับสนุนให้เอสอีเข้ามามีที่ยืนในตลาดและแข่งขันได้จริง เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างยั่งยืน เพราะสุดท้ายแล้ว เอสอีก็ควรจะดำเนินการเป็นองค์กรแสวงหากำไรที่สามารถยืนได้ด้วยตนเองได้

สหราชอาณาจักรนั้นเป็นตัวอย่างที่ดีของรัฐบาลที่ประสบความสำเร็จในการผลักดันเอสอี โดยเอสอียูเคที่เป็นบริษัทเพื่อสังคม (Community Interest Company) และเป็นตัวแทนของเอสอีทั้งหมดในประเทศ เปิดเผยว่า จำนวนเอสอีภายในประเทศเติบโตต่อเนื่องจนแตะที่ 7 หมื่นรายแล้วในปัจจุบัน

ความเฟื่องฟูในภาคธุรกิจดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่รัฐบาลเข้าสนับสนุนกิจการในด้านต่างๆ รวมถึงการเรียกร้องให้พนักงานจัดซื้อจัดจ้างของรัฐพิจารณาสัญญาจัดซื้อจัดจ้างบนพื้นฐานของผลกระทบต่อปัจจัยทางด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมเหนือราคา ส่งผลให้บรรดาเอสอีมีงานทำอย่างไม่ขาดสาย

เอสอีอาเซียนล้มหาย

SE อาเซียนเจองานยาก

นอกเหนือมาเลเซียแล้ว บรรดาผู้ประกอบการเอสอีในอาเซียนเองก็กำลังเผชิญปัญหาในการทำธุรกิจเช่นกัน

สำหรับใน “ไทย” นั้น สำนักงานสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติ (สกส.) ที่จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2010 เพื่อผลักดันภาคเอสอี เปิดเผยว่า ไทยมีเอสอีราว 5,000-1 หมื่นแห่ง ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ดีหลังช่วงรัฐประหารเมื่อปี 2014 เอสอีเกิดใหม่ได้ลดจำนวนลง และยังกระทบต่อการดำเนินการช่วยเหลือเอสอีของทางองค์กร

ด้านเครือข่ายผู้ประกอบการเอสอีภายใน “ฟิลิปปินส์” จับมือกับบริติชเคานซิล เปิดเผยผลการสำรวจเอสอีภายในประเทศเมื่อปีที่แล้ว พบว่ามีเอสอีถือกำเนิดขึ้นกว่า 3 เท่า ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จนไปแตะที่ 1.65 แสนแห่ง แต่กว่าครึ่งของผู้ประกอบการทั้งหมด ก็ระบุว่าปัญหาเงินทุนจำกัดเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถขยายกิจการได้

ขณะเดียวกัน ศูนย์กลางช่วยเหลือธุรกิจเอสอีของ “สิงคโปร์” ที่สนับสนุนเอสอีราว 400 แห่งในประเทศอยู่ ก็เปิดเผยว่า เอสอีหลายแห่งเผชิญปัญหาด้านผลประกอบการน้อยจนเกือบปิดกิจการ หลังเริ่มดำเนินธุรกิจไปได้เพียง 2-3 ปี 

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่