
มธ.สร้างคนแห่งอนาคต ตอบโจทย์ประเทศไทย
ในรั้วแดงเหลือง มหาวิทยาลัยเก่าแก่อย่างธรรมศาสตร์ (มธ.)
โดย เอกชัย จั่นทอง
ในรั้วแดงเหลือง มหาวิทยาลัยเก่าแก่อย่างธรรมศาสตร์ (มธ.) ผลัดเปลี่ยนผู้นำรุ่นแล้วรุ่นเล่าจนมาถึงอธิการบดีคนที่ 24 อย่าง รศ.เกศินี วิฑูรชาติ ที่รับไม้ต่อจาก ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อดีตอธิการบดี มธ.คนก่อน แม้ว่าจะเป็นอธิการบดี
หญิงในบทบาทผู้นำย่อมต้องนำพามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้ทัดเทียมตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ไม่แปลกว่าอนาคต มธ.จะพลิกโฉมหรือย่ำอยู่ที่เดิม นั่นเป็นความท้าทายที่ผู้นำต้องแก้โจทย์ให้แตก
คำถามชวนหนักใจกับภาระที่ต้องพาสถานศึกษาขนาดใหญ่ระดับประเทศไม่ให้ตกยุคสมัยไปนั้น แต่ก่อนจะตอบคำถามข้างต้น รศ.เกศินี เผยถึงความท้าทายในการทำงานยุคปัจจุบันว่า สิ่งที่ท้าทายที่สุดคือการสร้างผู้นำในสังคม เนื่องจากเป็นเรื่องค่อนข้างยากที่จะทำให้ออกมาเป็นรูปธรรม กลไกสำคัญที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายได้ต้องมีทีมงานที่ดี โดยพึ่งพาทีมงานคุณภาพจากบุคลากรในรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทั้งหมด
“เพราะฉะนั้นจึงต้องพิจารณาเรื่องผู้นำยุค 21 ควรเป็นอย่างไร ซึ่งได้ออกมาเป็นการพัฒนาทักษะ GREATS ของธรรมศาสตร์ ต้องเป็นผู้รู้รอบทั้งในเอเชียและทั่วโลก เป็นนักสื่อสาร มีความคิดสร้างสรรค์ มีสุนทรียะ มีรสนิยม มีศิลปะ มี Design มีความรู้เรื่องเทคโนโลยี”
การพัฒนาต้องเริ่มจากภายในรั้วมหาวิทยาลัย เรื่องนี้ รศ.เกศินี ให้ความสำคัญอย่างมากในการนำพาสถานศึกษาไปสู่ความสำเร็จ จึงต้องมีการพัฒนาปรับปรุงเรื่องของอาคารห้องเรียนต่างๆ ให้ทันสมัย ถ้าหากห้องเรียนไม่เหมาะกับ Active Learning บรรยากาศการเรียนอาจไม่ตอบโจทย์การศึกษาในปัจจุบัน ดังนั้นการปรับปรุงซ่อมแซมให้ทันสมัยสอดรับบริบททางสังคมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
ขณะเดียวกันผู้เรียนต้องเตรียมพร้อมด้วย เช่นกัน โดยในปี 2561 มหาวิทยาลัยจะเริ่มใช้แบบทดสอบ GREATS ให้นักศึกษาทดสอบ 2 ครั้ง ก่อนเข้าและจบการศึกษา โดยจะมีใบรับรองให้เพื่อนำไปใช้ประกอบการสมัครงาน นอกจากนี้ยังส่งเสริมพัฒนาความรู้ทักษะทางภาษาที่ 3 โดยพัฒนาทักษะ Digital และอื่นๆ ควบคู่ไปกับการพัฒนา “ห้องสมุดที่เรียนรู้ได้ทุกที่ทั่วโลก” เพื่อส่งเสริมด้านการเรียนรู้ตลอดเวลา
ทว่าการสร้างคนแห่งอนาคตล้วนมีความสำคัญ โดยนักศึกษาทุกคนต้องออกไปพัฒนาชุมชนมีโครงการ “Service Learning” โดยนักศึกษา ปี 3-4 ต้องนำความรู้ไปช่วยบริการชุมชนภายในรอบๆ มหาวิทยาลัย เพื่อเป็นการปลุกจิตสำนัก หรือ Spirit Thammasat ไปในตัวนักศึกษา โดยการใช้ทักษะที่แตกต่างกันตามคณะเรียน เช่น การให้คำแนะนำใช้ประโยชน์จากพื้นที่ การใช้ความคิดสร้างสรรค์ต่อยอดวัตถุดิบร่วมกับภาคเอกชน ช่วยอำนวยความสะดวกทางกฎหมาย หรือการให้คำปรึกษาต่างๆ กับคนในชุมชน ทั้งหมดคือสิ่งที่นักศึกษาจะเข้าใจสถานการณ์ความจริง
รศ.เกศินี ยังกางแผนยุทธศาสตร์งานให้เห็นภาพชัดเจนอีก ทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตั้งเป้าหมายในการพัฒนามหาวิทยาลัยเพื่อให้ตอบโจทย์ประเทศไทยในปัจจุบัน จากการพัฒนา 4 ศูนย์การเรียน ซึ่งประกอบไปด้วย 1.ศูนย์ท่าพระจันทร์
ที่จะเน้นพัฒนาสายสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์รวมถึงการเรียนการสอนนักศึกษาแล้ว ต่อไปในอนาคตจะเปิดสอน ฝึกอบรมผู้ใหญ่ และในอนาคตทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เตรียมทำพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับกฎหมายประชาธิปไตย หรือ Thammasat Museum โดยเป็นการส่งเสริมให้ความรู้ด้านประชาธิปไตยให้กับผู้สนใจสามารถเข้ามาชมได้
2.ศูนย์รังสิต จะเน้นสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงวิทยาศาสตร์สุขภาพ ในอนาคตเตรียมเปิด “อุทยานเรียนรู้อาจารย์ป๋วย 100 ปี” รวมถึงการจัดการเกี่ยวกับพื้นที่สีเขียว เทคโนโลยีสะอาด ชุมชนสะอาด พื้นที่สาธารณะสีเขียว ที่เปิดให้คนนอกสามารถเข้ามาเรียนรู้ศึกษาได้
3.ศูนย์ลำปาง เนื่องจากเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ใกล้กับประเทศเพื่อนบ้านจึงจะนำร่องระบบการศึกษา “ไม่มีคณะให้เลือก” ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนได้ตามความถนัดของตัวเอง ซึ่งจะเป็นวิชาการท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับอาเซียน และ 4.ศูนย์พัทยา จะเป็น
การพัฒนาที่พร้อมรองรับความเจริญของระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยเป็นผู้นำด้านวิศวกรรมยานยนต์ และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence : AI) โดยแบ่งการพัฒนาศูนย์เป็น 3 ระยะดังนี้
ระยะที่ 1 มีการส่งเสริมฝึกอบรมเทคโนโลยี ฝึกภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาเกาหลี รวมทั้งให้ความสำคัญด้านพลังงานใหม่ ระบบรางและระบบโลจิสติกส ระยะที่ 2 นำคณะแพทยศาสตร์ไปเปิดในพื้นที่ โดยการผสมผสานหลักสูตรร่วมกันระหว่างวิศวกรรมศาสตร์และแพทยศาสตร์ เพื่อไปสู่การเป็นหลักสูตรที่เน้นการรักษาแนวใหม่และนวัตกรรมด้านการแพทย์
สุดท้ายระยะที่ 3 ตั้งศูนย์ด้านสุขภาพ หรือ Wellness โดยการสร้างบุคลากรผ่านการจับมือกับ มหาวิทยาลัย ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ที่มีชื่อเสียงด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ รวมถึงการสร้างอุปกรณ์ นวัตกรรม และเทคโนโลยีสร้างแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical Garden) ที่สำคัญศูนย์พัทยา มธ. มีความพยายามผนึกความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม ผ่านการช่วยออกแบบหลักสูตร เรื่องการสอน และตั้งแล็บวิจัยที่สอดรับกับปัจจุบัน







