posttoday
บทคุ้มครองประมุขแห่งรัฐ(1)

บทคุ้มครองประมุขแห่งรัฐ(1)

08 เมษายน 2561

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 

มาตรา 2  ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแห่งรัฐ

ประมวลกฎหมายอาญา                                                                                                    

ภาค 2  ลักษณะ 1 หมวด 1  ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์  พระราชินี  รัชทายาท  และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

มาตรา 112  ผู้ใดหมิ่นประมาท  ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์  พระราชินี  รัชทายาท  และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3-15 ปี

หมายเหตุ   ประมวลกฎหมายอาญา ใช้บังคับวันที่ 1 ม.ค. 2500                 

(ตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2499)                                                                         

และกฎหมายลักษณะอาญา  ร.ศ. 127 (พ.ศ. 2451)                                                       

ล้วนมีบทคุ้มครองประมุขแห่งรัฐ

เหตุใดต้องมีการคุ้มครองประมุขแห่งรัฐ                                                          

ประมุขแห่งรัฐ มีอยู่  2 ระบบ คือ                                                                         

1.ประเทศที่มีพระมหากษัตริย์                                                                             

2.ประเทศที่มีประธานาธิบดี

ทุกประเทศต่างมีบทคุ้มครองประมุขแห่งรัฐ                                                                      

เหตุผลประการแรก                                                                                                        

เพราะประมุขแห่งรัฐเป็นประมุขสูงสุด ทรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้  ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดๆ มิได้ (รัฐธรรมนูญมาตรา 6)

ในประเทศที่มีประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐ ก็มีบทคุ้มครองประมุขแห่งรัฐเช่นเดียวกัน

ประการที่สอง                                                                                                                   

อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย  พระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล  ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ  (รัฐธรรมนูญมาตรา 3)             

พระองค์มิได้ใช้อำนาจด้วยพระองค์เองแต่ประการใด

 ประการที่สาม    

มีผู้ลงนามสนองพระบรมราชโองการ  เช่น                                                                                 

ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ  แต่งตั้งประธานองคมนตรี หรือให้ประธานองคมนตรี พ้นจากตำแหน่ง

ประธานองคมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งองคมนตรีอื่น หรือให้องคมนตรีอื่นพ้นจากตำแหน่ง (รัฐธรรมนูญมาตรา 11)                                                        

ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี (รัฐธรรมนูญมาตรา 158)

การพิจารณาพิพากษาอรรถคดีเป็นอำนาจของศาล  ซึ่งจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายและในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์

 อ่านต่อฉบับวันอาทิตย์

ข่าวล่าสุด

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย