
ลุ้นกองทุนDIFจ่าย7%
นักวิเคราะห์คาดราคาเพิ่มทุนกอง DIF ต่ำกว่ากระดานไม่มาก เหตุเงินปันผลต่อหน่วยสูงขึ้น คาดจ่าย 7.1% ต่อปี
นักวิเคราะห์คาดราคาเพิ่มทุนกอง DIF ต่ำกว่ากระดานไม่มาก เหตุเงินปันผลต่อหน่วยสูงขึ้น คาดจ่าย 7.1% ต่อปี
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์ โดยคาดว่ากองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล (DIF) จะเข้าซื้อสินทรัพย์รอบสองจากบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) แล้วเสร็จภายในไตรมาส 2 ปีนี้
นอกจากนี้ ประเมินว่าราคาเพิ่มทุนจะใกล้เคียงหรือต่ำกว่าราคาในกระดานเพียงเล็กน้อย เพราะเงินปันผลต่อหน่วยหลังเพิ่มทุนรอบสองจะสูงขึ้น และหนุนให้ผลตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ยที่ 7.1% ต่อปี ระหว่างปี 2561-2562 จึงไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุนในราคาที่มีส่วนลดจากราคาตลาดมากนัก
พร้อมกันนี้ บล.หยวนต้า คงประมาณการและคำแนะนำ “ซื้อ” กองทุน DIF ให้ราคาเหมาะสมเท่ากับ 15.60 บาท/หน่วย นอกจากนี้ คาดว่าเงินปันผลจะอยู่ที่ 1.02 บาท/หน่วย สำหรับงวดปี 2561 ผลตอบแทนจากเงินปันผล 7%
ทั้งนี้ กองทุน DIF รายงานกำไรปกติไตรมาส 4 ปี 2560 เท่ากับ 1,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากไตรมาส 3 ปีเดียวกัน และเพิ่มขึ้น 9% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน
บล.หยวนต้า ระบุว่า กำไรดังกล่าวสูงกว่าที่คาดการณ์ประมาณ 5.5% ปัจจัยสนับสนุนจากรายได้ค่าเช่าที่เติบโต 7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากการเริ่มรับรู้การเข้าซื้อสินทรัพย์ใหม่รอบแรก ที่ซื้อจาก TRUE ในเดือน ธ.ค. 2560 อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิปี 2560 ต่ำกว่าปี 2559 ถึง 41% เนื่องจากมีส่วนต่างของการตีมูลค่าสินทรัพย์รอบไตรมาสแรก ปี 2560 เท่ากับ 5,500 ล้านบาท
นายประสิทธิ์ สุจิรวรกุล นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บล.บัวหลวง คาดว่า TRUE จะรับรู้กำไรพิเศษประมาณ 3 หมื่นล้านบาท จากการขายสินทรัพย์ (ก้อนที่ 2) ออกไปให้กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล ในไตรมาส 2 นี้ โดยหลังการขายแล้วจะช่วยให้ TRUE มีกระแสเงินสดมากขึ้น
ด้าน นายนพปฎล เดชอุดม รองประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวก่อนหน้านี้ว่า บริษัทเตรียมนำสินทรัพย์ขายเข้ากองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล เพิ่มเติมอีกมูลค่าราว 6.5-7 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะดำเนินการได้ในไตรมาส 2 ปีนี้
โดยจะนำเงินที่ได้ไปใช้คืนหนี้สถาบันทางการเงินบางส่วน ซึ่งน่าจะส่งผลให้ต้นทุนทางการเงิน (ดี/อี) ของบริษัทปรับตัวลดลงเหลือไม่เกิน 2 เท่า จากสิ้นปี 2560 อยู่ที่ 2.5 เท่า รวมถึงบริษัทจะบันทึกกำไรพิเศษเข้ามาอีกด้วยในช่วงไตรมาส 2/2561
สำหรับการเพิ่มทุนของกองทุน DIF จะเสนอขายให้กับผู้ถือหุ้นรายใหม่และผู้ถือหุ้นเดิม เพื่อจะนำเงินที่ได้ไปซื้อสินทรัพย์ เช่น เสาโทรคมนาคม และสายใยแก้วนำแสง (ไฟเบอร์ออปติก) เป็นต้น ซึ่งจะช่วยผลักดันมูลค่ากองทุนดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 1.5 แสนล้านบาท จากปีก่อนที่มีมูลค่ากองทุนอยู่ที่ 8.5 หมื่นล้านบาท และเพิ่มปันผลให้กับผู้ถือหุ้น
ราคาหน่วยลงทุนกองทุน DIF วันที่ 5 เม.ย. ปิดที่ 14.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท
ด้านโครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 5 อันดับแรก ณ วันที่ 15 ก.พ. 2561 ดังนี้ 1.บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น สัดส่วน 28.11% 2.ธนาคารไทยพาณิชย์ 4.25% 3.ธนาคาร แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ 3.20% 4.State Street Europe Limited สัดส่วน 1.91% และ 5.กองทุนเปิด ทหารไทย พร็อพเพอร์ตี้ อินคัม พลัส 1.36%







