
After Taste ของ Greyhound Coffee
“ผมติดใจเครื่องดื่มรสขมนี้มานานแล้ว ตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ น่ะครับ ดื่มมานานจนไม่รู้ว่าตัวเองหลงรักกาแฟตั้งแต่เมื่อไหร่”
โดย เอกศาสตร์ สรรพช่าง
“ผมติดใจเครื่องดื่มรสขมนี้มานานแล้ว ตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ น่ะครับ ดื่มมานานจนไม่รู้ว่าตัวเองหลงรักกาแฟตั้งแต่เมื่อไหร่”
นั่นเป็นคำตอบที่ได้จากการสนทนาคุณภาณุ อิงคะวัต ผู้ก่อตั้งอาณาจักรเกรย์ฮาวนด์ (Greyhound) ทั้งแฟชั่นแบรนด์และแบรนด์ร้านอาหารที่เป็นขวัญใจของพวกเรามากว่า 30 ปี และโครงการล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วกับร้านกาแฟใหม่ย่านเอกมัยที่ชื่อคลับคล้ายคลับคลากับเกรย์ฮาวนด์คาเฟ่นั่นคือ “เกรย์ฮาวนด์คอฟฟี่” (Greyhound Coffee) “จริงๆ เราก็ระมัดระวังเรื่องนี้นะครับไม่อยากให้คนสับสน ฉะนั้นโลโก้และบรรยากาศร้านจึงดูแตกต่างกันออกไปจากเกรย์ฮาวนด์คาเฟ่ แต่คงเอกลักษณ์ของเกรย์ฮาวนด์คือมาพร้อมกับความขี้เล่น สนุกสนานและเท่ๆ” คุณภาณุบอกผมอย่างนั้น
หากคุณยังนึกไม่ออกว่าเกรย์ฮาวนด์คอฟฟี่อยู่ตรงไหน มันตั้งอยู่ไม่ห่างจากเอกมัยซอย 1 ติดกับสบายใจไก่ย่าง ตึกราวสามคูหาริมถนนถูกแปลงโฉมให้ดูเป็นเหมือนอู่ซ่อมรถเก๋ๆ สไตล์ลอฟต์แบบที่เห็นในย่านฮาเร็มในนิวยอร์ก ที่น่าสนใจคือมันไม่ใช่แค่ “เหมือน” แต่นี่คืออู่ซ่อมและขายรถมอเตอร์ไซค์สไตล์ใหม่ของฮอนด้า ซึ่งต้องการเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ซื้อรถไว้เพื่อการสะสมโดยเฉพาะ และมีร้านขายกาแฟอยู่ในนั้นซึ่งถือว่าเป็นร้านกาแฟแห่งแรกก็ได้ที่ตั้งใจจะให้เป็นที่แฮงเอาต์ของคนสองกลุ่ม นั่นคือกลุ่ม
คนรักกาแฟกับกลุ่มที่ชอบรถมอเตอร์ไซค์เพื่อการสะสม
“เกรย์ฮาวนด์มีโอกาสได้ร่วมงาน กับฮอนด้าซึ่งต้องการสร้างคอมมูนิตี้ใหม่สำหรับกลุ่มที่รักรถมอเตอร์ไซค์ที่จำเพาะเจาะจงมากขึ้น เพราะรถมอเตอร์ไซค์ที่จะวางโชว์และจำหน่ายที่นี่จะเป็นรถเฉพาะกลุ่มจริงๆ ที่ต้องการซื้อเพื่อสะสมมากกว่า ฉะนั้นการนำเอากาแฟเข้ามาในพื้นที่แบบนี้ก็เหมือนกับว่ามันเป็นจุดเชื่อมระหว่างคนสองกลุ่มเข้าด้วยกัน และร้านกาแฟในแบบเกรย์ฮาวนด์ก็ดูเป็นอะไรที่น่าจะเข้ากับวิถีชีวิตของคนกลุ่มนี้” นั่นเป็นที่มาของ “Cub House” แบรนด์เสื้อผ้าและร้านที่เกรย์ฮาวนด์เป็นคนออกแบบให้ ส่วนเกรย์ฮาวนด์คอฟฟี่จะเรียกว่าเป็น “ร้านในร้าน” ก็ไม่ผิด
จริงๆ แนวโน้มของการ Co-Brand เพื่อมองหาตลาดใหม่ๆ แบบนี้ เป็นกระแสที่เกิดขึ้นทั่วโลกตลอด 10 ปีที่ผ่านมานะครับ เริ่มจากเพลง ลามมายังวงการแฟชั่น มาถึงรถยนต์มาถึงธุรกิจเทคโนโลยี ธุรกิจอาหาร และอื่นๆ อีกมาก ที่เป็นอย่างนี้เพราะหลายแบรนด์เห็นแล้วว่า การที่จะทำให้สินค้าเข้าไปอยู่ในชีวิตคนคนหนึ่งได้ ก็ต้องหาจุดเชื่อมที่จะทำให้สองอย่างเข้ามาเจอกันการ Co-Brand แบบช่วยกันคิดช่วยกันปั้น จึงเป็นกรรมวิธีอย่างหนึ่งที่นำมาใช้ในการขยายฐานลูกค้าอย่างได้ผล และกาแฟก็เป็นเครื่องดื่มแห่งการเข้าสังคม มันเข้าถึงคนได้ทุกกลุ่ม ได้ดีกว่าเครื่องดื่มชนิดใดในโลก
เรามาเล่าเรื่องกาแฟที่นำมาใช้ในร้านเกรย์ฮาวนด์คอฟฟี่กันบ้างดีกว่า
เกรย์ฮาวนด์เลือกใช้กาแฟจากแบรนด์ “มีวนา” (Mivana) แบรนด์กาแฟจากเชียงรายที่มีจุดขายที่เน้นเรื่องของคุณภาพ ไม่ใช่แค่คุณภาพของเมล็ด แต่สืบย้อนไปถึงเรื่องของคุณภาพชีวิตของชาวไร่กาแฟที่ปลูกกาแฟของมีวนาที่นำมาเบลนด์เป็นสูตรเฉพาะของเกรย์ฮาวนด์เรียกว่า “เกรย์ฮาวนด์ เบลนด์” (Greyhound Blend)
หากคุณเป็นคอกาแฟ ก็น่าจะพอคุ้นชื่อของแบรนด์ไทยแบรนด์นี้อยู่บ้าง ทั้งเรื่องของราคาที่ค่อนข้างสูง แต่ก็แลกมากับคุณภาพของกาแฟที่ดีกว่า ว่ากันตั้งแต่คุณภาพของการปลูกที่ได้รับการรับรองว่าเป็นออร์แกนิก ได้รับการรับรองจากทั้งสมาคมกาแฟพิเศษอเมริกา (Specialty Coffee Association of America หรือ SCAA) การคัดเลือกพื้นที่แปลงปลูกที่เหมาะสม ซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,000 เมตรขึ้นไป คั่วโดยผ่านการควบคุมดูแลโดยนักคั่วกาแฟระดับสูงจากสมาคมกาแฟพิเศษยุโรป (Specialty Coffee Association of Europe หรือ SCAE)
ปัจจัยทั้งหมดทำให้กาแฟที่เกรย์ฮาวนด์เบลนด์นั้นโดดเด่นทั้งราคา (ที่สูง) และคุณภาพ (ซึ่งก็สูงตามกันไป) ผมได้ลองชิมกาแฟหลายขนานของเกรย์ฮาวนด์และไม่พลาดที่จะลองชิมกาแฟสูตรเกรย์ฮาวนด์เบลนด์ แน่นอนคุณต้องสั่งอเมริกาโน่ ร้อน ไม่ก็เอสเปรสโซ่เพื่อทดสอบทั้งคุณภาพของเมล็ดและฝีมือของบาริสต้า ผลที่ออกมาก็พบว่ามันเป็นกาแฟคั่วเข้มปานกลาง บอดี้เต็ม มีเอซิดิตี้มากนิดหน่อย ให้กลิ่นหอมของดอกไม้ ซินนามอน คุณภาณุเสริมด้วยว่าหากดมดีๆ มันจะมีรสและกลิ่นครีมมี่แบบ “กล้วย” ตอน After Taste ด้วย จริงๆ หากมีเวลาอยากลองสั่งแบบผ่านน้ำหรือแบบดริปดูด้วย เพราะสำหรับผม คิดว่าการชงผ่านเครื่องเอสเปรสโซ่ บางทีกาแฟมันจะ Over heat ไปนิด เหมือนอาหาร ถ้าบาริสต้าไม่เป๊ะจริงๆ มันจะมีกลิ่นไหม้และขมไปหน่อย
ตอนนี้ร้านเปิดอย่างเป็นทางการแล้วนะครับ มีขายอาหารเช้าและมนูง่ายๆ ไว้บริการด้วย หลายอย่างกินแกล้มกาแฟก็อร่อย ที่ผมชอบมากคือบราวนี่ใส่พริกซึ่งเข้ากันกับอเมริกาโน่ร้อนราวกับมันเกิดมาเป็นของกันและกันแต่ชาติปางก่อน
ถือเป็นไอเดียที่น่าสนใจในการทำร้านกาแฟยุคใหม่ที่ดูจะมีทางรอดมากขึ้น หากสามารถร่วมกับธุรกิจในแบบ Co-Brand กันได้เยอะๆ และน่าสนใจดีสำหรับฮอนด้าที่ดูจะเข้าใจตลาดคนรุ่นใหม่ๆ และอยากสร้าง Brand Experience ของการดื่มกาแฟที่แปลกออกไป คิดว่าเกรย์ฮาวนด์และฮอนด้าไม่น่าจะหยุดที่สาขาเดียวแน่ๆ
ไม่แน่ว่าภายในปีนี้เราอาจได้เห็นเกรย์ฮาวนด์คอฟฟี่และ Cub House ในฐานะร้านกาแฟสาขาของคนไทยที่ขยายไปตามหัวเมืองใหญ่ๆ ก็เป็นได้
เอาใจช่วยทุกภาคส่วนครับ







