
ไทยพาณิชย์การันตีลูกค้าปึ้ก
“อาทิตย์” ย้ำให้ผู้ถือหุ้นมั่นใจ ลูกค้า 2 รายใหญ่ ไม่น่าห่วง ส่วนเลิกค่าฟีไม่กระทบเป้ารายได้
“อาทิตย์” ย้ำให้ผู้ถือหุ้นมั่นใจ ลูกค้า 2 รายใหญ่ ไม่น่าห่วง ส่วนเลิกค่าฟีไม่กระทบเป้ารายได้
นายอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นว่า บริษัท สหวิริยา สตีล อินดัสทรี (เอสเอสไอ) มีความคืบหน้าที่ดีหลังเข้าแผนฟื้นฟู ที่ผ่านมาธนาคารได้รับชำระเงินต้นคืน 1,240 ล้านบาท โดยการเข้าแผนฟื้นฟูเป็นเรื่องทางเทคนิคจากธุรกิจต่างประเทศมีปัญหา แต่ธุรกิจในประเทศเอสเอสไอยังเป็นหนี้ปกติ ผลประกอบการปี 2560 มีกำไรก่อนหักค่าเสื่อม (อีบิตดา) 2,800 ล้านบาท มากพอที่จะชำระหนี้ได้
อย่างไรก็ดี ธนาคารได้ถือหุ้นเอสเอสไอตามการแปลงหนี้เป็นทุน 4,469 ล้านหุ้น หุ้นละ 0.05 บาท คาดว่าแผนฟื้นฟูดังกล่าวใช้เวลา 12 ปี และคาดการณ์แบบอนุรักษนิยมจะได้เงินคืนประมาณ 8,000 ล้านบาท จากมูลหนี้ 2.2 หมื่นล้านบาท แต่หากในอนาคตธุรกิจเหล็กดี หุ้นที่ธนาคารถืออยู่ได้รับความสนใจ ก็มีโอกาสที่จะขายหุ้นในส่วนที่ถืออยู่ 40.22% ก็ได้
สำหรับกรณี บริษัท เพซ ดีเวลลอปเม้นท์ ยังไม่ได้เป็นเอ็นพีแอลและธุรกิจยังเป็นปกติ ธนาคารทำงานใกล้ชิดกับลูกค้า โดยปัญหาของเพซมีเพียงเรื่อง บี/อี ซึ่งเกิดในช่วงที่ความเชื่อมั่นลดลง แต่ธุรกิจหลักยังดีอยู่ อย่างโครงการมหานครมียอดขาย 70% โอนกรรมสิทธิ์ไปแล้ว 60% ปัจจุบันลูกค้ามีสภาพคล่องส่วนทุนดีขึ้นจากการเพิ่มทุน 3,800 ล้านบาท โดยไทยพาณิชย์ใส่เงินไป 200 ล้านบาท เพื่อซื้อหุ้นในราคา 0.50 บาท
นายอาทิตย์ กล่าวว่า ธนาคารไม่ปรับเป้าหมายรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลง โดยยังคงการเติบโตปีนี้ไว้ที่ 0-5% แม้ว่าจะยกเลิกค่าธรรมเนียมทำธุรกรรมบนโมบายแบงก์กิ้ง เนื่องจากประเมินผลกระทบไว้ล่วงหน้าแล้ว พร้อมวางแผนหารายได้อื่นมาชดเชย เช่น การขายประกันผ่านธนาคาร (แบงก์แอสชัวรันส์) การทำดีลให้ลูกค้ารายใหญ่ โดยปี 2560 รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยอยู่ที่ 3.68 หมื่นล้านบาท โดยค่าธรรมเนียมธุรกรรมมีสัดส่วน 5%
ทั้งนี้ ธนาคารจะผลักดันให้ลูกค้าทำธุรกรรมบนโมบายแบงก์กิ้งให้มากขึ้น เพราะต้นทุนบนมือถือต่ำกว่าต้นทุนสาขา 40-50 เท่า ซึ่งหากทำได้จะช่วยธนาคารลดค่าใช้จ่ายลงได้มาก แต่อัตราการปรับลดคงเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ระหว่างนี้จะปรับองค์กรรองรับทั้งการลดสาขาลงให้ได้ตามแผน และยกระดับความสามารถพนักงานสาขาไปเป็นที่ปรึกษาของลูกค้าเอสเอ็มอีแทน ซึ่งปัจจุบันธนาคารไทยพาณิชย์มีจำนวนพนักงานดูแลลูกค้าเอสเอ็มอีน้อยกว่าธนาคารอื่น







