posttoday
ตามรอยฝรั่งในล้านนา

ตามรอยฝรั่งในล้านนา

25 มีนาคม 2561

โครงการวัฒนธรรมสัญจรของสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร

โดย สมาน สุดโต

โครงการวัฒนธรรมสัญจรของสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร เรื่องฝรั่งในล้านนา เป็นการตามหาร่องรอยฝรั่งใน จ.เชียงใหม่ ลำปาง และแพร่ สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ร่วมสัญจรกว่า 60 ชีวิต เพราะได้ทั้งความรู้ในเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความสุขกาย สบายใจ ตลอดเวลา 3 วันแห่งการเดินทาง (15-18 มี.ค. 2561) โดยมี ประนอม คลังทอง รองอธิบดีกรมศิลปากร ให้เกียรติร่วมเดินทางจนจบโครงการ

ขณะที่กลุ่มแปลและเรียบเรียง นำโดย ศุกลรัตน์ ธาราศักดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มแปลและเรียบเรียง สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร บริหารจัดการ ประสานงานเรียบร้อย พาคณะเข้าชมได้ทุกสถานที่ ซึ่งบางแห่งไม่ได้เปิดให้ชมง่ายๆ รวมทั้งได้รับเกียรติจากเจ้าของสถานที่ที่ไปเยี่ยมชม เช่น สำนักฝรั่งเศสแห่งปลายบุรพทิศนั้น ผู้อำนวยการคนปัจจุบัน และอดีต (ดร.หลุยส์ กาโบด) มาต้อนรับและบรรยายเอง เป็นต้น

ตามรอยฝรั่งในล้านนา

ส่วนท่านที่ไม่เหนื่อยและพร้อมที่จะให้ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมทั้งในสมัยกรุงศรีอยุธยา และในท้องถิ่นล้านนา ได้แก่ รองศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พิศภูมิวิถี จากคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นวิทยากรหลักที่ร่วมคณะตั้งแต่ต้นจนกระทั่งเดินทางกลับ โดยขบวนรถด่วนพิเศษอุตราวิถี เชียงใหม่ กรุงเทพฯ แม้ว่าจะต้องคอยที่สถานีเด่นชัย จ.แพร่ หลายชั่วโมงก็ไม่บ่น

อย่างไรก็ตาม ก่อนเข้าเรื่อง ขออ้างประวัติศาสตร์คริสต์ศาสนาในเชียงใหม่ ที่อาจารย์ประสิทธิ์ พงศ์อุดม หน่วยงานจดหมายเหตุประวัติศาสตร์และวิจัย สภาคริสตจักรในประเทศไทย เล่าเรื่องการตั้งมั่น และเผยแผ่คริสต์ศาสนานิกายโปรเตสแตนต์ในเชียงใหม่ ว่าเริ่มจาก ศาสนาจารย์แมคกิลวารี และภรรยาเมื่อปี ค.ศ. 1867 (พ.ศ. 2410) จากนั้นก็ขยายตัวไปสู่ชนบท โดยมีการจัดตั้งคริสตจักรตามชนบท นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1880 (พ.ศ. 2423)-1920 (พ.ศ. 2463) มากถึง 20 คริสตจักร (เจ้าหน้าที่โรงเรียนคริสเตียนเชียงใหม่ ที่ตั้งโบสถ์แห่งแรกของเชียงใหม่ เมื่อ 147 ปีมาแล้ว บอกผู้เขียนว่าถึงปัจจุบันคาดว่าตัวเลขอาจสูงถึง 100 คริสตจักร)

ตามรอยฝรั่งในล้านนา

ศุกลรัตน์ ธาราศักดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มแปลและเรียบเรียง กล่าวรายงานต่อ ประนอม คลังทอง รองอธิบดีกรมศิลปากร ถึงหลักการและเหตุผลที่จัดวัฒนธรรมสัญจร ฝรั่งในล้านนา ว่าเป็นพื้นที่ที่มิชชันนารีนิกายโปรเตสแตนต์ คณะอเมริกันเพรสไบทีเรียนได้ใช้เป็นพื้นที่หลักในการเผยแผ่คริสต์ศาสนา กลายเป็นกลุ่มบุคคลที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมและสังคมของล้านนา

 ดร.ปรีดี พิศภูมิวิถี ให้ความเห็นขณะที่รอรถไฟที่เด่นชัยว่าฝรั่งเข้าสู่ล้านนาในสมัยรัชกาลที่ 4 จุดประสงค์เพื่อเผยแผ่คริสต์ศาสนา พร้อมทั้งนำความรู้ในหลายมิติมาพัฒนา ทั้งด้านการศึกษา สาธารณสุข และการค้า แต่ชาวล้านนาก็ไม่ค่อยได้รับรู้เท่าไร

 ดร.ปรีดี ว่าทริปนี้ ได้เห็นบทบาทของฝรั่งหลายชาติ คือ อเมริกา อังกฤษ และเดนมาร์ก ที่อยู่ในบริเวณจังหวัดที่เป็นล้านนา คือ เชียงใหม่ ลำปาง และแพร่ ผ่านบันทึกที่เป็นลายลักษณ์อักษรของเขา และผ่านมรดกของฝรั่ง เช่น อาคารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโบสถ์ โรงเรียน โรงพยาบาล หรือหน่วยงานที่เขาใช้เป็นบริษัทห้างร้าน จึงเห็นว่าเขาทำกิจกรรมที่เข้มแข็ง พร้อมกับทิ้งร่องรอยมรดกทางวัฒนธรรมให้พวกเราดูด้วย

ตามรอยฝรั่งในล้านนา

ฝรั่งอเมริกันเข้ามาที่เชียงใหม่ก่อน เราจึงเห็นโบสถ์คริสต์หลังแรกที่เชียงใหม่ ในรัชสมัยรัชกาลที่ 4 จากนั้นในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 เราก็เริ่มเห็นบทบาทอื่นๆ เช่น การเปิดบริษัทค้าไม้ ซึ่งเห็นที่ลำปางและแพร่

นับแต่นั้นมาสยามรู้จักฝรั่งมากขึ้น จะเห็นได้จากการใช้ (จ้าง) ฝรั่งทำงานในหน่วยงานราชการของไทย เช่น จัดตั้งกรมตำรวจขึ้นมา เพราะเราได้แนวคิดจากฝรั่ง หรือตั้งกรมป่าไม้ ก็ได้แนวคิดจากฝรั่งเช่นกัน อันนี้คือผลประโยชน์ที่เราได้จากเขา

เมื่อถามถึงการค้าที่เกิดหลังจากมีสนธิสัญญาเบาริง อาจารย์ปรีดีว่าตามสัญญานั้นอาจบอกได้ว่าเป็นการค้าแบบเสรี ระบบการค้าแบบเดิมที่ผ่านพระคลังสินค้าเปลี่ยนไป เมื่อกำแพงทางการค้าถูกทำลายลงด้วยสนธิสัญญาเบาริ่ง ระบบเศรษฐกิจเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ในแง่หนึ่งเราเสียผลประโยชน์ แต่อีกแง่หนึ่งเราได้ประโยชน์ เพราะการพัฒนาประเทศก็เกิดจากการนี้เช่นกัน

ตามรอยฝรั่งในล้านนา

วัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงนั้น อาจารย์ปรีดี บอกให้ดูวัฒนธรรมการแต่งกาย การกิน การสร้างที่พักอาศัย จากเดิมเป็นบ้านไม้ เป็นครึ่งตึกครึ่งไม้ ในที่สุดก็กลายเป็นบ้านตึกและมีลวดลายประดับแบบตะวันตก

ส่วนที่เป็นนามธรรม เราอาจค่อยๆ ซึมซับความเป็นตะวันตกมากขึ้น อาจผ่านวิถีชีวิตของเขา เราจึงเห็นเขามีจิตใจเมตตากรุณา เช่น การสร้างโรงพยาบาลรักษาโรคเรื้อน

เมื่อเปิดทางด้วยการเป็นมิชชันนารี ฝรั่งก็ตามด้วยธุรกิจค้าไม้ หลังจากคนท้องถิ่นคุ้นชิน ดังนั้นเมื่อทำการค้าก็ไม่ถูกขัดขืน เพราะรู้จักมาก่อนแล้วอาจารย์ปรีดี สรุปว่า ฝรั่งลงมาล้านนาได้นำความเจริญมาถึงท้องถิ่น ในขณะที่ภูมิภาคอื่นๆ ไม่มีความเจริญที่ว่านี้

ส่วนเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จในการเผยแผ่นั้นน้อย เพราะไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงในวิถีชีวิตไทย เรื่องที่น่าเสียดายคือคนไทยไม่ได้เรียนรู้ความพยายามที่เขาเข้าถึงคนระดับล่าง เช่น ไปเยี่ยมผู้คนถึงบ้าน  เป็นต้น

(อ่านต่อฉบับหน้า)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท