ปธน.เมียนมาลาออก
ประธานาธิบดี ถิ่นจอ ของเมียนมาประกาศลาออกจากตำแหน่งช่วงปลายสัปดาห์นี้ โดย ศ.บริดเจต เวลช์ ผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยจอห์น คาบอต ในอิตาลี เปิดเผยว่า การลงจากตำแหน่งของถิ่นจออาจส่งผลต่อทิศทางบริหารประเทศของเมียนมาในอนาคต
ขณะเดียวกัน วินมินต์ อดีตสมาชิกอาวุโสของพรรคสันนิบาตเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของซูจี และอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร คาดว่าจะขึ้นมารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่
จีนยกเครื่องครั้งใหญ่
ที่ประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน (เอ็นพีซี) ปรับเปลี่ยนตำแหน่งที่สำคัญทางการเมืองหลายตำแหน่ง โดยแต่งตั้งหวังอี้ให้ขึ้นเป็นมนตรีแห่งรัฐพร้อมควบตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศต่อไป เพื่อดูแลด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยการได้รับตำแหน่งดังกล่าวจะส่งผลให้หวังอี้มีอำนาจตัดสินใจนโยบายต่างประเทศมากขึ้น
ที่ประชุมเอ็นพีซียังมีมติแต่งตั้งอี้กัง รองผู้ว่าการธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ขึ้นเป็นผู้ว่าการพีบีโอซีคนใหม่ นับเป็นการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งครั้งแรกในรอบ 15 ปี
ออสซี่รุกอาเซียน
รัฐบาลออสเตรเลียและรัฐบาลกลุ่มประเทศอาเซียนเห็นพ้องดำเนินแนวคิดริเริ่มความร่วมมือโครงสร้างพื้นฐานอาเซียน-ออสเตรเลีย เพื่อพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานภายในภูมิภาค ท่ามกลางความพยายามถ่วงดุลการขยายอิทธิพลยิ่งขึ้นของจีนผ่านโครงการ 1 แถบ 1 เส้นทาง และเกิดขึ้นขณะที่ญี่ปุ่น อินเดีย และสหรัฐ พยายามเพิ่มบทบาทในอาเซียนเช่นกัน โดยแนวคิดริเริ่มใหม่ดังกล่าวจะมุ่งพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานคุณภาพสูง เพื่อดึงดูดการลงทุนจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยออสเตรเลียจะเข้ามาร่วมออกแบบ ศึกษา และวางแผนโครงการต่างๆ
หลุดข้อมูลเฟซบุ๊กครั้งใหญ่
มาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของเฟซบุ๊กกล่าวยอมรับผิด หลังเกิดเหตุข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้เฟซบุ๊กในสหรัฐ 50 ล้านราย รั่วไหลไปยังบริษัท เคมบริดจ์ อนาลิติกา ในอังกฤษ ที่ทำแคมเปญหาเสียงเมื่อปี 2016 ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์
กรณีดังกล่าวส่งผลให้หน่วยงานสหรัฐและอังกฤษเร่งตรวจสอบเฟซบุ๊กอย่างเร่งด่วน เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยข้อมูลผู้ใช้ และทำให้เฟซบุ๊กต้องประกาศแนวทาง 8 ประการ เพื่ออุดช่องโหว่ข้อมูลรั่วและป้องกันเหตุการณ์ดังกล่าวในอนาคต ที่รวมถึงการเพิ่มการตรวจสอบแอพพลิเคชั่นบุคคลที่สามที่เข้าถึงข้อมูลผู้ใช้จำนวนมากและจำกัดการเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ของผู้พัฒนาแอพยิ่งขึ้น
จีน-มะกันเปิดฉากสงครามการค้า
สงครามการค้าโลกระหว่าง “สหรัฐ” และ “จีน” เริ่มเปิดฉากอย่างเป็นทางการ เมื่อประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ลงนามบันทึกประธานาธิบดี ตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจากจีน มูลค่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.8 ล้านล้านบาท) โดยเน้นที่สินค้ากลุ่มเทคโนโลยีเป็นลำดับแรกก่อน หลังสหรัฐสอบสวนพบว่าจีนไม่ได้ให้การปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐ ตามมาตรา 301
กำแพงภาษีล่าสุดอาจอยู่ที่ 25% ครอบคลุมสินค้ากว่า 1,300 รายการ โดยสหรัฐจะเปิดเผยรายชื่อสินค้าดังกล่าวในเวลา 15 วัน หลังจากนั้นจะเปิดรับฟังความเห็นราว 30 วัน ก่อนจะเริ่มมีผลบังคับใช้
ด้านกระทรวงพาณิชย์จีนเสนอตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐ คิดเป็นมูลค่ารวม 3,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 9.3 หมื่นล้านบาท) ครอบคลุมสินค้าราว 128 รายการ
อูเบอร์สั่งระงับรถยนต์ไร้คนขับ
บริษัท อูเบอร์ เทคโนโลยีส์ อิงค์ ผู้ให้บริการขนส่งชื่อดัง ประกาศระงับการทดสอบรถยนต์อัตโนมัติไร้คนขับทุกเมืองในอเมริกาเหนือทันที ทั้งในเมืองฟีนิกซ์ ซานฟรานซิสโก พิตต์สเบิร์ก และโตรอนโต ภายหลังเกิดเหตุรถไร้คนขับของอูเบอร์ชนคนเสียชีวิตเมื่อช่วงกลางดึกในสัปดาห์นี้ นับเป็นอุบัติเหตุเกี่ยวกับรถยนต์ไร้คนขับที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นครั้งแรก โดยแอลเอไทม์สระบุว่า เหตุการณ์นี้อาจชะลอการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้งานจริงในรัฐแอริโซนาและในรัฐอื่นๆ ของสหรัฐ